ไล่ออก 2 ลูกจ้างเกาะพีพี ยิงคาบ้านพักปมทะเลาะวิวาท | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส

ไล่ออก 2 ลูกจ้างเกาะพีพี ยิงคาบ้านพักปมทะเลาะวิวาท

อาชญากรรม
2 ม.ค. 67
14:42
4,119
Logo Thai PBS
ไล่ออก 2 ลูกจ้างเกาะพีพี ยิงคาบ้านพักปมทะเลาะวิวาท
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
กรมอุทยานฯ สั่งไล่ออก 2 ลูกจ้างอุทยานแห่งชาติเกาะพีพี หลังทะเลาะวิวาท และยิงคาบ้านพักได้รับบาดเจ็บ ส่งมือยิงดำเนินคดี ยันไม่กระทบการท่องเที่ยว

วันนี้ (2 ม.ค.2567) นายยุทธพงค์ ดำศรีสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอสออนไลน์ กรณีเกิดเหตุการณ์ลูกจ้างชั่วคราวของอุทยานหาดนพรัตน์ ที่ประจำการในตำแหน่งพนักงานบริการท่องเที่ยวอ่าวมาหยา ทะเลาะวิวาท และยิงกันในบ้านพักอุทยาน ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณช่องท้อง 2 นัดและอยู่ระหว่างการผ่าตัดที่โรงพยาบาลกระบี่

นายยุทธพงค์ กล่าวว่า จากการลงติดตามในที่เกิดเหตุลูกจ้างทั้ง 2 คนเป็นเพื่อนกัน ทั้งก่อนเข้าปฏิบัติงาน และในขณะทำงานด้วยกัน โดยปฏิบัติงานที่หน่วยดังกล่าวมาประมาณ 1 ปีเศษ

เบื้องต้นสาเหตุการทะเลาะในเรื่องส่วนตัวเกี่ยวกับการพูดจา และปัญหาส่วนตัว ซึ่งมีปัญหาโกรธเคืองกันตั้งแต่คืนวันที่ 1 ธ.ค. 2566 และต่อยกันหลายรอบ จนเกิดบันดาลโทสะใช้อาวุธปืนส่วนตัวยิงที่บ้านพัก

ช่วงเกิดเหตุเวลา 10.00 น.ซึ่งยังมีนักท่องเที่ยวขึ้นมาท่องเที่ยวบริเวณอ่าวมาหยาไม่มาก จึงไม่ได้ปิดอ่าวมาหยา และเป็นเหตุที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภายใน ไม่กระทบการท่องเที่ยว

ขณะนี้คนเจ็บนำตัวส่งโรงพยาบาล และมือยิงก็ถูกตำรวจดำเนินคดีแล้ว ส่วนการลงโทษทางกรมอุทยานฯได้ไล่ออกทันที เพราะถือเป็นเรื่องอุกฉกรรจ์ที่ทะเลาะวิวาทและยิงกันจนบาดเจ็บ

ตรวจไม่พบสารเสพติด-ปมทะเลาะวิวาท

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี กล่าวว่า ขณะนี้รายงานให้นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯทราบเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และอธิบดีกรมอุทยานฯ สั่งการให้เร่งจัดการปัญหาโดยด่วนที่สุด เพราะนโยบายคือห้ามเจ้าหน้าที่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ทะเลาะวิวาท ซึ่งถือเป็นความผิดชัดเจน

อ่าวมาหยา เกาะพีพี ปกติมีเจ้าหน้าที่ 24 คนในการให้บริการนักท่องเที่ยวเฉลี่ยวันละ 2,000 คน ยืนยันว่าเหตุการณ์นี้จะไม่กระทบการท่องเที่ยวและขอให้มั่นใจในความปลอดภัย

นายยุทธพงค์ กล่าวอีกว่า สำหรับทั้ง 2 คนที่ก่อเหตุ จากการตรวจสอบที่ผ่านมายังไม่พบการใช้สารเสพติด  

ข่าวที่เกี่ยวข้อง