วันนี้ (18 ก.ค.2569) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 ก.ค.2569 มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.), สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบสถานบริการทั่วประเทศ ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ การสูญเสียในลักษณะเหตุการณ์เพลิงไหม้ สถานบริการย่านถนนลาดพร้าว
นายอรรษิษฐ์ กล่าวต่อว่า กระทรวงมหาดไทยสั่งการไปยังกรม จังหวัด และประสาน กทม. รวมถึงเมืองพัทยา ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสถานบริการทั่วประเทศ ดังนี้
1. ให้ "กรมการปกครอง" จัดระเบียบสถานบริการและสถานประกอบการให้เป็นไปตามกฎหมาย จัดทำฐานข้อมูลผลการตรวจสอบ โดยกำชับที่ทำการปกครองจังหวัดและอำเภอบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบสถานบริการ สถานประกอบการและอาคารที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก พร้อมกวดขันบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยสถานบริการ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด หากพบการฝ่าฝืนให้ดำเนินการตามกฎหมายทันทีไม่มีละเว้น
2. ให้ "กรมโยธาธิการและผังเมือง" ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร สนับสนุนการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ทางหนีไฟ ความจุอาคาร องค์ประกอบด้านวิศวกรรม และจัดทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ สนับสนุนจังหวัดตรวจสอบสถานบริการ สถานประกอบการและอาคารที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก พร้อมกำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคารอย่างเคร่งครัด
3. ให้ "กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย" เตรียมความพร้อมป้องกันอัคคีภัย สนับสนุนการตรวจสอบระบบป้องกันอัคคีภัย อุปกรณ์ดับเพลิง แผนอพยพหนีไฟของสถานประกอบการ รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ร่วมตรวจประเมินความพร้อม และให้คำแนะนำในการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัย และเร่งรัดฝึกซ้อมแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่
4. ให้ "กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น" สั่งการสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บูรณาการร่วมกับที่ทำการปกครองจังหวัด สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และหน่วยที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบสถานบริการ สถานประกอบการและอาคารที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก โดยบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคารอย่างเคร่งครัด และประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ไปยังผู้ประกอบการ และประชาชนเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัย
5. ให้ "ผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา" ยกระดับความปลอดภัยในระดับพื้นที่ มุ่งเน้นระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ทำหนีไฟและทางออกฉุกเฉิน ความจุอาคาร ความพร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิต และการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัย
โดยบูรณาการจัด "ชุดปฏิบัติการตรวจสอบสถานบริการและอาคารสาธารณะ" ทุกแห่ง ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ทั้งสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ โรงเบียร์ ร้านอาหารที่มีดนตรีสด อาคารสาธารณะ สถานประกอบการที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก
พร้อมจัดทำบัญชีสถานประกอบการ ที่ผ่านการตรวจและที่อยู่ระหว่างการแก้ไข รายงานกระทรวงมหาดไทยตามห้วงเวลาที่กำหนด และกำชับนายอำเภอ รวมถึงผู้อำนวยการเขตและผู้รับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ติดตามการแก้ไขข้อบกพร่องของสถานประกอบการอย่างใกล้ชิด และห้ามเปิดดำเนินการ จนกว่าจะเป็นไปตามมาตรฐาน นอกจากนี้ ให้รณรงค์สร้างความตระหนักผู้ประกอบการ ปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด และห้ามกระทำการใดที่เป็นการปิดกั้นทางหนีไฟ หรือกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ
ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นสถานประกอบการ สถานบริการ หรือร้านอาหาร หรืออาคารสาธารณะ ที่มีลักษณะเชื่อได้ว่าไม่ได้มาตรฐานหรือมีอันตราย สามารถแจ้งสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567 หรือผู้นำท้องที่ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย
อ่านข่าว
อัปเดตเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว เสีย 33 คน บาดเจ็บรุนแรง 14 คน
ตร.สอบเจ้าของ "ผับลับห้วยขวาง" ขยายผลหาที่มายาเสพติด
จนมุม! ชายวัย 18 ขับรถหนี ตร.เรียกตรวจที่สุราษฏ์ฯ พบซุกยาบ้า 2 ล้านเม็ด
