เป็นกระแสข่าวที่ได้รับความสนใจไปทั่วโลก เมื่อครอบครัวและญาติของกำลังพลทหารเรือประจำเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ USS Abraham Lincoln (CVN-72) ได้พากันออกมาแสดงความกังวลอย่างรุนแรงผ่านสื่อมวลชน เกี่ยวกับสภาวะจิตใจที่ย่ำแย่และข้อจำกัดด้านคุณภาพชีวิตใต้ท้องเรือ
หลังจากเรือรบลำนี้ออกเดินทางจากท่าเรือซานดิเอโก ตั้งแต่เดือน พ.ย.2568 และต้องกรำศึกยาวนานกว่า 250 วันกลางทะเลโดยแทบไม่มีโอกาสเทียบท่าพักผ่อน ยกเว้นเพียงการหยุดพักเติมเสบียงสั้น ๆ เพียง 2 วันที่เกาะกวมเท่านั้น จนมีรายงานข่าวลือสะพัดว่าเกิดภาวะตึงเครียดสะสม จนส่งผลให้กำลังพลบางรายพยายามกระโดดลงจากเรือรบเพื่อหลบหนีความกดดัน
แม้ว่าในเวลาต่อมากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และผู้บัญชาการทหารระดับสูง จะออกมายืนยันว่า สภาพความเป็นอยู่ได้รับการดูแลอย่างดี และไม่มีสถิติความพยายามฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทว่าปฏิเสธไม่ได้ว่า สภาพแวดล้อมที่จำกัดทางกายภาพภายในเรือรบขนาดใหญ่ที่มีกำลังพลกว่า 5,000 นาย ประกอบกับเสียงเครื่องบินรบที่ขึ้นลงดาดฟ้าบินส่งเสียงคำรามกระหึ่มไม่เว้นวัน และความกดดันจากการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซอันเป็นพื้นที่ขัดแย้งจริง
ย่อมแปรสภาพเรือรบหรูหราให้กลายเป็น "คุกกลางทะเล" ในเชิงจิตวิทยาได้อย่างง่ายดาย สถานการณ์เช่นนี้คือคำอธิบายว่าทำไมกองทัพเรือสหรัฐฯ จึงต้องวางระบบบำบัดจิตใจและทีมสนับสนุนไว้บนเรือตั้งแต่วันแรกที่ออกเดินทาง
"กัปตันแฟธอม" คุณหมอขนฟูผู้ฮีลใจกำลังพล
ท่ามกลางความแข็งแกร่งของโถงเหล็กและเครื่องจักรสงครามบนเรือ ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น มีสุนัขบำบัดสายพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ สีน้ำตาลแดงวัย 4 ปี ชื่อเต็มยศว่า "Capt. Fathom" หรือ "กัปตันแฟธอม"
สุนัขตัวนี้เสมือนเป็นเจ้าหน้าที่ชั้นสัญญาบัตร มีภารกิจหลักคือการเป็นสุนัขบำบัดประจำเรือรบ (Expeditionary Facility Dog) กัปตันแฟธอม ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงคลายเครียดทั่วไป แต่เป็นสุนัขบำบัดที่ได้รับการฝึกฝนทักษะขั้นสูงมาโดยเฉพาะ เพื่อทำหน้าที่มอบความอบอุ่นใจและผ่อนคลายอารมณ์อันเหนื่อยล้า ของกำลังพลท่ามกลางสภาพแวดล้อมอันเข้มงวดของเรือรบ
รู้จัก "กัปตันแฟธอม" สี่ขาผู้ฮีลใจทหารเรือสหรัฐฯ กลางมหาสมุทร
เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่เคียงข้างกำลังพลได้อย่างปลอดภัย กัปตันแฟธอมจึงมีอุปกรณ์เซฟตี้ส่วนตัวครบครัน ไม่ต่างจากทหารเรือนายอื่น ๆ ทั้งเสื้อชูชีพสำหรับภารกิจทางทะเล แว่นตากันลมและเศษหิน (Rex Specs) ที่ครอบหูเพื่อปกป้องระบบการยินจากเสียงเครื่องบินเจ็ทที่ดังสะเทือนขวัญ รวมถึงรองเท้าหุ้มอุ้งเท้าพิเศษเพื่อป้องกันความร้อนและแผลถลอกจากการเดินบนดาดฟ้าเหล็ก
การปรากฏตัวของกัปตันแฟธอมในชุดกั๊กติดยศพร้อมอุปกรณ์ครบชุดจึงกลายเป็นภาพอันคุ้นตาที่ช่วยสร้างรอยยิ้ม เติมความอบอุ่น และผ่อนคลายความตึงเครียดให้แก่ลูกเรือนับพันนายในทุก ๆ วัน
รู้จัก "กัปตันแฟธอม" สี่ขาผู้ฮีลใจทหารเรือสหรัฐฯ กลางมหาสมุทร
วิกฤตเงียบใต้ท้องเรือ
ปัญหาสุขภาพจิตและการสูญเสียกำลังพลจากการฆ่าตัวตาย เป็นภัยเงียบที่กัดกินกองทัพสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน จากสถิติพบว่ามีทหารผ่านศึกและกำลังพลคิดสั้นจบชีวิตตัวเองเฉลี่ยสูงถึงวันละ 22 คน จากผลพวงของภาวะซึมเศร้าและความทุกข์ทรมานจากโรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (PTSD)
โดยเฉพาะหลังปี 2565 ที่เริ่มมีการรายงานปัญหาความเครียดสะสมอย่างรุนแรงบนเรือบรรทุกเครื่องบิน USS George Washington และ USS George H.W. Bush เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกให้แก่กองทัพ และสะท้อนให้เห็นถึง "ภัยเงียบ" ของภาวะซึมเศร้าและความเครียดสะสมที่เกิดจากการออกเดินทางไกลบ้านทีละหลายเดือน การต้องทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมงในพื้นที่ปิด และความรู้สึกถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
กองทัพเรือสหรัฐฯ จึงตระหนักว่า การตั้งรับรอให้ทหารเดินเข้ามาหาหมอในห้องตรวจแบบเดิมไม่อาจยับยั้งการสูญเสียได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องส่งความอบอุ่นเชิงรุกเข้าไปถึงตัวกำลังพลอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด
รู้จัก "กัปตันแฟธอม" สี่ขาผู้ฮีลใจทหารเรือสหรัฐฯ กลางมหาสมุทร
Come for the dog, stay for the talk
เพื่อแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้จับมือกับองค์กรไม่แสวงหากำไร ฝึกอบรมสุนัขบำบัดระดับสูงภายใต้โครงการ Facility Dog Program เพื่อส่งไปประจำการตามเรือบรรทุกเครื่องบินลำต่าง ๆ โดยกัปตันแฟธอมได้รับเลือกให้มาปฏิบัติภารกิจมอบความอบอุ่นบนเรือ ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ร่วมกับทีมงานมืออาชีพด้านสุขภาพจิต
กัปตันแฟธอม และ สุนัขบำบัดตัวอื่น ๆ ต้องผ่านกระบวนการคัดกรองทางร่างกาย อารมณ์ และจิตวิทยาอย่างเข้มงวดตลอดระยะเวลา 2-3 ปี โดยมีมูลค่าการฝึกอบรมสูงถึง 80,000-100,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัว เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่ท้าทายอย่างดาดฟ้าบิน ทั้งเสียงสัญญาณเตือนภัย บันไดลิงที่ชันและแคบ รวมถึงการโดยสารเฮลิคอปเตอร์ข้ามไปยังเรือคุ้มกันลำอื่น ๆ ได้อย่างไม่ตื่นตระหนก
รู้จัก "กัปตันแฟธอม" สี่ขาผู้ฮีลใจทหารเรือสหรัฐฯ กลางมหาสมุทร
รู้จัก "กัปตันแฟธอม" สี่ขาผู้ฮีลใจทหารเรือสหรัฐฯ กลางมหาสมุทร
นอกจากนี้ บนเรือบรรทุกเครื่องบินยุคใหม่ ไม่ได้มีเพียงสุนัขบำบัดเท่านั้น แต่ยังมี ทีมแพทย์สุขภาพจิตประจำเรือ ซึ่งประกอบด้วยจิตแพทย์ นักจิตวิทยาคลินิก และ นักสังคมสงเคราะห์ ประจำการอยู่บนเรือตลอดการเดินทางโดยไม่ต้องรอการส่งตัวกลับฝั่ง
นอกจากนี้ยังทำงานควบคู่กับ เจ้าหน้าที่ดูแลจิตวิญญาณ หรือ อนุศาสนาจารย์ประจำเรือ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้รับฟังและให้คำปรึกษาแบบเป็นความลับ เพื่อให้ทหารสามารถระบายความอึดอัดใจได้อย่างสบายใจ
