รู้จัก "กัปตันแฟธอม" สี่ขาผู้ฮีลใจทหารเรือสหรัฐฯ กลางมหาสมุทร

ต่างประเทศ
15:56
จำนวนผู้ชม 28
Thai PBS
รู้จัก "กัปตันแฟธอม" สี่ขาผู้ฮีลใจทหารเรือสหรัฐฯ กลางมหาสมุทร

เป็นกระแสข่าวที่ได้รับความสนใจไปทั่วโลก เมื่อครอบครัวและญาติของกำลังพลทหารเรือประจำเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ USS Abraham Lincoln (CVN-72) ได้พากันออกมาแสดงความกังวลอย่างรุนแรงผ่านสื่อมวลชน เกี่ยวกับสภาวะจิตใจที่ย่ำแย่และข้อจำกัดด้านคุณภาพชีวิตใต้ท้องเรือ

หลังจากเรือรบลำนี้ออกเดินทางจากท่าเรือซานดิเอโก ตั้งแต่เดือน พ.ย.2568 และต้องกรำศึกยาวนานกว่า 250 วันกลางทะเลโดยแทบไม่มีโอกาสเทียบท่าพักผ่อน ยกเว้นเพียงการหยุดพักเติมเสบียงสั้น ๆ เพียง 2 วันที่เกาะกวมเท่านั้น จนมีรายงานข่าวลือสะพัดว่าเกิดภาวะตึงเครียดสะสม จนส่งผลให้กำลังพลบางรายพยายามกระโดดลงจากเรือรบเพื่อหลบหนีความกดดัน

แม้ว่าในเวลาต่อมากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และผู้บัญชาการทหารระดับสูง จะออกมายืนยันว่า สภาพความเป็นอยู่ได้รับการดูแลอย่างดี และไม่มีสถิติความพยายามฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทว่าปฏิเสธไม่ได้ว่า สภาพแวดล้อมที่จำกัดทางกายภาพภายในเรือรบขนาดใหญ่ที่มีกำลังพลกว่า 5,000 นาย ประกอบกับเสียงเครื่องบินรบที่ขึ้นลงดาดฟ้าบินส่งเสียงคำรามกระหึ่มไม่เว้นวัน และความกดดันจากการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซอันเป็นพื้นที่ขัดแย้งจริง

ย่อมแปรสภาพเรือรบหรูหราให้กลายเป็น "คุกกลางทะเล" ในเชิงจิตวิทยาได้อย่างง่ายดาย สถานการณ์เช่นนี้คือคำอธิบายว่าทำไมกองทัพเรือสหรัฐฯ จึงต้องวางระบบบำบัดจิตใจและทีมสนับสนุนไว้บนเรือตั้งแต่วันแรกที่ออกเดินทาง

"กัปตันแฟธอม" คุณหมอขนฟูผู้ฮีลใจกำลังพล

ท่ามกลางความแข็งแกร่งของโถงเหล็กและเครื่องจักรสงครามบนเรือ ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น มีสุนัขบำบัดสายพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ สีน้ำตาลแดงวัย 4 ปี ชื่อเต็มยศว่า "Capt. Fathom" หรือ "กัปตันแฟธอม"

สุนัขตัวนี้เสมือนเป็นเจ้าหน้าที่ชั้นสัญญาบัตร มีภารกิจหลักคือการเป็นสุนัขบำบัดประจำเรือรบ (Expeditionary Facility Dog) กัปตันแฟธอม ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงคลายเครียดทั่วไป แต่เป็นสุนัขบำบัดที่ได้รับการฝึกฝนทักษะขั้นสูงมาโดยเฉพาะ เพื่อทำหน้าที่มอบความอบอุ่นใจและผ่อนคลายอารมณ์อันเหนื่อยล้า ของกำลังพลท่ามกลางสภาพแวดล้อมอันเข้มงวดของเรือรบ

รู้จัก "กัปตันแฟธอม" สี่ขาผู้ฮีลใจทหารเรือสหรัฐฯ กลางมหาสมุทร

รู้จัก "กัปตันแฟธอม" สี่ขาผู้ฮีลใจทหารเรือสหรัฐฯ กลางมหาสมุทร

เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่เคียงข้างกำลังพลได้อย่างปลอดภัย กัปตันแฟธอมจึงมีอุปกรณ์เซฟตี้ส่วนตัวครบครัน ไม่ต่างจากทหารเรือนายอื่น ๆ ทั้งเสื้อชูชีพสำหรับภารกิจทางทะเล แว่นตากันลมและเศษหิน (Rex Specs) ที่ครอบหูเพื่อปกป้องระบบการยินจากเสียงเครื่องบินเจ็ทที่ดังสะเทือนขวัญ รวมถึงรองเท้าหุ้มอุ้งเท้าพิเศษเพื่อป้องกันความร้อนและแผลถลอกจากการเดินบนดาดฟ้าเหล็ก

การปรากฏตัวของกัปตันแฟธอมในชุดกั๊กติดยศพร้อมอุปกรณ์ครบชุดจึงกลายเป็นภาพอันคุ้นตาที่ช่วยสร้างรอยยิ้ม เติมความอบอุ่น และผ่อนคลายความตึงเครียดให้แก่ลูกเรือนับพันนายในทุก ๆ วัน

รู้จัก "กัปตันแฟธอม" สี่ขาผู้ฮีลใจทหารเรือสหรัฐฯ กลางมหาสมุทร

รู้จัก "กัปตันแฟธอม" สี่ขาผู้ฮีลใจทหารเรือสหรัฐฯ กลางมหาสมุทร

วิกฤตเงียบใต้ท้องเรือ

ปัญหาสุขภาพจิตและการสูญเสียกำลังพลจากการฆ่าตัวตาย เป็นภัยเงียบที่กัดกินกองทัพสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน จากสถิติพบว่ามีทหารผ่านศึกและกำลังพลคิดสั้นจบชีวิตตัวเองเฉลี่ยสูงถึงวันละ 22 คน จากผลพวงของภาวะซึมเศร้าและความทุกข์ทรมานจากโรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (PTSD)

โดยเฉพาะหลังปี 2565 ที่เริ่มมีการรายงานปัญหาความเครียดสะสมอย่างรุนแรงบนเรือบรรทุกเครื่องบิน USS George Washington และ USS George H.W. Bush เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกให้แก่กองทัพ และสะท้อนให้เห็นถึง "ภัยเงียบ" ของภาวะซึมเศร้าและความเครียดสะสมที่เกิดจากการออกเดินทางไกลบ้านทีละหลายเดือน การต้องทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมงในพื้นที่ปิด และความรู้สึกถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

กองทัพเรือสหรัฐฯ จึงตระหนักว่า การตั้งรับรอให้ทหารเดินเข้ามาหาหมอในห้องตรวจแบบเดิมไม่อาจยับยั้งการสูญเสียได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องส่งความอบอุ่นเชิงรุกเข้าไปถึงตัวกำลังพลอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

รู้จัก "กัปตันแฟธอม" สี่ขาผู้ฮีลใจทหารเรือสหรัฐฯ กลางมหาสมุทร

รู้จัก "กัปตันแฟธอม" สี่ขาผู้ฮีลใจทหารเรือสหรัฐฯ กลางมหาสมุทร

Come for the dog, stay for the talk

เพื่อแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้จับมือกับองค์กรไม่แสวงหากำไร ฝึกอบรมสุนัขบำบัดระดับสูงภายใต้โครงการ Facility Dog Program เพื่อส่งไปประจำการตามเรือบรรทุกเครื่องบินลำต่าง ๆ โดยกัปตันแฟธอมได้รับเลือกให้มาปฏิบัติภารกิจมอบความอบอุ่นบนเรือ ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ร่วมกับทีมงานมืออาชีพด้านสุขภาพจิต

กัปตันแฟธอม และ สุนัขบำบัดตัวอื่น ๆ ต้องผ่านกระบวนการคัดกรองทางร่างกาย อารมณ์ และจิตวิทยาอย่างเข้มงวดตลอดระยะเวลา 2-3 ปี โดยมีมูลค่าการฝึกอบรมสูงถึง 80,000-100,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัว เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่ท้าทายอย่างดาดฟ้าบิน ทั้งเสียงสัญญาณเตือนภัย บันไดลิงที่ชันและแคบ รวมถึงการโดยสารเฮลิคอปเตอร์ข้ามไปยังเรือคุ้มกันลำอื่น ๆ ได้อย่างไม่ตื่นตระหนก

รู้จัก "กัปตันแฟธอม" สี่ขาผู้ฮีลใจทหารเรือสหรัฐฯ กลางมหาสมุทร

รู้จัก "กัปตันแฟธอม" สี่ขาผู้ฮีลใจทหารเรือสหรัฐฯ กลางมหาสมุทร

รู้จัก "กัปตันแฟธอม" สี่ขาผู้ฮีลใจทหารเรือสหรัฐฯ กลางมหาสมุทร

รู้จัก "กัปตันแฟธอม" สี่ขาผู้ฮีลใจทหารเรือสหรัฐฯ กลางมหาสมุทร

นอกจากนี้ บนเรือบรรทุกเครื่องบินยุคใหม่ ไม่ได้มีเพียงสุนัขบำบัดเท่านั้น แต่ยังมี ทีมแพทย์สุขภาพจิตประจำเรือ ซึ่งประกอบด้วยจิตแพทย์ นักจิตวิทยาคลินิก และ นักสังคมสงเคราะห์ ประจำการอยู่บนเรือตลอดการเดินทางโดยไม่ต้องรอการส่งตัวกลับฝั่ง

นอกจากนี้ยังทำงานควบคู่กับ เจ้าหน้าที่ดูแลจิตวิญญาณ หรือ อนุศาสนาจารย์ประจำเรือ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้รับฟังและให้คำปรึกษาแบบเป็นความลับ เพื่อให้ทหารสามารถระบายความอึดอัดใจได้อย่างสบายใจ

