"เศรษฐา" แก้เกี้ยว #ตั๋วเพื่อไทย ยันไร้อำนาจโยกย้าย ตร.

การเมือง
22 พ.ย. 66
10:52
982
Logo Thai PBS
 "เศรษฐา" แก้เกี้ยว #ตั๋วเพื่อไทย ยันไร้อำนาจโยกย้าย ตร.
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
ดรามาข้ามคืน #ตั๋วเพื่อไทย "เศรษฐา" แก้เกี้ยวยันไร้อำนาจโยกย้ายตำรวจ หลังโซเชียล-ก้าวไกล ดาหน้าถาม ปมโยกย้ายส่อผิดรัฐธรรมนูญ

#ตั๋วเพื่อไทยติดทวิต X ข้ามคืนหลังจากนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง หลุดปากพูดกลางที่ประชุม สส.เพื่อไทย เมื่อวานนี้ (21 พ.ย.) ในระหว่างการแถลงข่าวแก้หนี้นอกระบบ โดยระบุว่า เป็นการทำงานร่วมกัน มีผู้การจังหวัด ผู้กำกับใหม่ รวมถึงนายอำเภอ แต่เมื่อพูดถึงผู้กำกับ นายกรัฐมนตรี ก็พูดทำนองว่า

เรื่องตำแหน่งผู้กำกับ มั่นใจว่ามีผู้ผิดหวัง มากกว่าสมหวังในห้องนี้ ที่ขอตำแหน่งไป เพราะมันเยอะเหลือเกิน แต่ก็มีไม่น้อยที่ได้สมหวัง

หลังมีการเผยแพร่ประโยคนี้ออกไป ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในวงการเมือง และจากนั้น ประเด็นนี้ กลายเป็นกระแสในโซเชียลที่ถูกพูดถึง

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (22 พ.ย.) นายเศรษฐา​ ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า​ ไม่ใช่เรื่องอะไร​ ไม่มีอำนาจและไม่เคยแทรกแซงก้าวก่ายการแต่งตั้งข้าราชการ หรือข้าราชการตำรวจ เพราะเป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่จะพิจารณาตามผลงาน แต่ก็อย่างที่ทราบกันดีว่า สส.เป็นตัวแทนของประชาชน และประชาชนก็ได้มาพูดคุยกันเรื่องปัญหายาเสพติดที่เรื้อรังมา และอาจไม่สบายใจกับทางเจ้าหน้าที่ ซึ่งสส.ก็ได้ยืนยัน

ยืนยันว่าสส.ไม่ได้มาขอ​ เราพูดเรื่องความ ไม่ได้พูดเรื่องคน ความคือการมีปัญหาในพื้นที่ ก็มาพูดในตรงนี้มากกว่า โดยเอาเรื่องความ เป็นหลัก​ยืนยันว่าผมไม่เคยไปก้าวก่าย หรือว่าไปสั่งการกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการแต่งตั้งผู้กำกับจริงๆ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอำนาจของผมด้วย

เมื่อถามว่าจะต้องกำชับ สส.อย่างไร เพราะนายกรัฐมนตรี เคยให้นโยบาย ไม่อยากให้มีการวิ่งเต้นตำแหน่ง นายเศรษฐา​ ระบุว่า​ สส.ทราบหน้าที่ของตัวเองดีอยู่แล้ว ไม่ได้มีประเด็นตรงนี้

ส่วนที่ว่ามีคนผิดหวังสมหวังนั้น หมายความว่า เจ้าหน้าที่อาจทำงานไม่ดีตรงนี้ พร้อมยกตัวอย่างสมมุติว่า หากทำงานไม่ดี ก็ไม่สามารถสั่งย้ายได้อยู่ดี​ เพียงแต่บอกว่า ปัญหาอยู่ในพื้นที่โซนไหน เช่น เรื่องยาเสพติดได้ไปกำชับให้ดูแล​ และหากคนที่อยู่ในพื้นที่ทำเหมาะสมแล้วก็อยู่ต่อไป​ 

ประเด็นนี้เป็นการพูดเรื่องความ ไม่ใช่เรื่องคน ยืนยันมาตลอด ส่วนที่พรรคก้าวไกล ตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะผิดกฎหมาย และรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าไม่เคยไปก้าวก่ายและสั่งการรวมถึงทางสส.ก็ไม่เคยมาขอตำแหน่ง
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แจงดรามา#ตั๋วเพื่อไทย

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แจงดรามา#ตั๋วเพื่อไทย

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แจงดรามา#ตั๋วเพื่อไทย

"โรม"ก้าวไกลลุยสอบส่อผิดรัฐธรรมนูญ 

ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซ บุ๊ก  Rangsiman Rome - รังสิมันต์ โรม  กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ผิดทั้งรัฐธรรมนูญ ผิดจริยธรรมนักการเมือง และมีความผิดตาม พ.ร.บ.ตำรวจ พร้อมทั้งตั้งคำถามว่าเหตุใดเป็นถึงนายกรัฐมนตรี กลับทำเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ ทั้งๆ ที่เป็นการใช้เส้นสายและผิดกฎหมาย ยังไม่นับว่าตำรวจอีกมากที่ไม่ใช้เส้นสาย จะช้ำใจและเสียใจมากขนาดไหน ครอบครัวของเขาอีกหลายคนที่ได้รับผลกระทบ

รัฐบาลนี้เริ่มต้นไม่ทันไร ก็ทำให้ระบบเส้นสายเติบโตเสียแล้ว ไม่แปลกที่เราถึงได้เห็นองค์กรตำรวจเป็นแบบนี้ และถึงไม่อยากใช้คำว่าปฏิรูป และถึงไม่กล้ามาตอบกระทู้ในสภา น่าผิดหวังมาก ผิดหวังแทนตำรวจชั้นผู้น้อยที่ไม่มีเส้นสาย

รังสิมันต์กล่าวต่อว่า เรื่องนี้จะต้องตรวจสอบกันอย่างแน่นอน ขอนายเศรษฐา อย่าได้หนีการตรวจสอบ และเอาความจริงมาพูดว่าตกลงฝากใครไปบ้าง ผู้กำกับคนไหนได้ตั๋ว สร.1 หรือตั๋วนายกฯ หรือตั๋วเพื่อไทย และตนขอเรียกร้องไปยังพี่น้องตำรวจช่วยกันส่งเรื่องนี้มาให้ ยืนยันจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้นิ่งเงียบเด็ดขาด

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ช่วงปลายเดือนก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งกำลังมีการคัดเลือก ผบ.ตร. คนใหม่ เกิดข่าวคราวความไม่โปร่งใสในวงการตำรวจจำนวนมาก มีเสียงสะท้อนจากประชาชนต้องการให้เกิดการสังคายนาตำรวจอย่างจริงจัง แต่เวลานั้น แต่กลับบอกว่าไม่ควรใช้คำว่าสังคายนา เพราะตำรวจเป็นองค์กรที่มีเกียรติ

ขณะที่รังสิมันต์เห็นว่า การสังคายนาตำรวจมีความจำเป็นมาก ไม่ใช่การลดเกียรติตำรวจ แต่เป็นการทำให้ตำรวจที่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา สามารถทำหน้าที่อย่างมีศักดิ์ศรีได้ มีที่อยู่ที่ยืนในองค์กรตำรวจได้ ประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อองค์กรตำรวจ

การปล่อยสถานการณ์ไว้เป็นแบบปัจจุบัน มีแต่ทำให้องค์กรตำรวจถูกกลืนกินด้วยอำนาจมืด ผู้ที่เป็นนายกฯ จะไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบใดๆ ต่อความล้มเหลวในการปฏิรูปตำรวจได้เลย

จึงเรียกร้องต่อนายเศรษฐา ให้เร่งปฏิรูปตำรวจอย่างจริงจัง และในอนาคตเมื่อมีการเลือก ผบ.ตร. อีกครั้ง ก็ควรใช้วิธีดังต่อไปนี้ โดยอาศัยพ.ร.บ.ตำรวจปัจจุบันเพื่อประกอบการใช้ดุลพินิจของนายกรัฐมนตรี 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง