วันนี้ ( 1 ก.ย.2569) นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ประเทศไทยมีความโดดเด่นด้านผลไม้เมืองร้อน มีสภาพภูมิอากาศและพื้นที่เพาะปลูกที่เอื้อต่อการผลิตผลไม้หลากหลายชนิด ทำให้ไทยมีผลไม้คุณภาพหมุนเวียนให้รับประทานได้ตลอดทั้งปี และถือเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ล่าสุดกรมฯกิจกรรมผลไม้ไทย ร่วมกับภาคเอกชนและประชาชน เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรนำผลไม้มาจำหน่าย ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการสร้างการรับรู้และภาพลักษณ์ที่ดีให้กับผลไม้ไทย
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน
อยากให้คนไทยรู้สึกภูมิใจในผลไม้ไทย โดยตั้งแต่เดือนส.ค.ไปจนถึงปลายปี จะมีผลไม้จากหลากหลายภูมิภาคทยอยออกมาให้บริโภค ไม่ว่าจะเป็น มังคุด ภาคใต้ ลำไยภาคเหนือ มะพร้าวอ่อนภาคกลาง รวมถึงผลไม้ชนิดอื่น ๆ ที่มีความโดดเด่นในแต่ละพื้นที่ออกสู่ตลาด
อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวอีกว่า ต้องการให้ประชาชนเห็นว่า ผลไม้ไทยมีดีจากทุกภูมิภาค และมีให้รับประทานตลอดทั้งปี การเลือกซื้อผลไม้ไทยจึงไม่ใช่เพียงการเลือกของอร่อยและมีคุณภาพ แต่ยังเป็นการสนับสนุนเกษตรกรไทย และร่วมกันสร้างตลาดให้กับผลผลิตของเกษตรกร
พาณิชย์ปลุกบริโภคผลไม้ไทย ดันตลาด-เพิ่มรายได้เกษตรกร
สำหรับผลไม้ที่นำมาเชื่อมโยง เป็นผลผลิตคุณภาพจากแหล่งผลิตสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น มังคุดจากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มมังคุดคุณภาพบ้านฉาน ต.ท่ามะพลา จ.ชุมพร มังคุดจากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มมังคุดชะอวดพูนผล จ.นครศรีธรรมราช ทุเรียนจากกลุ่มเกษตรกรอ.หลังสวน จ.ชุมพร และมะพร้าวจากกลุ่มเกษตรกรอ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นผลไม้คุณภาพจากเกษตรกรไทยที่นำมาสื่อสารให้ผู้บริโภคได้รู้จักแหล่งผลิตและเรื่องราวของผลไม้ไทยมากยิ่งขึ้น
ส่วนสถานการณ์มังคุดภาคใต้ว่า ปี 2569 มีผลผลิตประมาณ 139,396 ตัน และยังมีผลผลิตอีกส่วนหนึ่งทยอยออกสู่ตลาดในช่วงปลายฤดูกาล ขณะที่ในเดือนส.ค.มมีปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ประกอบกับตลาดส่งออกโดยเฉพาะประเทศจีนมีภาวะซื้อขายชะลอตัว เนื่องจากมีผลไม้ชนิดอื่นเข้าสู่ตลาดในช่วงเดียวกัน และกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ส่งผลให้ราคามังคุดในช่วงนี้ปรับตัวลดลง
พาณิชย์ปลุกบริโภคผลไม้ไทย ดันตลาด-เพิ่มรายได้เกษตรกร
สำหรับการรับมือผลผลิตออกสู่ตลาดในประเทศ กรมฯประสานสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพิ่มจุดรับซื้อมังคุดในพื้นที่ โดยเฉพาะมังคุดลูกสีม่วงและมังคุดเกรดโรงงานหรือเบอร์ดำ เพื่อรองรับผลผลิตที่อาจตกค้างเพิ่มขึ้นในประเทศในช่วง 2–3 วันนี้ พร้อมนำผู้ประกอบการและผู้รับซื้อให้เข้ารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรเพิ่มมากขึ้น เพื่อลดการกระจุกตัวของผลผลิตในแหล่งผลิตและช่วยลดแรงกดดันด้านราคา พร้อมกับเร่งกระจายผลผลิตร่วมกับภาคเอกชน ทั้งเปิดจุดจำหน่าย สถานีโทรทัศน์ แหล่งชุมชน รวมถึงความร่วมมือกับการท่าอากาศยานในการโหลดกล่องผลไม้ฟรี เพื่อเป็นการรณรงค์การซื้อผลไม้และสามารถนำขึ้นเครื่องบินโดยสารได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
อ่านข่าว:
ลูกพลับแม่แจ่มราคาทรุด เหลือกิโลฯ ละ 5 บาท ชาวสวนจำใจปล่อยเน่าคาสวน-เททิ้ง
พาณิชย์เร่งเครื่อง รับมือผลไม้ออกสู่ตลาดกว่า 6 ล้านตัน ดันบริโภค-ส่งออกพยุงราคา
วิกฤต “รถทุเรียนใต้” ติดคิว “พาณิชย์”ดึงล้งใหญ่เปิดรับซื้อเพิ่ม
