"บอลไทย ไปบอลโลก" ความฝัน "มาดามแป้ง" นายกฯ ลูกหนังคนใหม่

กีฬา
27 ก.พ. 67
11:57
224
Logo Thai PBS
"บอลไทย ไปบอลโลก" ความฝัน "มาดามแป้ง" นายกฯ ลูกหนังคนใหม่
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)

เป็นครั้งแรกของวงการลูกหนังไทยที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ เมื่อ "มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ คว้าชัยในตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยคนที่ 18 ไปครอง และถือเป็นผู้หญิงคนแรกของเอเชียที่ได้นั่งเก้าอี้ที่บรรดาชายอกสามศอกหลายคนที่คลุกคลีอยู่วงในมาอย่างโชกโชน ต่างหมายปอง

ในรายการคุยนอกกรอบของ "สุทธิชัย หยุ่น" มีหลายมุมมองความคิดของมาดามแป้งที่สะท้อนให้ความมุ่งมั่นของเธอที่ต้องการพัฒนาและนำพาทีมฟุตบอลไทยไปสู่เป้าหมายใหญ่ นั่นก็คือ การได้นำทีมฟุตบอลไทย ไปคว้าชัยในฟุตบอลโลก

แม้จะเป็นภารกิจหนักพอสมควรกับผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างมาดามแป้ง แต่ด้วยความทุ่มเทและหัวใจรักในฟุตบอลไทย เนื่องจากอยู่ในวงการนี้มายาวนานกว่า 16 ปี ไต่ระดับตั้งแต่ผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย, ประธานสโมสรฟุตบอลการท่าเรือ และ ผู้จัดการทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทย สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เรื่องเหนือเกินความคาดหมาย

"เป็นภารกิจที่หนักพอสมควร กับตำแหน่งที่ได้รับมา ที่หนักใจที่สุดคือการพาทีมบอลไทยไประดับโลก สิ่งสำคัญของการแข่งขันฟุตบอลในสนาม "ชนะ แพ้ เสมอ" แน่นอนว่าทุกคนต้องการชัยชนะ แต่ว่าเราไม่สามารถคอนโทรลได้แต่ละเกมส์แต่ละแมท แต่ก็จะทำให้ดีที่สุด"

มาดามแป้ง บอกว่า เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจลงชิงตำแหน่ง นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ไม่มีอะไรมากไปกว่า "หัวใจสั่งให้ทำ" และอยากจะใช้ประสบการณ์ที่สะสมมาอย่างยาวนานให้เกิดประโยชน์ เพราะฟุตบอลเป็นเป็นกีฬามวลชนที่คนคาดหวัง

และนับเป็นความโชคดีหลังเข้ามารับตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลฯ เมื่อผลจากการแข่งขันฟุตบอลเอเชียนคัพช่วงต้นปีที่ผ่านมา ส่งผลอันดับแรงกิ้งของประเทศไทยขยับขึ้นมาที่ 101 จากการประกาศของฟีฟา นับเป็นอันดับที่ดีในรอบ 14 ปี ทำให้ทีมฟุตบอลไทยกลับมาเป็นที่ 1 ในอาเซียน แซงประเทศเวียดนาม จากที่เวียดนามแซงหน้าประเทศไทยมาถึง 8 ปี

แม้ว่า โควตาฟุตบอลโลกรอบหน้าจะเปิดเพิ่มสิทธิให้กับทีมเอเชียจาก 5 เป็น 8 ทีมครึ่ง แต่ก็ต้องยอมรับว่าทุกประเทศต้องการไปสู่บอลโลกเหมือนกัน คู่แข่งจึงมีมากมาย โดยในรอบควอลิฟาย ต้องไปเล่นกับเกาหลีใต้ ในวันที่ 21 มี.ค.2567 และกลับมาเล่นโฮมเกมส์ กับเกาหลีใต้ วันที่ 26 มี.ค.2567 ซึ่งรอบแรกไทยเสียเปรียบตรงที่ไปแพ้จีนในบ้านตัวเอง ก็ยิ่งเป็นแรงกดดัน

"แป้งพูดตลอดว่า เราทำคนเดียวไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นนายกสมาคมฯ ผู้จัดการทีม โค้ชฟุตบอล หรือ นักกีฬาทีมชาติ ทุกคนผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ทุกคนจะกลายเป็นประวัติศาสตร์ แต่คนที่จะอยู่คู่กับฟุตบอลไทยตลอดไปคือผู้เล่นคนที่ 12 ก็คือแฟนบอลคนไทย ที่จะเป็นมือที่ประคับประคองฟุตบอลไทยให้คงอยู่ตลอดไป ดังนั้นการทำให้ทีมชาติไทยกลับมาแข็งแกร่ง หรือมีกระแสกลับมาอีกครั้งก็ขึ้นอยู่กับหลายๆ อย่าง"

สำหรับหัวใจสำคัญของการจะพาทีมไปสู่บอลโลกไทยนั้น มาดามแป้ง บอกว่า ผู้เล่นที่เก่งจะต้องมาให้ครบ ที่ผ่านมาในอดีต การจัดตารางการแข่งขันไทยลีกกับทีมชาติ มีความทับซ้อนกัน ส่งผลให้นักเตะไม่มีเวลาเก็บตัว

