ฝรั่งเตะหลัง-ภรรยาชาวไทย "ขอโทษ" พญ.ผ่านสื่อ อ้างไม่ได้ตั้งใจทำร้าย

อาชญากรรม
1 มี.ค. 67
14:28
13,841
Logo Thai PBS
ฝรั่งเตะหลัง-ภรรยาชาวไทย "ขอโทษ" พญ.ผ่านสื่อ อ้างไม่ได้ตั้งใจทำร้าย
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
ฝรั่งเตะหลัง กับภรรยาชาวไทยออกมาขอโทษ พญ.ผ่านสื่อ อ้างเคยเจอ นทท.จีน บุกรุกบ้าน เลยเขาใจผิด คิดว่าเป็นกลุ่มเดิม ฝรั่งอ้างไม่ได้ตั้งใจ ภรรยายอมรับด่าหมอเพราะขาดสติ ทนายความแจ้งเอาผิดข้อหาบุกรุกไม่ได้ เพราะเป็นเพียงผู้เช่าอาศัย

วันนี้ (1 มี.ค.2567) เพจเฟซบุ๊ก โหดจัง จังหวัดภูเก็ต ได้ไลฟ์สดการแถลงข่าวขอโทษต่อคุณหมอที่ถูกทำร้ายจากชายชาวต่างชาติ และถูกด่าทอจากภรรยาชาวไทย 

โดยภรรยาชาวไทยเป็นผู้เล่าเหตุการณ์ว่า เริ่มต้นมาจากพื้นที่ที่พวกเธออยู่อาศัยนั้น มักจะมีนักท่องเที่ยวเดินเข้ามาถ่ายรูปเป็นประจำ จนเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนมีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนหลายคนได้เดินเข้ามาด้านใน จนถึงบริเวณสระว่ายน้ำ และเป็นช่วงที่ตนเองกำลังว่ายน้ำอยู่ จึงได้แจ้งกลุ่มนักท่องเที่ยวไปว่า พื้นที่นี้เป็นที่ส่วนบุคคล และยอมรับว่าเกิดความรู้สึกกลัว ไม่ปลอดภัยในการอยู่อาศัย จึงได้แจ้งสามีชาวต่างชาติไว้

ส่วนในคืนเกิดเหตุ เวลาประมาณ 20.50 น. ตนเองขึ้นนอนแล้ว แต่ลุกขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงโวยวาย จึงลงไปดูด้วยความงัวเงีย เมื่อเห็นว่าเป็นผู้หญิง ก็เข้าใจไปเองว่าเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มเดิม จึงเกิดความไม่พอใจ โกรธ มองว่าเตือนไปแล้วแต่ทำไมไม่ฟัง จึงด่าทอออกไป ยอมรับว่าสิ่งที่คุณหมอคู่กรณีโพสต์นั้นเป็นความจริงที่ใช้คำพูดรุนแรงและหยาบคาย แต่ในขณะนั้นขาดสติ และจำไม่ค่อยได้ว่าพูดอะไรออกไป 

เมื่อทราบภายหลังว่าคู่กรณีเป็นคุณหมอ ก็พร้อมที่จะขอโทษทุกอย่าง พร้อมชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด และรู้สึกเสียใจมากกับสิ่งที่ตนเองได้กระทำลงไป 

ส่วนเรื่องที่ได้อ้างชื่อตำรวจระดับสูงนายหนึ่งนั้น ยอมรับว่าได้โทรไปและทางนั้นได้ส่งสายตรวจมาจริง และลูกชายตนมียศเป็นนายสิบเท่านั้น ไม่ใช่ยศใหญ่โตตามที่ถูกกล่าวอ้าง 

ด้านสามีชาวต่างชาติ ระบุว่า ในคืนเกิดเหตุ ตนเองเห็นคู่กรณีมานั่งที่ริมบันได ขณะนั้นคิดว่ามีผู้บุกรุกพื้นที่ "ที่ตนเองคิดว่าเป็นพื้นที่ของตน" จึงอัดคลิปวิดีโอเพื่อจะส่งไปยังเจ้าของโครงการว่าถูกบุกรุก แต่ขณะที่เดินเข้าไปเพื่อจะไล่คนออกไป กลับสะดุดล้มเอง ยืนยันว่าได้ไปพบแพทย์และมีใบรับรองแพทย์ว่าตนเองก็ได้รับบาดเจ็บจากการสะดุดล้ม มีแผลเล็บฉีกที่นิ้วชี้ เท้าซ้าย

ที่มา : ไลฟ์แถลงข่าวจากเพจ โหดจัง จังหวัดภูเก็ต

ที่มา : ไลฟ์แถลงข่าวจากเพจ โหดจัง จังหวัดภูเก็ต

ที่มา : ไลฟ์แถลงข่าวจากเพจ โหดจัง จังหวัดภูเก็ต

ส่วนเรื่องการอัดคลิปนั้น ทำไปเพื่อเก็บเป็นหลักฐานเพื่อจะส่งให้เจ้าของโครงการ และหลังจากที่เกิดเหตุก็ได้ส่งข้อความไปยังเจ้าของโครงการแล้ว และพื้นที่นั้นก็ไม่มีกล้องวงจรปิดติดอยู่ เพราะผู้เช่าเข้าใจว่า เป็นเพียงผู้เช่า ไม่มีสิทธิติดตั้ง หรือ ต่อเติมสิ่งอื่นได้ 

ประเด็นที่ไม่ยอมขอโทษผู้เสียหาย เพราะอยู่ในอารมณ์โกรธ เชื่อว่าเป็นนักท่องเที่ยวจีนที่เคยบุกรุกเข้ามาเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ยืนยันว่าเมื่อรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว รู้สึกเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และไม่คิดว่าเหตุการณ์จะบานปลายขนาดนี้ ส่วนกรณีการเหยียดคุณหมอว่าเป็นคนพื้นเมืองนั้น ย้ำว่าไม่ได้พูดแบบนั้น ไม่ว่าจะทั้งภาษไทยหรือภาษาอังกฤษ 

ด้านทนายความที่ให้คำปรึกษา ชี้แจงว่า ต้องขอโทษต่อคุณหมอผู้เสียหาย คนไทยทุกคน ที่เหตุการณ์นี้ทำให้รู้สึกเสียใจกันทั้งหมด ตนเองในฐานะทนายความที่พูดทุกอย่างแทนสามีภรรยานั้น พูดบนหลักฐานและพยานในที่เกิดเหตุทั้งสิ้น ส่วนตัวเชื่อว่ามุมกล้องในคลิปวิดีโอที่ชาวต่างชาตินำมาแสดงนั้น เชื่อได้ว่าเป็นการสะดุดหกล้มจริงๆ

ทั้งนี้ ได้แจ้งข้อกฎหมายไปให้ทั้ง 2 คนรับทราบแล้ว เรื่องการจะดำเนินคดีข้อหาบุกรุกกับคุณหมอ ว่าไม่สามารถแจ้งความได้ เพราะไม่เข้าข้อกฎหมายเนื่องจากทั้ง 2 คน "เช่า" พื้นที่เท่านั้น ไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์พื้นที่ใดๆ และในขณะที่ก่อเหตุ สามีก็ไม่รู้ว่าบริเวณนั้นเป็นส่วนของพื้นที่ที่ตนเช่า หรือ เป็นพื้นที่สาธารณะ เมื่อแจ้งรายละเอียดดังนี้ ทั้ง 2 คนก็ไม่ประสงค์จะแจ้งความข้อหาบุกรุกต่อคุณหมอแล้ว 

อ่าน : “แพทย์หญิง” ยันดำเนินคดีต่างชาติทำร้ายถึงที่สุด นายกเล็กยันเป็น “พื้นที่สาธารณะ”

ขณะเดียวกัน ปศุสัตว์ จ.ภูเก็ต เข้าตรวจสอบปางช้างของนายเดวิด อยู่ที่ ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ปางช้าง เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวที่จองล่วงหน้าเท่านั้น มีค่าบริการคนละ 2,500 บาท มีกิจกรรมทั้งการให้อาหาร เตรียมอาหาร และอาบน้ำช้าง เป็นต้น

เดิมมีช้าง 15 เชือก เป็นช้างประจำปางช้าง 1 เชือก ส่วนที่เหลือเป็นการเช่าเพื่อบริการท่องเที่ยว แต่ตอนนี้เหลือช้างแค่ 14 เชือก และแจ้งว่าช้างป่วยอยู่ระหว่างรักษาที่โรงพยาบาลช้างใน จ.กระบี่ ขณะที่มูลนิธิของนายเดวิด อ้างว่าแยกขาดจากธุรกิจ ก่อตั้งช่วงก่อนโควิด-19 ตอนนี้ยังไม่มีเงินบริจาคเข้ามา ส่วนเงินที่ใช้ช่วยเหลือช้างนั้นระบุว่าเป็นเงินส่วนตัวทั้งหมด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง