ค้นธุรกิจต้องสงสัย 5 จุด “สมุย-พะงัน”ส่อใช้นอมินีถือครองที่ดิน

เศรษฐกิจ
09:09
จำนวนผู้ชม 62
Thai PBS
ค้นธุรกิจต้องสงสัย 5 จุด  “สมุย-พะงัน”ส่อใช้นอมินีถือครองที่ดิน
กรมพัฒน์ ลงพื้นที่สมุย - พะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ตรวจบริษัทต้องสงสัยเข้าข่ายนอมินี 5 จุด พบถือครองที่ดินจำนวนมาก พบที่ตั้งเดียวจดทะเบียนเป็นสถานที่ตั้งบริษัทกว่า 100 บริษัท พฤติการณ์ไม่เกรงกลัวกฎหมาย

วันนี้ (11 ก.ค.2569) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯพร้อมทีมปราบนอมินี ลงพื้นที่ เกาะสมุย และเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ร่วมกับ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดปฏิบัติการตรวจค้นเป้าหมาย ตามหมายค้นในคดีความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เนื่องจากกรมฯส่งข้อมูลให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการตรวจสอบจำนวน 34 บริษัท ที่มีพฤติการณ์จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทโดยอาจใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นผู้ถือหุ้นแทน (Nominee) เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

เบื้องต้น ได้ลงพื้นที่ตรวจค้น 5 เป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มบริษัท J เป็นคดีพิเศษที่ 93/2569 บริษัทดังกล่าวมีพฤติการณ์ใช้คนไทยเป็นนอมินีถือหุ้นแทน คนต่างด้าวเพื่อถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นธุรกิจต้องห้ามตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยพัฒนาโครงการวิลล่าหรูบนพื้นที่กว่า 14,000 ตารางเมตร ในต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อขายให้ชาวต่างชาติ

จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า โครงการดังกล่าวมีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ต่อสาธารณะ ระบุว่ามีบริษัทสัญชาติจีนเป็นผู้พัฒนาโครงการและปรากฏบทบาทของกรรมการและผู้บริหารสัญชาติจีนในการกำหนดนโยบาย การบริหารจัดการ และการดำเนินธุรกิจอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันสถานที่ตั้งของโครงการยังเป็นที่ตั้งของนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกันอีกไม่น้อยกว่า 5 บริษัท ซึ่งมีความเชื่อมโยงกันในลักษณะเครือข่ายครบวงจร ทั้งด้านการบริหารจัดการโครงการ การรับเหมาก่อสร้าง การถือครองและการพัฒนาที่ดิน การประชาสัมพันธ์ การโฆษณา และการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์

ค้นธุรกิจต้องสงสัย 5 จุด  “สมุย-พะงัน”ส่อใช้นอมินีถือครองที่ดิน

ค้นธุรกิจต้องสงสัย 5 จุด “สมุย-พะงัน”ส่อใช้นอมินีถือครองที่ดิน

จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า บริษัทต้องสงสัยมีการถือครองที่ดินในพื้นที่ตำบลบ่อผุด รวมจำนวน 15 แปลง เนื้อที่รวม 97 ไร่ 3 งาน 88.4 ตารางวา คิดเป็นมูลค่าที่ดินประมาณ 1,567.54 ล้านบาท เบื้องต้นประเมินมูลค่าโครงการราว 1,600 ล้านบาท และคาดว่ามูลค่าที่แท้จริงอาจสูงกว่าหลายพันล้านบาท

นอกจากนี้ ยังพบว่าบริษัทมีสินทรัพย์รวมตามงบการเงินเป็นจำนวนกว่า 1,692 ล้านบาท และข้อมูลทางการเงินพบว่า มีเงินหมุนเวียนผ่านบัญชีธนาคารรวมกว่า 1,987 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการรับโอนเงินจากต่างประเทศ ตรวจสอบงบการเงินของบริษัทในเครือ จำนวน 6 บริษัท พบว่ามีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้นกว่า 2,024 ล้านบาท จากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ผลการตรวจค้นพบเอกสารสำคัญเกี่ยวกับการถือหุ้น การถือครองที่ดิน บัญชี สัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์ สัญญาจ้างก่อสร้างโครงการ แบบจำลองโครงการ รวมถึงข้อมูลโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทกำลังก่อสร้างขึ้นใหม่บริเวณเขาเชิงมน ใกล้สนามบินนานาชาติสมุย และธุรกรรมการเงินจำนวนมาก โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษอยู่ระหว่างขยายผลไปยังบุคคลและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องรวมถึงตรวจสอบการอำพรางโครงสร้างถือครองผ่านนิติบุคคลหลายชั้น

ค้นธุรกิจต้องสงสัย 5 จุด  “สมุย-พะงัน”ส่อใช้นอมินีถือครองที่ดิน

ค้นธุรกิจต้องสงสัย 5 จุด “สมุย-พะงัน”ส่อใช้นอมินีถือครองที่ดิน

สำนักงานกฎหมาย P จากการสอบสวนกรณีนิติบุคคลแห่งหนึ่งในอ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เป็นคดีพิเศษที่ 94/2569 ซึ่งมีคนไทยและนิติบุคคลไทยเป็นผู้ถือหุ้น และมีคนต่างด้าวสัญชาติจีนเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้น ประกอบกิจการตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์โดยได้รับค่าตอบแทนหรือตามสัญญาจ้าง และมีการถือครองที่ดินบนเขาพระในตำบลบ่อผุด จำนวน 5 แปลง มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท โดยมีสินทรัพย์รวมกว่า 300 ล้านบาท

จากการสืบสวนพบว่า ผู้ถือหุ้นคนไทยและนิติบุคคลไทยเป็นคนกลุ่มเดียวกันและเชื่อว่าเป็นตัวแทนอำพราง (NOMINEE) โดยมีสำนักงานกฎหมาย P เข้าไปเกี่ยวข้อง จึงทำการสืบสวนขยายผลพบว่า สำนักงานกฎหมาย P มีความเกี่ยวข้องกับนิติบุคคลกว่า 150 บริษัท โดยการใช้ชื่อตนเองหรือชื่อของบุคคลใกล้ชิดเข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นในนิติบุคคลต่างๆ แทนบุคคลต่างด้าว หรือใช้ชื่อตนเองหรือบุคคลใกล้ชิดจดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลไทยเพื่อถือหุ้นแทนคนต่างด้าว ซึ่งในจำนวนนี้มีนิติบุคคลจำนวนกว่า 101 บริษัท ถือครองอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินอื่นคิดเป็นมูลค่าตามราคาขณะซื้อขายกว่า 795 ล้านบาท และจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินเชื่อได้ว่าแหล่งเงินทุนที่แท้จริงเป็นของคนต่างด้าว

ค้นธุรกิจต้องสงสัย 5 จุด  “สมุย-พะงัน”ส่อใช้นอมินีถือครองที่ดิน

ค้นธุรกิจต้องสงสัย 5 จุด “สมุย-พะงัน”ส่อใช้นอมินีถือครองที่ดิน

นอกจากนี้ สำนักงานกฎหมาย P ยังใช้ที่ตั้งของตนเองจดแจ้งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของนิติบุคคล จำนวนกว่า 103 บริษัท อีกด้วย พฤติการณ์ดังกล่าวของสำนักงานกฎหมาย P จึงเป็นการให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือร่วมถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อให้คนต่างด้าวหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนการประกอบธุรกิจที่ถูกห้ามตามกฎหมาย ผลการตรวจค้น พบพยานหลักฐานประกอบด้วยสำเนาโฉนดที่ดินซึ่งปรากฏชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นนิติบุคคลที่มีคนต่างด้าวเป็นกรรมการ โดยมีเจ้าของสำนักงานกฎหมาย P และบุคคลใกล้ชิดเข้าเป็นผู้ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 49 จำนวนมาก รวมถึงเอกสารสัญญาซื้อขายที่ดินใบเสร็จค่าบริการ และเอกสารที่แสดงว่ามีการประกอบธุรกิจประเภทการค้าที่ดิน อันเป็นธุรกิจที่ต้องห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบกิจการ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 94/2569 จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นพยานหลักฐานและจะได้สอบสวนขยายผลต่อไป

ค้นธุรกิจต้องสงสัย 5 จุด  “สมุย-พะงัน”ส่อใช้นอมินีถือครองที่ดิน

ค้นธุรกิจต้องสงสัย 5 จุด “สมุย-พะงัน”ส่อใช้นอมินีถือครองที่ดิน

บริษัท B จากการตรวจสอบบริษัทของชาวอิสราเอลที่มีลักษณะเข้าข่ายการใช้ "นอมินี" ในการประกอบธุรกิจ ซึ่งจากการสืบสวนพบว่า ณ สถานที่ตั้งเดียวกันยังมีบริษัทในเครืออีกไม่น้อยกว่า 5 บริษัท ซึ่งมีกรรมการและผู้ถือหุ้นเป็นกลุ่มบุคคลเดียวกัน โดยหนึ่งในบริษัทดังกล่าวเปิดดำเนินการเป็นสถานที่พักพร้อมโฆษณาเป็นศูนย์บำบัด ศูนย์โยคะเพื่อสุขภาพ และสถานบำบัดรักษาบนเกาะพะงัน ในการประกอบธุรกิจมีสินทรัพย์รวมเกินกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งอ.เกาะพะงันได้ตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรม เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าสถานประกอบการดังกล่าวได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 หรือไม่

บริษัท N ประกอบธุรกิจโรงแรมในพื้นที่อ.เกาะสมุย ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 จากการตรวจสอบพบว่าบริษัทดังกล่าวมีกรรมการสัญชาติไทยและมีผู้ถือหุ้นทั้งสัญชาติไทยและอิสราเอล ทุนจดทะเบียน 45,000,000 บาท มีการถือครองที่ดิน 2 ไร่ 2 งาน ทรัพย์สินรวมกว่า 2,000 กว่าล้านบาท พนักงานสอบสวนคดีพิเศษอยู่ระหว่างตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินลงทุนและความสามารถในการชำระค่าหุ้นของผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย เพื่อพิจารณาว่าเป็นการร่วมลงทุนที่แท้จริง หรือเป็นการถือหุ้นแทนคนต่างด้าวอันเข้าข่ายการกระทำความผิดตามกฎหมายหรือไม่

ค้นธุรกิจต้องสงสัย 5 จุด  “สมุย-พะงัน”ส่อใช้นอมินีถือครองที่ดิน

ค้นธุรกิจต้องสงสัย 5 จุด “สมุย-พะงัน”ส่อใช้นอมินีถือครองที่ดิน

และ บริษัท L ประกอบกิจการสร้างที่พักอาศัยและให้เช่าที่พักอาศัย ซึ่งมีคนไทยเป็นผู้ถือหุ้นและมีคนต่างด้าวสัญชาติอิสราเอลเป็นผู้ถือหุ้นและเป็นกรรมการ มีสินทรัพย์รวมกว่า 330 ล้านบาท และพบว่าบริษัทดังกล่าวมีการถือครองที่ดิน จำนวน 3 แปลง มีมูลค่าขณะซื้อขายกว่า 11 ล้านบาท และจากการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ตั้งของบริษัทดังกล่าวพบว่ามีการใช้ที่ตั้งเดียวกันนี้จดแจ้งเป็นสำนักงานแห่งใหญ่ของนิติบุคคล อีก 6 บริษัท ซึ่งมีคนไทยและคนต่างด้าวสัญชาติอิสราเอลกลุ่มเดียวกันเป็นผู้ถือหุ้นและเป็นกรรมการ และหนึ่งในนิติบุคคลนี้มีการถือครองที่ดินอีก 8 แปลง มีมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท ซึ่งภายในบริเวณดังกล่าวมีลักษณะเป็นรีสอร์ทและเชื่อว่าเปิดให้บริการเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ

การลงพื้นที่ตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้ กรมฯเข้มงวดกวดขันกับการรับจดทะเบียนการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันปัญหานอมินี ซึ่งนอมินีเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นและสะสมมาอย่างยาวนานในสังคมไทย

ค้นธุรกิจต้องสงสัย 5 จุด  “สมุย-พะงัน”ส่อใช้นอมินีถือครองที่ดิน

ค้นธุรกิจต้องสงสัย 5 จุด “สมุย-พะงัน”ส่อใช้นอมินีถือครองที่ดิน

อธิบดีกรมพัฒน์ กล่าวอีกว่า กรณีจ.สุราษฎร์ธานีจากข้อมูลนิติบุคคลพบว่า มีบริษัทกลุ่มเสี่ยงที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นไม่ถึงร้อยละ 50 ถือครองอสังหาริมทรัพย์ (โฉนดที่ดิน) มากกว่า 3,500 บรษัท และมีผู้ทำบัญชีเข้าไปถือหุ้นในบริษัทจำนวน 261 บริษัท ซึ่งการแก้ไขปัญหานอมินีจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หากพบการใช้คนไทยเป็นนอมินีหรือประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมาย จะร่วมกับทุกหน่วยงานดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ โดยจะดำเนินการมาตรการเชิงรุกเพื่อทั้งป้องกันและปราบปรามการใช้โครงสร้างนิติบุคคลอำพรางการถือครองธุรกิจของคนต่างด้าว อันเป็นมาตรการสำคัญในการคุ้มครองผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม และรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

ทั้งนี้“นอมินี” เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นและสะสมมาอย่างยาวนานในสังคมไทย หากดูจากสถิตินิติบุคคล พบว่า กลุ่มเสี่ยงนอมินี (ต่างชาติลงทุน 0.01 – 49.99%) ปี 2541 มีจำนวน 523 ราย /ปี 2551 จำนวน 2,041 ราย /ปี 2561 จำนวน 5,143 ราย /ปี 2568 จำนวน 11,746 ราย (ซึ่งมีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนมียอดสะสม 119,297 ราย ข้อมูล วันที่ 21 มิ.ย. 2569) โดยระหว่างวันที่ 1 ม.ค.- 31 พ.ค. 2569 นิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงลดลง 65% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ ได้ให้ความสำคัญและจริงจังต่อการป้องกันและปราบปรามนอมินี ส่งผลให้การจัดตั้งบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีลดลง อย่างต่อเนื่อง โดยได้กำหนดเป็นนโยบายที่ชัดเจนเพื่อขจัดปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเห็นผลเป็นรูปธรรม

ค้นธุรกิจต้องสงสัย 5 จุด  “สมุย-พะงัน”ส่อใช้นอมินีถือครองที่ดิน

ค้นธุรกิจต้องสงสัย 5 จุด “สมุย-พะงัน”ส่อใช้นอมินีถือครองที่ดิน

ทั้งนี้การปราบปรามบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีรายเดิม กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ส่งข้อมูลซึ่งได้คัดกรองและตรวจสอบเบื้องต้นว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงนอมินีให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้ตามกฎหมายของแต่ละหน่วยงาน เช่น กรมสรรพากร ส่งดำเนินการตรวจสอบภาษี 14,800 ราย กรมที่ดิน ตรวจสอบการถือครองอสังหาริมทรัพย์ 17,556 ราย ชุดเฉพาะกิจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเชิงลึก 2,713 ราย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ดำเนินคดีตามกฎหมายกับนิติบุคคลที่เข้าข่ายกระทำผิด 2,257 ราย กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินคดีพิเศษ 2,236 ราย เป็นต้น

โดยจากการลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินีเชิงลึกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (1 ต.ค. 2568 – 23 มิ.ย. 2569) จำนวน 35 พื้นที่ รวม 11 จังหวัด สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ ชลบุรี สมุทรปราการ เชียงใหม่ ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ตาก และ กรุงเทพมหานคร ประเภทธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินีที่เน้นตรวจสอบ ได้แก่ สำนักงานบัญชี สำนักงานกฎหมาย วิลล่า ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจต่างด้าว/นายหน้า ธุรกิจค้าเหล็ก ธุรกิจท่องเที่ยว/นำเที่ยว Co-Working Space โรงงานอุตสาหกรรม ล้งมะพร้าว และธุรกิจร้านอาหาร

อ่านข่าว:

DSI รวบผู้ต้องหาต่างชาติคดีนอมินี ทำธุรกิจให้เช่าวิลล่าหรู จ.ภูเก็ต

เดินหน้าสกัดนอมินีต่างชาติ พณ.หารือสภาวิชาชีพ ตัดวงจรเอื้อธุรกิจผิดกม.

แกะรอย 2 ธุรกิจเสี่ยงนอมินี ย่านหลักสี่ พบพฤติการณ์-เส้นเงินผิดปกติ