พณ.ลุยนโยบายทูตเศรษฐกิจ ร่วมฝรั่งเศสทำsmart farming

เศรษฐกิจ
12:10
จำนวนผู้ชม 566
พณ.ลุยนโยบายทูตเศรษฐกิจ  ร่วมฝรั่งเศสทำsmart farming
Botnoi Voice
พาณิชย์ ถกทูตฝ่ายเศรษฐกิจฝรั่งเศส ครั้งที่ 5 ขยายโอกาสการค้าลงทุน นวัตกรรมอาหาร สุขภาพและการแพทย์ แฟชั่น เล็งดันเกษตรสมัยใหม่ ฟาร์มอัจฉริยะ พลังงานสีเขียว หนุนการเจรจา FTA ไทย-อียู

วันนี้ (16 ม.ค.2567) นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการหารือกับนายฌอง โซล-มาเช่ (Mr. Jean SOL-MACHER) อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ด้านความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างไทยและฝรั่งเศส รวมทั้งการเตรียมการสำหรับจัดการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านเศรษฐกิจระหว่างไทยและฝรั่งเศส (High Level Economic Dialogue: HLED) ครั้งที่ 5 ที่ฝรั่งเศสจะเป็นเจ้าภาพในปีนี้

ภาพประกอบข่าว พณ.ลุยนโยบายทูตเศรษฐกิจ  ร่วมฝรั่งเศสทำsmart farming

นางสาวโชติมา กล่าวว่า มีการแลกเปลี่ยนความเห็นและแนวทางการขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุน การกระชับความร่วมมือระหว่างกัน ผ่านกลไก HLED โดยเฉพาะในสาขาที่สองฝ่ายเล็งเห็นประโยชน์ร่วมกัน เช่น นวัตกรรมอาหาร สุขภาพและการแพทย์ แฟชั่น เครื่องสำอางและน้ำหอม อวกาศ และการขนส่งและโลจิสติกส์

นอกจากจะสอดคล้องกับนโยบายการทูตเศรษฐกิจเชิงรุกของรัฐบาลปัจจุบัน ที่ให้ความสำคัญกับการรักษาตลาดและพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศคู่ค้าอย่างยั่งยืนแล้ว ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ภาคธุรกิจ และสนับสนุนการเพิ่มศักยภาพในการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุนด้วย

ภาพประกอบข่าว พณ.ลุยนโยบายทูตเศรษฐกิจ  ร่วมฝรั่งเศสทำsmart farming

สำหรับเวทีการประชุม HLED 4 ครั้ง ที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ซึ่งการประชุม HLED ครั้งที่ 5 ในปีนี้ ไทยและฝรั่งเศสมุ่งหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถพัฒนาความร่วมมือในสาขาใหม่ ๆ เช่น การเกษตรสมัยใหม่ รวมถึงระบบฟาร์มอัจฉริยะ (smart farming) เทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง พลังงานสีเขียว และอุตสาหกรรมเพื่อความยั่งยืน

สองฝ่ายพร้อมสนับสนุนการเจรจา FTA ไทย-อียู ซึ่งฝรั่งเศสเป็นสมาชิกให้สำเร็จ เพราะเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ไปจนถึงการยกระดับมาตรฐานระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองฝ่าย
ภาพประกอบข่าว พณ.ลุยนโยบายทูตเศรษฐกิจ  ร่วมฝรั่งเศสทำsmart farming

ทั้งนี้ ในช่วง 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย. 2566) ฝรั่งเศสเป็นคู่ค้าอันดับที่ 3 ของไทยในอียู รองจากเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ และเป็นคู่ค้าอันดับที่ 24 ของไทยในตลาดโลก การค้าระหว่างกันมีมูลค่ารวม 4,882.99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดยไทยส่งออกไปฝรั่งเศส มูลค่า 1,764.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยนำเข้าจากฝรั่งเศส มูลค่า 3,118.20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไทยเป็นฝ่ายขาดดุลการค้ามูลค่า 1,353.42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ เลนซ์ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์ยาง

ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ เครื่องบิน เครื่องร่อน อุปกรณ์การบินและส่วนประกอบ เครื่องประดับอัญมณี เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ สบู่ ผงซักฟอก เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม

อ่านข่าวอื่นๆ:

4 เครือข่ายสหกรณ์ ยอมถอยปรับราคา “ไข่ไก่” ลงแผงละ 6 บาท

ธปท.แจงเหตุดอกเบี้ยแพง-ยันนโยบายการเงินไม่มาผิดทาง

“พาณิชย์” บุกแดนมะกัน เจาะตลาดข้าวหอมมะลิ-อาหารกระป๋อง