ยิ่งหากสโมสรที่มีนักเตะทีมชาติอยู่ แต่กำลังแข่งขันในลีกเพื่อเป็นที่หนึ่ง หรือหนีการตกชั้น ก็จะไม่ปล่อยนักเตะมาเก็บตัว จึงมองว่าหลังจากนี้จะต้องวางแผนขยับตารางการแข่งขันเพื่อเว้นระยะ อีกส่วนหนึ่งคือนักเตะที่เป็นลูกครึ่งไทย ที่มีความสามารถเล่นในลีกสูงๆ ในยุโรปหลายคน

ส่วนเหตุผลที่ต้องใช้โค้ชจากญี่ปุ่นนั้น "มาดามแป้ง" ให้เห็นผลว่า "ญี่ปุ่น" ได้สร้างประวัติศาสตร์ชนะประเทศที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็น สเปน หรือ อุรุกวัย ส่งผลให้แรงกิ้งขยับขึ้นสูงมาก จึงมองว่าเป็นต้นแบบของคนที่มีสรีระร่างกายเหมือนคนเอเชีย การฝึกซ้อมก็จะเหมาะสมกับทีมไทย อีกทั้งยังมีเรื่องของความมีระเบียบวินัย

"มาดามแป้ง" พูดติดตลกว่า ทุกการแข่งขันที่ได้ไปนอกจากทุกประเทศจะมีเตรียมความพร้อมทางด้านร่างกาย โภชนา เทคนิคการเล่น ความพร้อมจิตใจ ไม่มีชาติไหน ไม่ไหว้สนาม ไม่บรวงสรวง ไม่ทำพิธีกรรม ไม่มูเตลู

ทุกคนก็คิดว่า โชคชะตา ฟ้าลิขิตก็เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลเช่นกัน เหมือนกับที่หลายๆ คนมักจะพูดเสมอ มันมีวันของเรา วันของเขาเหมือนกัน

มาดามแป้งบอกว่า ดวงมันต้องมี 2 ปัจจัยแรกด้วย ต้องมีความชอบ ต้องมีเงิน และดวงมันก็จะตามมา ถ้าไม่มี 2 อย่างนี้ ดวงมันก็ไม่มา แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องใจสู้ เพราะมันเป็นกีฬาที่ 90 นาที ชนะก็เหมือนขึ้นสวรรค์ แพ้ก็เหมือนตกนรก ความรู้สึกไม่มีตรงกลาง มันมีสูงสุดกับต่ำสุด

นอกจากเรื่องในสนามที่ต้องคิดแล้ว มาดามแป้ง บอกว่า ยังมีเรื่องน่าหนักใจ คือ ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอล ที่ปัจจุบันเกิดวิกฤตไม่มีผู้ถ่ายทอด ต้องดูผ่านยูทูบ หรือผ่านซิมโทรศัพท์ที่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องไปพูดคุยกับหน่วยงานที่มีแนวโน้มจะให้ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด

อย่างไรก็ตาม แม้ในเรื่องที่ยากลำบาก แต่ยังมีความโชคดี ในการหาสปอนเซอร์ เพราะสภากรรมการที่เรียกได้ว่า "ชุดสลายทุกขั้วอำนาจ" ทำให้ได้คนที่อยู่ในวงการฟุตบอลมาร่วมทำงาน เป็นที่ปรึกษา และสนับสนุนเป็นอย่างดีว่าจะไปในทิศทางอย่างไร

เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายที่สุด เช่นเดียวกับเรื่องของเงินอัดฉีดที่มีกระแสจากสังคมมองว่าอยากให้ทำเป็นระบบที่นักเตะทุกคนจะต้องได้รับ ไม่ใช่แค่อัดฉีดในแต่ละแมตช์เท่านั้น

ขณะที่ยังต้องเตรียมงานใหญ่ ที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมใหญ่ "ฟีฟา คอง เกรส 2024" (FIFA Congress 2024) โดยมีประธานฟีฟา พร้อมด้วยอดีตนักฟุตบอลระดับโลก (FIFA LEGEND)

และผู้แทนจาก 211 ประเทศเข้าร่วมในวันที่ 17 พ.ค.2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งประเด็นสำคัญการประชุมในครั้งนี้ คือ การให้สมาชิกของฟีฟาทั้ง 211 สมาคมจากทั่วโลก

เบื้องต้น นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้มีการประชุมจัดตั้งคณะทำงานไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดงานใหญ่ที่เรียกได้ "สปอร์ต ทัวริซึม"

เมื่อถูกถามว่า ฟุตบอลไทยจะไปบอลโลกได้หรือไม่ มาดามแป้ง ยอมรับว่า "บอกตรงๆ ว่าเป็นเรื่องที่ยาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้"

ติดตามบทสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับ "สุทธิชัย หยุ่น" @suthichai ที่จะชวนทุกคนมาคุยลึก คุยคม คุยกันนอกกรอบเดิมๆ กับบุคคลสำคัญทางการเมือง และเหล่าผู้นำทางความคิดของไทย ในแบบที่คุณยังไม่เคยได้ฟังที่ไหนมาก่อน

ในรายการ คุยนอกกรอบ ทุกคืนวันพฤหัสบดี เวลา 21.30 น.ทางไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 และช่องทางออนไลน์

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง