วันนี้ (2 ก.ย.2569) พล.ต.วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ชี้แจงกรณีมีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับแนวคิดการติดตั้งระบบเฝ้าตรวจชายแดนอัตโนมัติตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นเพียงแนวคิดเชิงนโยบาย ที่นำเข้าหารือในที่ประชุมศูนย์บูรณาการความมั่นคงตามแนวชายแดน เพื่อรองรับพื้นที่ที่ไม่สามารถก่อสร้างรั้วถาวรได้ เช่น พื้นที่ที่ยังไม่ได้มีการยอมรับจากทั้งสองฝ่าย หรือพื้นที่ที่เป็นคลองและห้วยธรรมชาติ
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้ศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดจันทบุรี และ จ.สระแก้ว นำแนวคิดไปพิจารณา โดยมีข้อสั่งการและประเด็นสำคัญที่เน้นย้ำว่า หน่วยในพื้นที่ต้องมีการประเมินประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของระบบฯ และเสนอความคิดเห็น เพื่อพิจารณาตกลงใจ หาข้อยุติร่วมกัน ทั้งระดับนโยบายและระดับพื้นที่ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนที่จะมีการตกลงใจเกี่ยวกับการดำเนินการในแต่ละพื้นที่
ปัจจุบัน ยังไม่มีการเริ่มดำเนินการจัดสร้างระบบเฝ้าตรวจชายแดนอัตโนมัติแต่อย่างใด โดยจะต้องนำผลการประเมินประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า และความคิดเห็นของหน่วยในพื้นที่มาประกอบการพิจารณาและหาข้อยุติร่วมกันก่อน หากผลการประเมินพบว่า ไม่คุ้มค่าหรือไม่มีความจำเป็น ก็ไม่จำเป็นต้องดำเนินการ หรือหากมีความจำเป็น อาจพิจารณาดำเนินการเฉพาะพื้นที่ที่เป็นจุดเสี่ยงเฉพาะแห่งเท่านั้น
ดังนั้น ระบบเฝ้าตรวจชายแดนอัตโนมัติในขณะนี้จึงยังเป็นเพียงแนวคิดที่มอบหมายให้หน่วยในพื้นที่นำไปศึกษาและประเมิน โดยการดำเนินการจะต้องพิจารณาจากประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า ความจำเป็น และความคิดเห็นของหน่วยในพื้นที่ เพื่อหาข้อยุติร่วมกันระหว่างระดับนโยบายและระดับพื้นที่ก่อนการตกลงใจต่อไป
กองทัพไทยจะดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความรอบคอบ โดยยึดข้อเท็จจริงและความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ทุกมาตรการที่นำมาใช้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์และความจำเป็นได้อย่างแท้จริง ภายใต้เป้าหมายสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน และพิทักษ์รักษาอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ
อ่านข่าว :
ครม.มีมติย้ายพื้นที่จัดงานพืชสวนโลก 2572 จาก อ.คง ไป อ.ปากช่อง
ราชกิจจาฯ ประกาศเพิ่ม "นกกรงหัวจุก" บัญชีสัตว์ป่าห้ามล่า ใน 40 เขตห้ามล่าสัตว์ป่า
