“คนภูเก็ต” รวมตัวทวงคืน “แหลมหงา” หลังพบถนนทางหลวงในที่ดินเอกชน

สังคม
11:11
จำนวนผู้ชม 1,257
“คนภูเก็ต” รวมตัวทวงคืน “แหลมหงา” หลังพบถนนทางหลวงในที่ดินเอกชน
หลังการประกาศเชิญชวนผ่านโซเชียลมีเดีย นัดรวมตัวหน้ารั้วสังกะสีปิดกั้นทางเข้า-ออกแหลมหงา จ.ภูเก็ต ช่วง 10 โมง มีชาวบ้านในพื้นที่ทยอยเดินทางเข้ามาต่อเนื่อง เพื่อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและเปิดเส้นทางเพื่อเส้นทางเข้า-ออกได้

วันนี้ (7 มี.ค.2567) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รั้วสังกะสีปิดกั้นบริเวณจุดสิ้นสุดถนน ก่อนถึงชายหาดแหลมหงา ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมป้ายข้อความ “ห้ามบุกรุก ที่ดินกรรมสิทธิ์ของ บจก.แหลมหงาดีเวลลอปเม้นท์ ผู้ฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย”

นอกจากนี้ยังมีป้ายข้อความว่า “ห้ามเข้า” และ สถานที่นี้รักษาความปลอดภัยด้วยกล้องวงจรปิด จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง และมีการเรียกร้องให้ตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่มีการอ้างดังกล่าว

ภาพประกอบข่าว “คนภูเก็ต” รวมตัวทวงคืน “แหลมหงา” หลังพบถนนทางหลวงในที่ดินเอกชน

นายนครินทร์ ยอแสงรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลรัษฎา กล่าวว่า การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เป็นพื้นที่มีโฉนด เนื้อที่ 64 ไร่ ส่วนที่มีข้อสงสัยว่า การปิดกั้นบริเวณปลายถนน ซึ่งก่อสร้างโดยหน่วยงานของรัฐ คือ รพช. ซึ่งปัจจุบันคือ แขวงทางหลวงชนบท ทำได้อย่างไร หรือถนนสาธารณะเข้าไปสร้างในพื้นที่เอกชนได้อย่างไรนั้น ทางเทศบาลทำได้เพียงตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ ส่วนที่มาของเอกสาร เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานที่ดิน เทศบาลจึงไม่มีอำนาจไปสั่งรื้อถอน

จากถนนปากทางเข้าไปจนชายหาดแหลมหงา ซึ่งสุดถนนที่ทาง รพช.ไปสร้างไว้ มีระยะทางประมาณ 1,200 เมตร ทั้งนี้จากปากทางไปประมาณ 800 เมตร จะเป็นทางสาธารณะ และเมื่อมาถึงจุดนี้ จะมีไม้กั้นอยู่แต่จะมีการยกไว้ให้ แต่หลังจากไม้กั้นดังกล่าวไปแล้ว จะเป็นพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนด จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่า หน่วยงานภาครัฐเข้าไปสร้างถนนได้อย่างไรในที่เอกสารสิทธิ์ของเอกชน

ซึ่งประเด็นนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยหน่วยงานที่สร้าง คือ รพช. เมื่อประมาณปี 2540 และมอบให้เทศบาลตำบลรัษฎาเมื่อปี 2545 ส่วนของโฉนดที่มีการตรวจสอบแล้วพบว่า ออกเมื่อปี 2525 หลักฐานในการออกมาจากครอบครอง ซึ่งส่วนนี้ก็ต้องให้ที่ดินตรวจสอบ

ภาพประกอบข่าว “คนภูเก็ต” รวมตัวทวงคืน “แหลมหงา” หลังพบถนนทางหลวงในที่ดินเอกชน

ดังนั้นหลังจากไม้กั้นไปจนถึงชายหาดระยะทางประมาณ 400 เมตร เป็นที่ดินซึ่งอยู่ในโฉนด เนื้อที่รวมกว่า 64 ไร่ ดังนั้นทางเทศบาลฯ จึงไม่มีอำนาจไปรื้อถอน และต้องดำเนินการไปตามกระบวนการ

ผู้สื่อข่าวระบุว่า มีข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้เจ้าของที่ดิน เคยเปิดเส้นทางเข้า-ออกชายหาดได้ แต่จากการสอบถามทราบว่า มีปัญหาคนมาทิ้งขยะเรี่ยราด กลายเป็นแหล่งมั่วสุมของวัยรุ่น และยาเสพติด

นอกจากนั้นยังมีเรื่องของอาชญากรรมอีก เนื่องจากทางเข้าไปเปลี่ยว และไม่มีไฟฟ้าแสงสว่าง ทางเทศบาลจึงเสนอว่า จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยดูแลให้ และจะเชิญเจ้าของที่ดินมาทำความเข้าใจ เพื่อแก้ปัญหาและเปิดเส้นทางอีกครั้ง

สำหรับชายหาดแหลมหงา ในอดีตจะมีคนในพื้นที่ และต่างพื้นที่มาใช้เป็นที่พักผ่อน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดจะมีคนมาเที่ยวจำนวนมาก เนื่องจากน้ำที่ใส และค่อนข้างเงียบสงบ

อ่านข่าว : Before-After "แหลมยามู" ก่อนจะเป็นจุดเกิดเหตุ "ฝรั่งเตะหมอ"

ร้อนฉ่า! กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนมี.ค.-เม.ย.ร้อนจัดเกิน 40 องศาฯ

เปิดร่าง MOU กรมอุทยานฯ-ส.ป.ก.ปมพิพาทที่ดิน