รู้จัก "กัปตันแฟธอม" สี่ขาผู้ฮีลใจทหารเรือสหรัฐฯ กลางมหาสมุทร
สิ่งสำคัญที่ทำให้ กัปตันแฟธอม ประสบความสำเร็จอย่างสูงบนเรือ USS Abraham Lincoln คือการทำหน้าที่เป็น "สะพานเชื่อม" ขจัดอคติและความรู้สึกอับอายในการพบจิตแพทย์ ในสังคมทหาร การยอมรับว่า ตนเองมีความเครียดมักถูกมองว่าเป็นความอ่อนแอ แต่การได้นั่งลง ลูบหัวขนปุย หรือสวมกอด กัปตันแฟธอม กลับเป็นพฤติกรรมที่ทุกคนทำได้โดยไม่ต้องเกรงสายตาใคร
นี่คือข้อพิสูจน์เชิงประจักษ์ว่า ยุทธศาสตร์ "Come for the dog, stay for the talk" หรือการ "เข้ามาหาเพราะสุนัข แต่ได้เปิดใจพูดคุยเรื่องสุขภาพจิต" สามารถช่วยโอบอุ้มชีวิตของทหารเรือสหรัฐฯ ท่ามกลางสมรภูมิที่ร้อนระอุและโดดเดี่ยวได้อย่างแท้จริง
รู้จัก "กัปตันแฟธอม" สี่ขาผู้ฮีลใจทหารเรือสหรัฐฯ กลางมหาสมุทร
ผลลัพธ์เชิงประจักษ์และการทลายกำแพงใจ
ผลงานการวิจัยและการเก็บข้อมูลยืนยันชัดเจนว่า การได้มีปฏิสัมพันธ์และสัมผัสสุนัขบำบัดเพียง 5 นาที สามารถช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนความเครียดลงได้เฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 19.3 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อีกทั้งยังช่วยลดระดับความเหนื่อยล้าสะสมจากการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม
และผลลัพธ์ที่ประเมินค่าไม่ได้คือ การรักษากำลังพลไม่ให้จบชีวิตตนเอง มีรายงานเรื่อง There’s a Dog on this Ship! บันทึกเหตุการณ์ว่า ทหารเรือนายหนึ่งซึ่งมีแผนการพร้อมที่จะจบชีวิตตนเองแต่บังเอิญเดินไปพบกับสุนัขบำบัดประจำเรือที่กำลังตระเวนเยียวยาลูกเรืออยู่พอดี ทันทีที่เขาได้โอบกอดและลูบคลำขนของสุนัขบำบัด ก็ทำให้เขาฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า "ชีวิตยังมีค่าและมีเหตุผลที่จะอยู่ต่อ"
ทหารเรือนายนั้นกล้าตัดสินใจที่จะเปิดเผยความรู้สึกและแผนการของตนเองให้เพื่อนทหารฟัง จนกระทั่งได้รับการนำส่งตัวไปรักษากับทีมแพทย์จิตเวชประจำเรือได้อย่างปลอดภัย
รู้จัก "กัปตันแฟธอม" สี่ขาผู้ฮีลใจทหารเรือสหรัฐฯ กลางมหาสมุทร
ความสำเร็จของกัปตันแฟธอมบนเรือ ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น รวมถึงสุนัขบำบัดรุ่นพี่อย่าง "กัปตันเซก" บนเรือ ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด (USS Gerald R. Ford) หรือ "นาวาโท ไอค์" บนเรือ ยูเอสเอส วอสป์ (USS Wasp) ได้กลายเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าแม้ในเรือรบที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ความเมตตาก็ยังเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็น
ฉันคือ "กัปตันเซก" สี่ขาฮีลใจพี่ทหารประจำเรือ USS Gerald R. Ford (CVN-78)
ฉันคือ "นาวาโท ไอค์" สี่ขาฮีลใจพี่ทหารประจำเรือ USS Wasp
ที่มาข้อมูล : American Humane Society, Mutts With A Mission, There’s a Dog on this Ship!, Task & Purpose
อ่านข่าว :
เจาะเขี้ยวเล็บ "USS Abraham Lincoln" พักทัพเยือนไทยหลังกรำศึกฮอร์มุซ
"พัทยา" เตรียมพร้อมรับทหารสหรัฐฯ 5,000 นาย ขึ้นฝั่ง 2-6 ก.ย.นี้
