วันนี้ (2 ก.ย.2569) พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ (โฆษก ทร.) เปิดเผยว่า กองทัพเรือติดตามสถานการณ์ทางทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และอ่าวเปอร์เซียอย่างต่อเนื่อง พบว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่ยังคงมีความตึงเครียดสูง และส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัย ของการเดินเรือพาณิชย์ระหว่างประเทศ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 31 ส.ค.2569 มีรายงานจาก United Kingdom Maritime Trade Operations (UKMTO) ว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่ง ถูกอาวุธไม่ทราบชนิดจำนวน 3 ลูกโจมตี ขณะเดินเรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซ บริเวณห่างจากเมืองคาซับ (Khasab) ประเทศโอมาน ไปทางตะวันออกประมาณ 17 ไมล์ทะเล โดยเบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดของเหตุการณ์ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการถึงชนิด แหล่งที่มา หรือผู้ก่อเหตุ
สถานการณ์ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงระดับความเสี่ยงต่อการเดินเรือในพื้นที่ ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงระดับวิกฤต โดยองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ระบุว่า นับตั้งแต่ความขัดแย้งในภูมิภาคเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ.2569 จนถึงปลายเดือน ส.ค.มีเหตุโจมตีเรือเดินทะเลระหว่างประเทศที่ IMO ตรวจสอบยืนยันแล้วอย่างน้อย 70 ครั้ง และมีคนประจำเรือเสียชีวิต 19 ราย นอกจากนี้ ยังมีเรือและคนประจำเรือจำนวนมาก ที่ได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนด้านความปลอดภัยในพื้นที่
กองทัพเรือประเมินว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมิใช่ความเสี่ยงเฉพาะจุดหรือเหตุการณ์ชั่วคราว แต่สะท้อนถึงภัยคุกคามต่อความปลอดภัย ในการเดินเรือที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ และเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก จึงอาจส่งผลทั้งต่อความปลอดภัยของเรือและคนประจำเรือ ตลอดจนการขนส่งทางทะเล ห่วงโซ่อุปทาน และราคาพลังงานในตลาดโลก
กองทัพเรือจึงขอให้เรือไทย รวมถึงเรือที่มีคนประจำเรือชาวไทย หรือเรือที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับประเทศไทย หลีกเลี่ยงในการเดินเรือเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง แต่หากมีความจำเป็นต้องเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซและพื้นที่ใกล้เคียง ขอเพิ่มระดับความระมัดระวัง และติดตามประกาศและคำเตือนด้านความปลอดภัยทางทะเล จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินให้พร้อมอยู่เสมอ และแจ้งให้ทางกองทัพเรือทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมในการประสานงานให้ความช่วยเหลือ
ทั้งนี้ กองทัพเรือจะติดตามพัฒนาการของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อเสรีภาพและความปลอดภัยในการเดินเรือ รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเรือ คนประจำเรือ และผลประโยชน์ทางทะเลของประเทศไทย เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและดำเนินการตามความเหมาะสมต่อไป
อ่านข่าว :
เจาะเขี้ยวเล็บ "USS Abraham Lincoln" พักทัพเยือนไทยหลังกรำศึกฮอร์มุซ
อิหร่านโจมตีฐานทัพใน "จอร์แดน" ตอบโต้สหรัฐฯ ถล่มเกาะลารัค
อิหร่านยัน "ช่องแคบฮอร์มุซ" ยังปิด จี้สหรัฐฯ ทำตาม MOU
"ทรัมป์" อ้างกำจัดทุ่นระเบิด ในช่องแคบฮอร์มุซหมดแล้ว ขู่ทำลายเรือหากวางใหม่
