7 จุดห้ามพลาด "ภูกระดึง" ขุนเขา "รูปหัวใจ" แห่งเมืองเลย

ไลฟ์สไตล์
16:37
จำนวนผู้ชม 13,330
7 จุดห้ามพลาด "ภูกระดึง" ขุนเขา "รูปหัวใจ" แห่งเมืองเลย
Botnoi Voice
7 จุดเช็กอินยอดฮิตบน "ภูกระดึง" หนึ่งลิสต์แหล่งท่องเที่ยวหน้าหนาว จ.เลย ที่ครั้งหนึ่งต้องไปพิชิตให้ได้

ธรรมชาติที่สวยงามและความอุดมสมบูรณ์ของป่าที่ "ภูกระดึง" กลายเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวไปพิชิตสักครั้งในชีวิต และในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวนับหมื่นคนเดินทางมาเยือน หลายคนเคยขึ้นภูกระดึงมาแล้วมากกว่า 1 ครั้ง แล้วอะไรคือ เสน่ห์ของภูกระดึง ที่ยังคงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวรุ่นแล้วรุ่นเหล่าไม่เสื่อมคลาย

อ่านข่าว : เปิดหนังสือขอศึกษา "กระเช้าภูกระดึง" 2 ปีสิ้นสุดปี'68

ภาพประกอบข่าว 7 จุดห้ามพลาด

หนึ่งในลิสต์ท่องเที่ยวฮิต คู่นักเที่ยวสายธรรมชาติ

"ภูกระดึง" สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นหนึ่งในลิสต์ของนักท่องเที่ยวสายเดินป่า ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ต.ศรีฐาน อ.ภูกระดึง จ.เลย ซึ่งได้รับการประกาศเป็น อุทยานแห่งชาติลำดับที่ 2 ของประเทศไทย เมื่อปี 2502 มีลักษณะเป็น "ภูเขาหินทรายยอดตัด" ที่หากมองจากภาพถ่ายดาวเทียมจะมีลักษณะคล้าย "รูปหัวใจ" ครอบคลุมพื้นที่ 348.13 ตารางกิโลเมตร มีที่ราบบนยอดภูประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร

ภาพประกอบข่าว 7 จุดห้ามพลาด

บนยอดเขากว้างใหญ่สลับกับเนินเตี้ย ๆ ยอดสูงสุดคือ ภูกุ่มข้าว สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,350 เมตร เป็นแหล่งกำเนิดของลำน้ำพอง ซึ่งหล่อเลี้ยงเขื่อนอุบลรัตน์และเขื่อนหนองหวาย ใน จ.ขอนแก่น

คำว่า "ภูกระดึง" มาจากคำว่า "ภู" แปลว่า "ภูเขา" และ "กระดึง" แปลว่า "กระดิ่ง" เป็นภาษาถิ่นของ จ.เลย ภูกระดึง จึงแปลได้ว่า "ระฆังใหญ่" มาถึงตรงนี้ "ภูกระดึง" ยังมีตำนานที่เล่าขานกันมาว่า

ภาพประกอบข่าว 7 จุดห้ามพลาด

"มีพรานตามล่ากระทิง" ขึ้นไปจนถึงบนยอดเขาในเขต ต.ศรีฐาน และได้กับพื้นที่บนยอดเขาที่เป็นที่ราบเรียบและกว้างใหญ่ เป็นทุ่งหญ้าสลับกับป่าสน และเต็มไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด เช่น ช้างป่า ฝูงกระทิง เก้ง กวาง "ภูกระดึง" ซึ่งถูกว้อนเร้นมานานก็ถูกเปิดเผยให้คนได้รู้จักแต่นั้นมา

ภาพประกอบข่าว 7 จุดห้ามพลาด

"ภูกระดึง" เป็นป่า ที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดป่าหนึ่ง มีทั้งป่าผลัดใบ และป่าดงดิบ ที่ระดับความสูงต่างๆ จำแนกออกได้เป็น

  • ป่าเต็งรัง พบบนที่ราบเชิงเขาและบนที่ลาดชันจนถึงระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ 600 เมตร ประกอบด้วยพันธุ์ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ เต็ง รัง เหียง พลวง กราด รกฟ้า อ้อยช้าง เป็นต้น
  • ป่าเบญจพรรณ พบตั้งแต่บนพื้นที่ราบเชิงเขาและที่ลาดชันตามไหล่เขารอบภูกระดึง จนถึงระดับความสูงจากน้ำทะเลประมาณ 950 เมตร พันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ แดง ประดู่ป่า กระบก เป็นต้น
  • ป่าดิบแล้ง พบตามฝั่งลำธารของหุบเขาที่ชุ่มชื้นทางทิศตะวันออก ตะวันออกเฉียงเหนือ และทิศตะวันตก ตั้งแต่เชิงเขาจนถึงระดับความสูงประมาณ 950 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีพันธุ์ไม้สำคัญ คือ ก่อ ตะเคียนทอง ยางแดง ยมหอม เป็นต้น
ภาพประกอบข่าว 7 จุดห้ามพลาด
  • ป่าดิบเขา พบตั้งแต่ระดับ 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลขึ้นไป ทางทิศเหนือและทิศตะวันตกเฉียงเหนือ พันธุ์ไม้ที่สำคัญ อาทิ ก่วมแดง ทะโล้ สนสามพันปี พะอง จำปีป่า กุหลาบแดง มือพระนารายณ์ เป็นต้น
  • ป่าสนเขา พบเฉพาะบนที่ราบยอดภูกระดึงที่ระดับความสูงประมาณ 1,200-1,350 เมตรจากระดับน้ำทะเล พันธุ์ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ สนสองใบ ก่อเตี้ย ทะโล้ สารภีดอย มะเขื่อเถื่อน เป็นต้น
ภาพประกอบข่าว 7 จุดห้ามพลาด

ไม่เพียงเท่านี้ ภูกระดึง ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งที่มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่อย่างชุกชุม เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศประกอบไปด้วยป่าไม้ ทุ่งหญ้าและลำธาร ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่าภูกระดึงมีหลายชนิดที่พบเห็นทั่วไป อาทิ ช้างป่า เก้ง กวางป่า หมูป่า ลิงกัง พังพอน อีเห็น

นอกจากนี้ยังมี นกเขาเปล้า นกเขาใหญ่ นกกระปูดใหญ่ นกเค้ากู่ ปาดแคระ และมีเต่าชนิดหนึ่งซึ่งหาได้ยาก คือ เต่าปูลู หรือ "เต่าหาง" เป็นเต่าที่หางยาว อาศัยอยู่ตามลำธารในป่าเขาระดับสูงของประเทศไทย กัมพูชา และลาว

ภาพประกอบข่าว 7 จุดห้ามพลาด

ความสมบูรณ์ของธรรมชาติ รวมถึงสภาพภูมิอากาศ ในช่วงเดือน ธ.ค. - ม.ค. อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยระหว่าง 0-10 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยระหว่าง 21-24 องศาเซลเซียส ทำให้ "ภูกระดึง" มีความน่าสนใจมากขึ้น ทำให้แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวไปเยือนสัมผัสธรรมชาติ ทั้งไปเป็นกลุ่ม เพื่อน คู่รัก ครอบครัว เรียกได้ว่าเป็นความท้าทายทั้งกายและใจ ใครจะไปต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมที่สุด

ภาพประกอบข่าว 7 จุดห้ามพลาด

และหากพูดถึงนักท่องเที่ยว ภาพที่อยู่คู่กับการพิชิตยอดภูกระดึง คือ "กลุ่มลูกหาบ" ที่กลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับผู้คนในพื้นที่ ในแต่ละปีไม่น้อยบางครอบครัวสืบทอดอาชีพลูกหาบมาตั้งแต่รุ่นพ่อ กับภารกิจในการแบกสัมภาระข้าวของเครื่องใช้ ของนักท่องเที่ยวขึ้นภูที่มีความสูง 1,316 เมตร

