ญาติ "โกหมาส" เตรียมรับศพทำพิธีทางศาสนาวันนี้

อาชญากรรม
28 มี.ค. 67
07:55
603
Logo Thai PBS
ญาติ "โกหมาส" เตรียมรับศพทำพิธีทางศาสนาวันนี้
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
แพทย์นิติเวชเร่งชันสูตรศพเจ้าของสนามไก่ชนใน อ.สวี จ.ชุมพร หลังจากถูกอุ้มหายนาน 2 เดือน โดยพบถูกฆ่าฝังดินบนหุบเขาใน อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช ขณะที่ ญาติ เตรียมรับศพประกอบพิธีทางศาสนา วันนี้

จากกรณีที่ นายขนบ สมหวัง หรือ "โกหมาส" อายุ 56 ปี เจ้าของสนามไก่ชนใน อ.สวี จ.ชุมพร หายตัวไปนานกว่า 2 เดือน ล่าสุด พบถูกฆ่าฝังดินบนหุบเขาใน อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช 

ล่าสุด เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายขนบ ถูกฆ่าแล้วนำศพมาฝังบนหุบเขาบริเวณ หมู่ 2 ต.บ้านลำนาว รอยต่อกับ หมู่ 11 ต.บางขัน อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช และได้ขุดร่างเพื่อมาชันสูตร 

ทั้งนี้จุดฝังศพมี 2 จุด จุดแรกอยู่ในสวนปาล์ม ต.วังหิน อ.บางขัน ซึ่งเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลว่า ชายฉกรรจ์พร้อมรถยนต์อยู่ในสวนปาล์ม แต่เมื่อชาวบ้านเห็นความผิดปกติ จึงเข้าไปดู แต่กลับถูกยิงไล่มา 3 นัด ชาวบ้านจึงหนีออกมา

โดยเมื่อราว 5 วันก่อน เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพบหลักฐาน เช่น ถังน้ำกรดฆ่ายาง และหลักฐานอื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่ง จุดที่ 2 อยู่บนหุบเขาใน ต.บ้านลำนาว อ.บางขัน ซึ่งเป็นจุดที่ถูกเคลื่อนย้ายศพมาฝัง

นอกจากนี้ยังพบจุดที่พบหลักฐานชิ้นสำคัญ คือ สระน้ำในสวนปาล์มแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 9 ต.เขาโร อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช อยู่ห่างจาก 2 จุดแรกราวเกือบ 20 กม.เจ้าหน้าที่พบรถยนต์ถูกทำลายทิ้งอยู่ในสระ รวมทั้งร่องรอยการเผาอุปกรณ์ในรถ ซึ่งตรงกับลักษณะรถยนต์ 1 ใน 2 คันที่ใช้ก่อเหตุลักพาตัวนายขนบ

น.ส.จารุวรรณ แซ่ภู่ หลานสาวผู้เสียชีวิต ซึ่งอาศัยอยู่ที่ ต.เขาค่าย อ.สวี จ.ชุมพร เข้าตรวจสอบและยืนยันว่า คือ นายขนบที่สูญหายไป

หากเรียงตามลำดับ จุดแรกที่ผู้ก่อเหตุนำร่างของนายขนบไปคือวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา บริเวณสวนปาล์ม ต.วังหิน อ.บางขัน เป็นจุดที่สัญญาณมือถือของนายขนบหายไป แต่จัดการฝังศพไม่สำเร็จจากการถูกพบเห็น

ผู้ก่อเหตุจึงเคลื่อนย้ายมายังจุดที่ 2 บนหุบเขาหมู่ 2 ต.บ้านลำนาว อ.บางขัน หลังจากฝังเสร็จ ได้นำรถยนต์เก๋ง ซึ่งคาดว่านายขนบจะถูกสังหาร ในรถคันนี้ มาแยกส่วนเผาทำลาย และทิ้งซากในสวนปาล์มน้ำมัน หมู่ 9 ต.เขาโร อ.ทุ่งสง ห่างจากจุดที่ 1 และ 2 ราว 20 กม.

ส่วนร่างของนายขนบ แพทย์นิติเวช ได้นำเข้าสู่กระบวนการผ่าชันสูตรอย่างยากลำบากเนื่องจากสภาพศพเปื่อยยุ่ยสลาย กลายเป็นของเหลว และน่าเชื่อว่ามีกรดฆ่ายางที่เป็นน้ำกรดเข้มข้น สำหรับการทำยางก้นถ้วยของชาวสวนยาง พบปนอยู่ในของเหลวเนื้อเยื่อ

แต่ด้วยสภาพใบหน้าจากที่ผู้ก่อเหตุ ได้ใช้เทปพันอย่างแน่นหนา ทำให้รักษารูปหน้าอยู่ได้ ทำให้ญาติยืนยันอัตลักษณ์ได้แม่นยำ โดยกระบวนการชันสูตรเสร็จสิ้นแล้ว และญาติของนายขนบจะมารับศพในวันนี้ เพื่อเคลื่อนย้ายจาก โรงพยาบาลกลับไปยัง จ.ชุมพร เพื่อบำเพ็ญกุศล ส่วนการดำเนินคดีเจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนเพื่อตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมด

ความคืบหน้าทางคดี มีการออกหมายจับผู้ก่อเหตุอุ้มฆ่าแล้ว 7 คน และเตรียมออกหมายจับเพิ่มอีก 3 คน

ส่วนภรรยานายขนบ ซึ่งเป็นภรรยาคนแรก ที่อยู่กินกันมา ปฏิเสธมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ แม้ก่อนหน้านี้เคยคิดจะทำ เพราะถูกสามีขู่ทำร้ายกับลูกสาว แต่ก็ได้ล้มเลิกไป

โดยหากคดีนี้จะถูกโยงไปอย่างไรก็ทำใจแล้วไม่คิดหนี ส่วนบ้าน ที่ดิน สวนทุเรียน และทรัพย์สินอื่น ๆ กว่า 10 ล้านบาท จะแบ่งให้กับลูกสาวและญาติฝ่ายของสามี เพราะเป็นสมบัติที่ได้ร่วมสร้างกันมา

อ่านข่าว : "จักรภพ" เปิดใจขอโอกาสกลับบ้านในรอบ 15 ปีสู้คดีการเมือง

รร.พร้อมรับมติ ครม.จ้าง "ภารโรง" ช่วยอยู่เวรแทน "ครู"

ตำรวจสากลชี้ "ค้ามนุษย์อาเซียน" กลายเป็นวิกฤตโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง