"ทำงาน ทำงาน ทำงาน ทำงานและทำงาน" นี่คือคำประกาศของซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น หลังคว้าชัยชนะทางการเมือง อาจฟังดูเหมือนการแสดงความมุ่งมั่นของผู้นำประเทศ แต่สำหรับชาวญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อย ประโยคดังกล่าวกำลังปลุกความทรงจำถึงวัฒนธรรมการทำงานที่เคยคร่าชีวิตผู้คน และวันนี้ญี่ปุ่นกำลังถูกตั้งคำถามอีกครั้งว่า หลังจากพยายามปฏิรูปวัฒนธรรมการทำงานมานานหลายปี ญี่ปุ่นกำลังถอยหลังหรือไม่
นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.2026 กระทรวงแรงงานญี่ปุ่นเปลี่ยนแนวทางการตรวจสอบบริษัท โดยที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐมักจะแนะนำให้บริษัทจำกัดการทำงานล่วงเวลา (OT) ของพนักงานไม่เกิน 45 ชั่วโมงต่อเดือน แม้ว่าบางบริษัทจะมีข้อตกลงพิเศษที่อนุญาตให้ทำงานมากกว่านั้น แต่นับจากนี้ไปรัฐบาลจะไม่ผลักดันเพดาน 45 ชั่วโมงแบบเดียวกับที่ผ่านมา และจะหันไปเน้นตรวจสอบว่าบริษัทมีมาตรการดูแลสุขภาพของพนักงานหรือไม่
การเปลี่ยนแปลงนี้ เกิดขึ้นหลังจากภาคธุรกิจเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มความยืดหยุ่น เพราะญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่ คือแรงงานไม่พอ คนทำงานลดลง แต่ภาระงานยังคงอยู่เหมือนเดิม
ปกติแล้ว กฎหมายแรงงานญี่ปุ่นกำหนดเวลาทำงานมาตรฐานไว้ที่ไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หากบริษัทใดต้องการให้พนักงานทำงานเกินเวลานี้ บริษัทต้องทำข้อตกลงมาตรา 36 และแม้ว่าจะมีการทำข้อตกลงดังกล่าวแล้ว กฎหมายญี่ปุ่นยังมีการควบคุมเพดานชั่วโมงการทำงานล่วงเวลา เพื่อป้องกันการทำงานหนักจนเสียชีวิต
วัฒนธรรมการทำงาน "ญี่ปุ่น" ยืดหยุ่นหรือถอยหลังกลับสู่ยุคทำงานหนัก ?
สำหรับเพดานมาตรฐานทั่วไป จำกัดการทำ OT ไว้ไม่เกิน 45 ชั่วโมงต่อเดือนและไม่เกิน 360 ชั่วโมงต่อปี ในกรณีพิเศษ หากมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ สามารถขยายเวลาได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวด ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 เกณฑ์คือ 80 ชั่วโมงต่อเดือน ซึ่งเป็นเกณฑ์เฉลี่ยสูงสุด คำนวณแบบ 2-6 เดือนรวมกัน
ส่วนอีกเกณฑ์หนึ่งคือไม่เกิน 100 ชั่วโมงต่อเดือน ซึ่งถือเป็นขีดจำกัดสูงสุดเด็ดขาด ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นพิเศษในบางเดือนเท่านั้น โดยขีดเส้นห้ามทำเกิน 100 ชั่วโมงในเดือนเดียว และจำกัดรวมทั้งปีต้องไม่เกิน 720 ชั่วโมง
ปัญหาการทำงานหนักของญี่ปุ่นรุนแรงจนโลกรู้จักคำในภาษาญี่ปุ่นคำหนึ่งคือ "คาโรชิ" แปลตรงตัวว่า การเสียชีวิตจากการทำงานหนัก คำนี้ไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม แต่สะท้อนปัญหาจริงที่เกิดขึ้นในสังคมญี่ปุ่นมานานหลายทศวรรษ
หนึ่งในเหตุการณ์ที่ทำให้สังคมญี่ปุ่นหันกลับมาทบทวนวัฒนธรรมการทำงานอย่างจริงจังคือ กรณีพนักงานสาววัย 24 ปี ของบริษัทโฆษณา Dentsu ที่เธอตัดสินใจจบชีวิตตัวเองเมื่อปี 2015 เพราะความเครียดสะสมจากการทำงานล่วงเวลาเกิน 100 ชั่วโมงติดต่อกันนานหลายเดือน ซึ่งกลายเป็นประเด็นระดับประเทศและเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ญี่ปุ่นเดินหน้าปฏิรูปกฎหมายแรงงานในเวลาต่อมา
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นดูเหมือนกำลังเดินมาถูกทาง โดยผลสำรวจคนทำงานประมาณ 50,000 คน ที่เผยแพร่เมื่อเดือน มิ.ย.2026 พบว่า สัดส่วนพนักงานประจำที่ทำ OT ตั้งแต่ 45 ชั่วโมงต่อเดือนขึ้นไป ลดลงจาก 13.6% ในปี 2016 เหลือเพียง 7.3% ในปี 2025 ส่วนแรงงานทุกประเภทลดลงจาก 9.5% เหลือ 5.1% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าวัฒนธรรมการทำงานหนักของญี่ปุ่นเริ่มเปลี่ยนไป
หากมองในภาพใหญ่ ชั่วโมงทำงานเฉลี่ยของญี่ปุ่นลดลงอย่างมากจากอดีต โดยข้อมูลจากในปีงบประมาณ 2024 ชี้ว่า คนญี่ปุ่นทำงานเฉลี่ยประมาณ 1,654 ชั่วโมงต่อปี ลดลงจากกว่า 2,100 ชั่วโมงต่อปีในปี 1980
วัฒนธรรมการทำงาน "ญี่ปุ่น" ยืดหยุ่นหรือถอยหลังกลับสู่ยุคทำงานหนัก ?
คำถามจึงเกิดขึ้นว่า ในวันที่ชั่วโมงทำงานของญี่ปุ่นกำลังลดลง ทำไมรัฐบาลจึงต้องการเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับการทำงานล่วงเวลา คำตอบอยู่ที่ปัญหาใหญ่ของญี่ปุ่น นั่นคือปัญหาคนทำงานมีไม่เพียงพอ ปัญหาประชากรสูงวัย ปัญหาจำนวนแรงงานลดลง ขณะที่ธุรกิจจำนวนมากยังต้องแข่งขันและรักษาระดับการผลิตไว้ให้ได้ต่อไป
ขณะที่ฝ่ายแรงงานมองเรื่องนี้แตกต่างออกไป เพราะแม้ว่าญี่ปุ่นจะลดชั่วโมงทำงานลงได้ แต่ปัญหาสุขภาพจากการทำงานยังไม่หายไปไหน โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า ในปีงบประมาณ 2025 มีคำร้องขอรับเงินชดเชยกรณีการเสียชีวิตและการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับการทำงานสูงถึง 6,212 คน เพิ่มขึ้น 1,402 คนในปีเดียว และถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
สำหรับกลุ่มผู้สนับสนุนแรงงานแล้ว ตัวเลขนี้คือสัญญาณเตือนว่าญี่ปุ่นยังไม่ได้เอาชนะปัญหาการทำงานหนัก แต่กลับกำลังพิจารณาเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับระบบที่ยังมีความเสี่ยงอยู่ และสำหรับญี่ปุ่นแล้ว การเพิ่มความยืดหยุ่นด้านการทำงาน อาจเป็นสิ่งจำเป็นในวันที่ประเทศกำลังขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก
แต่คำถามที่ญี่ปุ่นต้องตอบให้ได้คือ ความยืดหยุ่นจะเป็นของใคร เป็นของภาคธรุกิจหรือเป็นของพนักงาน นี่จึงเป็นสาเหตุที่อาจทำให้เกิดเสียงสะท้อนตามมาได้ว่า ญี่ปุ่นกำลังเดินถอยหลังกลับไปสู่ยุคที่การทำงานหนัก ถูกมองว่าเป็นคุณค่าของคนทำงานอีกครั้งหรือไม่
อ่านข่าว
ญี่ปุ่นชี้ "คันไซ" เสี่ยงเผชิญแผ่นดินไหวใหญ่ในอีก 30 ปี
ปาฏิหาริย์ "บ้านสีเทอร์คอยส์" หนึ่งเดียว ยืนหยัดต้านมหาอุทกภัยเนปาล
รู้จัก "กัปตันแฟธอม" สี่ขาผู้ฮีลใจทหารเรือสหรัฐฯ กลางมหาสมุทร