ภาพประกอบข่าว 7 จุดห้ามพลาด

อ่านข่าว : "ลูกหาบภูกระดึง" ในวันเปิดประเทศ รายได้บนความเสี่ยง

เตรียมพร้อมร่างกายให้พร้อม ก่อนเริ่มเดินทางขึ้นไปพิชิดภูกระดึง เส้นทางเดินทางวัดใจที่นักท่องเที่ยวต้องผ่าน ไล่เรียงไปตั้งแต่ซำแฮก ซำบอน ซำกกกอก ซำกกหว้า ซำกกไผ่ ซำกกโดน ซำแคร่ และช่วงสุดท้ายที่จะผ่านขึ้นไปยังหลังแป จุดนี้อาจเป็นจุดที่เหนื่อยที่สุด เพราะจะต้องปีนป่ายขึ้นโขดหิน ระหว่างทางสามารถแวะพักดื่มน้ำ หาอาหารกินกันได้ นั่งพักให้หายเหนื่อยแล้วค่อยเดินทางต่อ 

ภาพประกอบข่าว 7 จุดห้ามพลาด

เมื่อเดินถึงหลังแป ทุกคนที่เดินทางมาถึงจุดนี้ต้องแวะถ่ายภาพ ณ จุดนี้เพื่อเป็นที่ระลึก "ครั้งหนึ่งในชีวิต เราคือ ผู้พิชิตภูกระดึง" จากนั้นต้องเดินต่อไปอีกศูนย์ฯ วังกวาง 3.5 กิโลเมตร มาถึงบนยอดภูกระดึงทั้งทีต้องหาที่เที่ยวธรรมชาติ กินหมูกระทะท่ามกลางอากาศเย็น และชมกวางที่เดินเล่นใกล้ชิดนักท่องเที่ยว วันนี้จะพาไปเช็กอิน 7 จุด ที่ไม่ควรพลาด ที่กรมอุทยานฯ แนะนำไว้

7 จุดต้องแวะเช็กอิน 

หลังแป

จุดแรกที่นักท่องเที่ยวขึ้นมาถึงบนยอดภูกระดึง ความเหนื่อยล้าถูกเปลี่ยนเป็นความประทับใจที่มาถึงยอดภู หยุดพักเช็กอินถ่ายภาพกับป้าย "ครั้งหนึ่งเราคือผู้พิชิตภูกระดึง" ก่อนจะเดินอีก 3.5 กิโลเมตรไปยังศูนย์บริการวังกวาง ระหว่างทางมีต้นสนโดดเด่นอยู่กึ่งกลางทางเดิน ให้นักท่องเที่ยวได้แวะถ่ายภาพอีกหนึ่งจุด

ภาพประกอบข่าว 7 จุดห้ามพลาด

ผานกแอ่น

อยู่ห่างจากที่ทำการศูนย์ฯวังกวางราว 2 กิโลเมตร และห่างจากหลังแป 2.5 กิโลเมตร  ผานกแอ่นเป็นลานหินเล็กๆ มีสนขึ้นโดดเด่นริมหน้าผาต้นหนึ่ง เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น อากาศก็สดชื่นเย็นสบาย มองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่าง ซึ่งเป็นท้องทุ่งและเทือกเขา เห็นผานกเค้าได้ชัดเจน ริมทางเดินใกล้ผานกแอ่นเป็นสวนหินมีดอกกุหลาบป่าขึ้นอยู่เป็นดงใหญ่ จะบานสะพรั่งเต็มต้นในเดือน มี.ค. - เม.ย.

ภาพประกอบข่าว 7 จุดห้ามพลาด

ผาหล่มสัก

อยู่ห่างจากที่ทำการราว 8 กิโลเมตร เป็นลานหินกว้างและมีสนต้นหนึ่งขึ้นชิดริมผาใกล้กับชะง่อนหินที่ยื่นออกไปในอากาศทางทิศใต้ บริเวณผาหล่มสักนี้มองเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาสลับซับซ้อนในเขต จ.เพชรบูรณ์ และเป็นจุดหนึ่งที่จะชมพระอาทิตย์ตกได้อย่างชัดเจนที่สุด คนจึงนิยมไปถ่ายภาพ ณ จุดนี้เพราะยามตะวันตกดินจะเกิดทัศนียภาพสวยงาม

ภาพประกอบข่าว 7 จุดห้ามพลาด

สระอโนดาด

เป็นสระน้ำขนาดใหญ่ที่มีต้นสนขึ้นเป็นแนวแน่นขนัดตามริมสระ ตอนปากธารน้ำไหลมีลานหินโผล่ขึ้นมายามน้ำน้อย จากบริเวณสระอโนดาด ยังมีทางเดินไปต่อบรรจบกับเส้นทางสู่ถ้ำสอและถ้ำน้ำได้

อ่านข่าว : ปัดฝุ่น! "กระเช้าภูกระดึง" ชงของบ 28 ล้าน-ขอเข้าพื้นที่ศึกษา สวล.

ภาพประกอบข่าว 7 จุดห้ามพลาด

น้ำตกเพ็ญพบใหม่

เกิดจากลำธารวังกวาง น้ำตกผ่านผาหินรูปโค้งในหน้าหนาวใบเมเปิลมาจากบริเวณริมน้ำตก จะร่วงหล่นลอยไปตามผิวน้ำ ยามแดดสาดส่องผ่านลงมาจะเป็นสีแดงจัดตัดกับสีเขียวขจีของตะไคร่น้ำตามโขดหิน

ภาพประกอบข่าว 7 จุดห้ามพลาด

นอกจากนี้ ลำธารวังกวางยังเป็นต้นกำเนิด "น้ำตกโผนพบ" ตั้งชื่อเป็นเกียรติแก่ "โผน กิ่งเพชร" นักชกแชมเปียนโลกคนแรกของคนไทยในฐานะเป็นผู้ค้นพบคนแรก เมื่อครั้งที่ขึ้นไปซ้อมมวยให้ชินกับอากาศหนาวก่อนเดินทางไปชกในต่างประเทศ

ลานพระศรีนครินทร์ หรือ องค์พระพุทธเมตตา

พระพุทธรูปปางมารวิชัย ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่นักท่องเที่ยวต่างพากันมากราบไหว้สักการะและขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคล จุดนี้อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง 500 เมตร

ภาพประกอบข่าว 7 จุดห้ามพลาด

ผาเหยียบเมฆ 

เป็นจุดชมทิวทัศน์ และนั่งพัก เมื่อยืนอยู่บริเวณหน้าผาจะมองเห็นเมฆ หมอกลอยปกคลุมทั่วหุบเขา ทำให้รู้สึกเหมือนยืนอยู่เป็นก้อนเมฆ ลักษณะโดยรอบเป็นหินทรายมีลานหินตะปุ่มตะป่ำ คล้ายก้อนเมฆ โดยรอบเป็นป่าสน หน้าผามีความสูงและมีความลาดชัน 30-35 องศา

ภาพประกอบข่าว 7 จุดห้ามพลาด

ใครอยากไปเที่ยว "ภูกระดึง" ต้องรู้ก่อนคือ ภูกระดึง มีช่วงเปิดและปิดการท่องเที่ยว โดยในวันที่ 1 ตุลาคม ของทุก ๆ ปี ไปจนถึง 31 พ.ค. และจะปิดการท่องเที่ยวในวันที่ 1 มิ.ย. - 30 พ.ค. ของทุกปี นั้นเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวในช่วงหน้าฝน ให้ธรรมชาติได้ฟื้นตัวเป็นสถานที่ที่หลายคนบอกว่า "ครั้งหนึ่งในชีวิต เราคือ ผู้พิชิตภูกระดึง"

อ่านข่าวอื่น ๆ

รัฐใจป้ำ "ตัดอ้อยสด" จ่ายตันละ 120 บาทเป็นของขวัญปีใหม่

ภูเขาไฟ "มาราปี" ปะทุ นักปีนเขาตาย 11 สูญหายอีก 12 คน

เที่ยว "กัลยาณิวัฒนา" อำเภอลำดับที่ 25 ของเชียงใหม่ 878 ของไทย