"ทนายตั้ม" อ้างขบวนการส่วยตำรวจโยง "บิ๊กต่อ" - เปิด 18 ธุรกิจเก็บค่าตั๋ว

การเมือง
26 มี.ค. 67
11:24
14,641
Logo Thai PBS
"ทนายตั้ม" อ้างขบวนการส่วยตำรวจโยง "บิ๊กต่อ" - เปิด 18 ธุรกิจเก็บค่าตั๋ว
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
"ทนายตั้ม" อ้างตำรวจชั้นผู้ใหญ่รับส่วยเป็นขบวนการ รวมถึงเปิด 18 ธุรกิจที่เรียกรับค่าตั๋วเพื่อส่งหน่วยงานต่าง ๆ นัด "พล.ต.ต.จรูญเกียรติ" ส่งมอบหลักฐานเส้นทางการเงินเว็บพนัน 28 มี.ค.นี้ ยืนยันไม่เกี่ยวกับ "บิ๊กโจ๊ก"

วันนี้ (26 มี.ค.2567) เมื่อเวลา 11.00 น. นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน แถลงข่าวเปิดโปงขบวนการส่วยที่เกี่ยวพันกับบิ๊กตำรวจ 

ทนายษิทรา อ้างตัวละครในเรื่องนี้จะมีหลายคน ที่สำคัญคือ ดาบ ย. มีหน้าที่รวบรวมส่วยขั้นตั้นทั้งหมดเพื่อนำส่งต่อไป 

รอง ฟ. คนสนิทของ พล.ต.อ. ต. นายตำรวจรุ่น 61 ซึ่งเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญ และยังเป็นรุ่นเดียวกับพ่อบ้านของ พล.ต.อ. ส. และมีเส้นทางเงินที่เชื่อมโยงไปถึงญาติของบิ๊กตำรวจด้วย

นอกจากนี้ยังโชว์หลักฐานเส้นทางเงินที่มีการโอนเงินผ่านบัญชีม้า และหลักฐานการโอนเงินให้นายตำรวจ โดยดาบ ย. จะเป็นผู้ถือบัญชีม้า ทั้งนี้พบว่าบัญชีม้าบางบัญชีเจ้าของบัญชีเสียชีวิตแล้ว แต่ยังมีคนทำธุรกรรม

พร้อมกันนี้ได้นำหลักฐานสลิปการโอนเงิน และแชตข้อความแอปลิเคชันไลน์ อ้างว่า เป็นหลักฐานเปิดเผยถึงเส้นทางการเงิน ของบัญชีมาเครือข่ายเว็บการพนันออนไลน์ น.ส.พิมพ์วิไล ซึ่งเป็นเครือข่ายเดียวกันกับที่คนสนิทของ พล.ต.อ. ส. ถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้

เชื่อมโยงไปถึงดาบตำรวจ อยู่ในสังกัดกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการสอบสวนกลาง หรือคอมมานโด และ รองผู้กำกับในสังกัดกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 หรือตำรวจไซเบอร์ (บช.สอท.) พร้อมทำแผนผังเส้นทางการเงินไปถึงบุคคลที่มีนามสกุลเดียวกันกับบิ๊กตำรวจถึง 3 คน

นายษิทธา เปิดเผยอีกว่า ยังพบบัญชีม้า โอนเงินไปทำบุญสร้างวิหารที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นนทบุรี ยอดรวม 700,000 บาท โดยมีพบ พล.ต.อ. ต. เป็นประธานในพิธี

นายษิทรา ยังได้เปิดเผยภาพนิ่งจากวงจรปิดภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ช่วงเดือน พ.ย.2566 ที่ผ่านมา ปรากฏหลักฐานว่ามีบุคคลที่ทนายตั้มอ้างว่าเป็น 1 ในบัญชีม้า และดาบตำรวจ ไปกดเงินในตู้เอทีเอ็ม โดยรถที่ดาบตำรวจขับไปมีชื่อผู้ครอบครองของบุคคลที่เป็นบิดาของรองผู้กำกับตำรวจไซเบอร์ และปรากฏหลักฐานการทำธุรกรรมถอนเงินในวันที่ 26 พ.ย.เป็นเงินกว่า 2,274,000 บาท

นอกจากนี้ยังมีรายชื่อของตำรวจอีกหลายนาย เข้าไปพัวพันกับเส้นทางการเงินของบัญชีม้าเครือข่ายเว็บการพนัน น.ส.พิมพ์วิไล ซึ่งจะนำหลักฐานทั้งหมดส่งไปให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง ขยายผลดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

อ้าง 18 ธุรกิจ เก็บยอดตั๋ว

นอกจากนี้ ข้อมูลที่แถลงยังระบุถึง 2 กองบังคับการและหนึ่งกองบัญชาการ ได้ออกตั๋วที่มีการเก็บยอดตั๋วส่งหน่วยงานต่างๆ  

