วันนี้ (3 ก.ย. 2569) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้า จากเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มบริเวณชายแดนเนปาล-จีน ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค. ที่ผ่านมา ยังคงส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ ขณะที่ภารกิจค้นหาและกู้ภัยยังดำเนินต่อเนื่อง
ชาวบ้านในเนปาลยังคงเดินทางไปตรวจสอบกระดานที่ติดป้ายรายชื่อและรูปภาพผู้สููญหายจากเหตุภัยพิบัติน้ำท่วมและดินถล่ม หลายคนรอคอยความหวังในการพบญาติพี่น้องที่สูญหาย ขณะที่ภารกิจค้นหาและกู้ภัยยังคงดำเนินต่อเนื่อง แม้จะผ่านมาแล้ว 1 สัปดาห์หลังเกิดเหตุ
ชาวเนปาลเฝ้าตามหาญาติสูญหาย หลังน้ำท่วม-ดินถล่มผ่าน 1 สัปดาห์
ขณะเดียวกัน สมาชิกหลายร้อยครอบครัวพากันไปรอคิวให้เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ เพื่อใช้ตรวจพิสูจน์ร่างผู้เสียชีวิต หลังจากยอดเสียชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้เพิ่มเป็นกว่า 1,200 คน และยังมีผู้สูญหายอีกมากกว่า 4,000 คน
ส่วนครอบครัวที่พบร่างผู้เสียชีวิตแล้ว หรือหมดความหวังในการค้นหาญาติที่สูญหาย ต่างทยอยประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามความเชื่อ เพื่อไว้อาลัยและส่งผู้เสียชีวิตเป็นครั้งสุดท้าย
ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งริมแม่น้ำตรีศุลี ชาวบ้านจัดพิธีศพให้หญิงรายหนึ่งที่ถูกกระแสน้ำพัดหายไปขณะทำงานในนาข้าวใกล้แม่น้ำ โดยนำชุดซารีสีแดง ซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายตามประเพณีของหญิงชาวเนปาล พร้อมสิ่งของสำหรับประกอบพิธีไปวางไว้ริมฝั่ง ขณะที่ญาติช่วยกันเตรียมแคร่ไม้ไผ่สำหรับพิธีไว้อาลัย หลังไร้วี่แววการพบร่างมานานนับสัปดาห์ ตามความเชื่อโบราณที่เรียกว่า "นารายัณ บาลี"
เนปาลติดตั้งซิปไลน์ลำเลียงผู้ป่วย-ของช่วยเหลือ
ขณะที่กองทัพเนปาลพร้อมด้วยชาวบ้านในเมืองบิดูร์ ติดตั้งซิปไลน์ชั่วคราวความยาวกว่า 250 เมตร ข้ามแม่น้ำตรีศุลี เพื่อใช้เป็นเส้นทางเชื่อมต่อสำหรับลำเลียงผู้ป่วย อาหาร และเวชภัณฑ์ รวมถึงช่วยให้ชาวบ้านสามารถโหนสลิงข้ามแม่น้ำที่มีกระแสน้ำเชี่ยวกราก กลับไปสำรวจบ้านเรือนและตามหาคนในครอบครัวได้ หลังจากเส้นทางและสะพานตัดผ่านถูกมวลน้ำป่าพัดพังทลายจนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
ชาวเนปาลเฝ้าตามหาญาติสูญหาย หลังน้ำท่วม-ดินถล่มผ่าน 1 สัปดาห์
ขณะที่ล่าสุด ทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านอุโมงค์จากจีน ร่วมกับกองทัพเนปาลและทีมกู้ภัยท้องถิ่น เดินหน้าปฏิบัติการค้นหาผู้รอดชีวิตภายในอุโมงค์ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำทางตอนเหนือของเนปาล ท่ามกลางอุปสรรคจากน้ำท่วมขัง ดินโคลนหนาแน่น และหินขนาดใหญ่ปิดทางเข้า
ระหว่างการสำรวจอุโมงค์แห่งหนึ่ง ทีมกู้ภัยต้องปรับแผนปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนหลังไม่สามารถเดินเท้าต่อไปได้ โดยเปลี่ยนมาใช้โดรนบินสำรวจทางนำหน้า ควบคู่กับการใช้ทุ่นลอยน้ำ
จีนเผยยอดผู้เสียชีวิตดินถล่มทิเบตเพิ่มเป็น 21 คน
ด้านสื่อทางการจีนรายงานว่า เจ้าหน้าที่สามารถซ่อมแซมและเปิดทางหลวงในทิเขตที่ถูกตัดขาดได้สำเร็จ ส่งผลให้รถบรรทุกขนาดใหญ่และเครื่องจักรกลหนักสามารถเข้าสู่ใจกลางพื้นที่ภัยพิบัติ ณ ด่านพรมแดนจี๋หรงเพื่อปูพรมค้นหาผู้สูญหายอย่างเต็มกำลังได้แล้ว
นอกจากภารกิจกู้ภัยแล้ว สถาบันการเงินและภาคธุรกิจในพื้นที่ได้เริ่มเข้าฟื้นฟูเยียวยา โดยบริษัทประกันภัยประเมินความเสียหายเบื้องต้นจากภัยพิบัติครั้งนี้สูงถึงประมาณ 450 ล้านหยวน (ราว 2,250 ล้านบาท) ขณะที่ธนาคารหลายแห่งได้เร่งอนุมัติเงินกู้ฉุกเฉินมากกว่า 200 ล้านหยวน เพื่ออัดฉีดสภาพคล่องให้แก่การฟื้นฟูเมืองและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ชายแดนเป็นการด่วน
กระทรวงการต่างประเทศจีน เปิดเผยว่า มีชาวจีนเกือบ 100 คนสูญหายในเนปาลหลังเกิดภัยพิบัติเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ทางการจีนรายงานยอดผู้เสียชีวิตในทิเบตเพิ่มเป็น 21 คน และมีผู้สูญหายอีก 541 คน โดยข้อมูลดังกล่าวระบุว่า มีชาวต่างชาติสูญหายจากเหตุการณ์นี้มากกว่า 800 คน จาก 30 ประเทศ แบ่งเป็นผู้สูญหายในเนปาล 583 คน และในจีน 261 คน นอกจากนี้ ยังมีรายงานพบร่างผู้เสียชีวิตบริเวณปลายน้ำในอินเดียอีก 17 คน
ยูเอ็นประเมินเนปาลเสียหายภัยพิบัติกว่า 5,000 ล้านบาท
องค์การสหประชาชาติ ประเมินความเสียหายเบื้องต้นจากเหตุภัยพิบัติน้ำท่วมและดินโคลนถล่มครั้งใหญ่ในเนปาล โดยคาดการณ์ว่ามูลค่าความเสียหายเฉพาะโครงสร้างอาคารบ้านเรือนพังทลายสูงถึงอย่างน้อย 158 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.3 พันล้านบาท) พร้อมเตือนว่ามูลค่าความสูญเสียที่แท้จริง ทั้งทางด้านสะพาน ถนนหนทาง พื้นที่การเกษตร และค่าใช้จ่ายด้านมนุษยธรรม จะสูงกว่านี้อีกหลายเท่าตัว
ชาวเนปาลเฝ้าตามหาญาติสูญหาย หลังน้ำท่วม-ดินถล่มผ่าน 1 สัปดาห์
เหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งนี้ได้สร้างกระแสความโกรธแค้นและไม่พอใจอย่างหนักในหมู่ประชาชนชาวเนปาลที่มีประชากรกว่า 30 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตรกรรม เนื่องจากเนปาลเป็นหนึ่งในประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศโลกในปริมาณที่น้อยมาก แต่กลับเผชิญกับผลกระทบอย่างรุนแรงที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ที่ส่งผลให้ธารน้ำแข็งบนเทือกเขาหิมาลัยละลายและพังทลายลงมาอย่างฉับพลัน
ด้าน บาเลนทรา ชาห์ นายกรัฐมนตรีเนปาล ย้ำเตือนต่อประชาคมโลกว่า โศกนาฏกรรมครั้งนี้เป็น "สัญญาณเตือนที่ร้ายแรงที่สุด" ถึงภัยคุกคามและอันตรายขั้นวิกฤตที่ประเทศในแถบเทือกเขาหิมาลัยกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน
อ่านข่าว
จ่อแจ้งความ Data Center ย่านพระราม 9 พบเก็บดีเซล 2 แสนลิตรไร้ใบอนุญาต
ตั้ง มท.ส่วนหน้า-ให้อำนาจ "นายอำเภอ" คุมทหาร-ตร. นำร่อง 14 อำเภอชายแดน