รู้จัก "กัปตันแฟธอม" สี่ขาผู้ฮีลใจทหารเรือสหรัฐฯ กลางมหาสมุทร

รู้จัก "กัปตันแฟธอม" สี่ขาผู้ฮีลใจทหารเรือสหรัฐฯ กลางมหาสมุทร

สิ่งสำคัญที่ทำให้ กัปตันแฟธอม ประสบความสำเร็จอย่างสูงบนเรือ USS Abraham Lincoln คือการทำหน้าที่เป็น "สะพานเชื่อม" ขจัดอคติและความรู้สึกอับอายในการพบจิตแพทย์ ในสังคมทหาร การยอมรับว่า ตนเองมีความเครียดมักถูกมองว่าเป็นความอ่อนแอ แต่การได้นั่งลง ลูบหัวขนปุย หรือสวมกอด กัปตันแฟธอม กลับเป็นพฤติกรรมที่ทุกคนทำได้โดยไม่ต้องเกรงสายตาใคร

นี่คือข้อพิสูจน์เชิงประจักษ์ว่า ยุทธศาสตร์ "Come for the dog, stay for the talk" หรือการ "เข้ามาหาเพราะสุนัข แต่ได้เปิดใจพูดคุยเรื่องสุขภาพจิต" สามารถช่วยโอบอุ้มชีวิตของทหารเรือสหรัฐฯ ท่ามกลางสมรภูมิที่ร้อนระอุและโดดเดี่ยวได้อย่างแท้จริง

รู้จัก "กัปตันแฟธอม" สี่ขาผู้ฮีลใจทหารเรือสหรัฐฯ กลางมหาสมุทร

รู้จัก "กัปตันแฟธอม" สี่ขาผู้ฮีลใจทหารเรือสหรัฐฯ กลางมหาสมุทร

ผลลัพธ์เชิงประจักษ์และการทลายกำแพงใจ

ผลงานการวิจัยและการเก็บข้อมูลยืนยันชัดเจนว่า การได้มีปฏิสัมพันธ์และสัมผัสสุนัขบำบัดเพียง 5 นาที สามารถช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนความเครียดลงได้เฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 19.3 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อีกทั้งยังช่วยลดระดับความเหนื่อยล้าสะสมจากการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม

และผลลัพธ์ที่ประเมินค่าไม่ได้คือ การรักษากำลังพลไม่ให้จบชีวิตตนเอง มีรายงานเรื่อง There’s a Dog on this Ship! บันทึกเหตุการณ์ว่า ทหารเรือนายหนึ่งซึ่งมีแผนการพร้อมที่จะจบชีวิตตนเองแต่บังเอิญเดินไปพบกับสุนัขบำบัดประจำเรือที่กำลังตระเวนเยียวยาลูกเรืออยู่พอดี ทันทีที่เขาได้โอบกอดและลูบคลำขนของสุนัขบำบัด ก็ทำให้เขาฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า "ชีวิตยังมีค่าและมีเหตุผลที่จะอยู่ต่อ"

ทหารเรือนายนั้นกล้าตัดสินใจที่จะเปิดเผยความรู้สึกและแผนการของตนเองให้เพื่อนทหารฟัง จนกระทั่งได้รับการนำส่งตัวไปรักษากับทีมแพทย์จิตเวชประจำเรือได้อย่างปลอดภัย

รู้จัก "กัปตันแฟธอม" สี่ขาผู้ฮีลใจทหารเรือสหรัฐฯ กลางมหาสมุทร

รู้จัก "กัปตันแฟธอม" สี่ขาผู้ฮีลใจทหารเรือสหรัฐฯ กลางมหาสมุทร

ความสำเร็จของกัปตันแฟธอมบนเรือ ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น รวมถึงสุนัขบำบัดรุ่นพี่อย่าง "กัปตันเซก" บนเรือ ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด (USS Gerald R. Ford) หรือ "นาวาโท ไอค์" บนเรือ ยูเอสเอส วอสป์ (USS Wasp) ได้กลายเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าแม้ในเรือรบที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ความเมตตาก็ยังเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็น

ฉันคือ "กัปตันเซก" สี่ขาฮีลใจพี่ทหารประจำเรือ USS Gerald R. Ford (CVN-78)

ฉันคือ "กัปตันเซก" สี่ขาฮีลใจพี่ทหารประจำเรือ USS Gerald R. Ford (CVN-78)

ฉันคือ "นาวาโท ไอค์" สี่ขาฮีลใจพี่ทหารประจำเรือ USS Wasp

ฉันคือ "นาวาโท ไอค์" สี่ขาฮีลใจพี่ทหารประจำเรือ USS Wasp

ที่มาข้อมูล : American Humane Society, Mutts With A Mission, There’s a Dog on this Ship!, Task & Purpose

อ่านข่าว :

เจาะเขี้ยวเล็บ "USS Abraham Lincoln" พักทัพเยือนไทยหลังกรำศึกฮอร์มุซ

"พัทยา" เตรียมพร้อมรับทหารสหรัฐฯ 5,000 นาย ขึ้นฝั่ง 2-6 ก.ย.นี้