-เว็บพนัน
-บ่อนการพนัน (ไฟ,ไฮโล,ตีไก่)
-เงินกู้ไทย-แขก
-หวยใต้ดิน
-สถานบันเทิง สถานบริการ ผับ
-ร้านนวดแฝงขายบริการ
-อาบ อบ นวด
-โรงซาวน่า
-ร้านเหล้าที่มี PR
-บุหรี่ไฟฟ้า
-บุหรี่หนีภาษี
-ตลาดนัด เลียบด่วน ตลาดนัด ตลาดไท
-สถานประกอบการที่มีแรงงานต่างด้าวทำงานที่แอบเพิ่มแรงงานที่ไม่มีบัตร
-จุดคอกรับซื้อน้ำมันเถื่อน โคมแดงข้างทาง
-น้ำมันเขียวที่รัฐช่วยชาวประมง แต่จะมีเจ้าใหญ่ๆ ไม่กี่เจ้าที่ทำเป็นยี่ปั๊ว
-โต๊ะสนุ๊กเกอร์
-หัวหน้าแขกที่เอาแขกมาขายถั่วโรตี
-คนขายยา sex และมีเพศสัมพันธ์ไลฟ์สดเพื่อขายยา sex

ส่วยทั้ง 18 รายการ อ้างว่ามีทีมทำงาน แต่ละภาคดูแล ทั้ง 5 ภาค ทีมภาคเหนือ ทีมภาคอีสาน ทีมภาคกลาง ทีมภาคใต้ และทีมภาคตะวันออก ซึ่งทีมงานที่สามารถทำยอดหรือผลงานได้มากที่สุด คือทีมภาคตะวันออก ที่มีตำรวจภาค 2 และตำรวจนครบาล 1 กับ 4 และปทุมธานี โดยมีหัวหน้าทีม คือ จ่ากอล์ฟ

ซึ่งการเก็บเป็นรายเดือน ค่าตั๋วจะขึ้นอยู่กับความสำคัญของหน่วย ซึ่งแต่ละพื้นที่จะมีทีมที่ดูแล ซึ่งหัวหน้าทีมจะมีทั้งที่เป็นนายตำรวจและบุคคลที่ไม่ใช่ตำรวจ และจะมีส่งยอดทุกวันที่ 25 ของทุกเดือน ที่ตึก สอท. 

นอกจากนี้ ทนายตั้มยังได้โทรศัพท์ถึง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และนัดหมายเพื่อนำเอกสารต่างๆ ไปยื่นเพื่อให้มีการตรวจสอบ ในวันที่ 28 มี.ค.นี้ เวลา 11.00 น.

ไม่ได้หิวแสง ยืนยันไม่เกี่ยว "บิ๊กโจ๊ก"

ทนายตั้ม เปิดเผยว่า ก่อนที่ออกมาแถลงข่าว และเปิดเผยเส้นทางเงินของบัญชีม้าที่มีการโยงไปถึงตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในครั้งนี้ ได้มีการปรึกษาครอบครัวแล้ว เพราะรู้ถึงผลที่จะตามมา

ตนยอมเจ็บ เพื่อให้สังคมมีการเปลี่ยนแปลง พร้อมยืนยันการออกมาครั้งนี้ไม่ได้มีใครอยู่เบื้องหลัง และไม่มีคนว่าจ้างแต่อย่างใด และยืนยันไม่ได้เป็นการช่วย พล.อ.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ซึ่งเจ้าตัวได้มีการห้ามแล้ว แต่ตนเองยืนยันที่จะออกมาเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว

การออกมาเปิดเผยครั้งนี้อาจจะไม่คุ้ม แต่สังคมคุ้ม ซึ่งรู้ว่าหลังจากนี้ก็จะโดนขุดโดน แฉ รวมถึงโดนข้อหาแน่นอน

ก่อนการแถลงข่าวหนึ่งวัน นายษิทรา ได้เผยแพร่ภาพกราฟฟิก โดยระบุเส้นเงิน ที่อ้างชื่อผู้เกี่ยวข้องอย่างน้อย 3 คน โดยในกราฟิก ปรากฏชื่อของ "ดาบ ย." หน้าเสื่อของ รอง ฟ. และบิ๊กตำรวจ

อ่านข่าว "บิ๊กโจ๊ก" ยกเลิกลาพักร้อนไปอังกฤษ ขอลุยแก้ที่ดินเกาะหลีเป๊ะ

นอกจากนี้ยังพบปัญหา เพจเฟซบุ๊ก "ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ" ไม่สามารถเข้าถึงได้ โดยหน้าจอระบุว่า "เนื้อหานี้ไม่พร้อมใช้งานในขณะนี้" ขณะที่ในกลุ่มไลน์ของทนายษิทรา ยังยืนยันนัดหมายเดิม

อ่านข่าว : สมาคมนักข่าวฯ โต้ "ทนายตั้ม" ปัดรับเงินบริจาค-ขู่ฟ้องกลับ

"บิ๊กต่าย" ไม่ยุ่งปม 2 บิ๊ก ตร.ยันให้ความเป็นธรรมคนถูกพาดพิงเว็บพนัน

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง