วันนี้ (3 ก.ย.2569) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีติดตามปัญหาการดำเนินกิจการดาตาเซนเตอร์ในพื้นที่เมืองอย่างใกล้ชิด หลังพบข้อกังวลว่า ผู้ประกอบการบางรายอาจใช้ช่องว่างของกฎหมาย โดยขออนุญาตก่อสร้างอาคารในลักษณะโกดังสินค้า ก่อนนำไปติดตั้งระบบและดำเนินกิจการในลักษณะดาตาเซนเตอร์ ซึ่งอาจทำให้การกำกับดูแลด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมไม่ครอบคลุม
นายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาตาเซนเตอร์ หรือ "บอร์ดดาตาเซ็นเตอร์" ซึ่งจะมีการประชุมครั้งแรก ในวันศุกร์ที่ 4 ก.ย.นี้ เพื่อเร่งทบทวนกฎหมาย กฎ และหลักเกณฑ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปิดช่องว่างในการกำกับดูแล และวางมาตรฐานรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมดาตาเซนเตอร์อย่างเป็นระบบ
สำหรับกรณีอาคารดาตาเซนเตอร์บริเวณถนนพระราม 9 กระทรวงพลังงานได้เข้าตรวจสอบภายหลังได้รับการร้องเรียนเรื่องการจัดเก็บน้ำมันสำรองภายในอาคาร เบื้องต้นพบการจัดเก็บน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการเคลื่อนย้ายน้ำมันประมาณ 200,000 ลิตร ออกจากพื้นที่ทั้งหมดแล้ว และผู้ประกอบการได้ยุติการดำเนินการดังกล่าว
ทั้งนี้ ตามกฎหมาย การจัดเก็บน้ำมันเกิน 15,000 ลิตร ต้องได้รับอนุญาต และต้องจัดเก็บไม่เกินปริมาณที่ได้รับอนุญาต โดยในวันนี้กรมธุรกิจพลังงานจะเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
น.ส.รัชดากล่าวว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมดาตาเซนเตอร์ทำให้รัฐบาลต้องเร่งปรับระบบกำกับดูแลให้ทันกับการลงทุน เนื่องจากปัจจุบันมีหลายหน่วยงานรับผิดชอบกฎหมายคนละส่วน แต่ยังขาดกลไกที่เชื่อมโยงการพิจารณาในภาพรวม ตั้งแต่การใช้อาคาร การจัดเก็บเชื้อเพลิง ความปลอดภัย ไปจนถึงผลกระทบต่อชุมชน
รัฐบาลสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมดาตาเซนเตอร์ซึ่งมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ แต่การลงทุนต้องดำเนินไปภายใต้กฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยที่ชัดเจน การประชุมบอร์ดวันที่ 4 ก.ย.นี้ จึงมีเป้าหมายปิดช่องโหว่ในการกำกับดูแลให้การเติบโตของอุตสาหกรรมเดินหน้าไปพร้อมกับความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และความมั่นใจของประชาชน
อ่านข่าว :
สภาพอากาศวันนี้ "เหนือ-อีสาน-ตะวันออก-ใต้" ฝนตกหนักบางแห่ง - กทม.ฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
อิหร่านโจมตีเรือน้ำมันซาอุฯ ลูกเรือฟิลิปปินส์เสียชีวิต 2 คน
ค้นหา-กู้ภัยเนปาลยังเดินหน้า ครอบครัวเก็บดีเอ็นเอพิสูจน์อัตลักษณ์ ยอดเสียชีวิตพุ่งกว่า 1,200 คน
