แนวรบ “เมียวดี” แตก "เมียนมา" ระอุ “ไทย” สะเทือน

ต่างประเทศ
10:38
จำนวนผู้ชม 3,652
แนวรบ “เมียวดี” แตก "เมียนมา" ระอุ “ไทย” สะเทือน
ความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ของทหารเมียนมาในเมียวดีและใกล้เคียง ในรัฐกระเหรี่ยง แนวรบด้านตะวันออกติดกับประเทศไทยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นเสถียรภาพของรัฐบาลทหารเมียนมากำลังสั่นคลอน

หลังปฏิบัติการของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือ KNU ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ.2491 สมัยนายพลโบเมี๊ยะ ที่เลื่องชื่อ ครั้งนี้ร่วมกับกองกำลังต่อต้านอีกหลายกลุ่ม อาทิ กองทัพอิสระกะเหรี่ยงแห่งชาติ (KNLA) กองกำลังชาติพันธุ์กะเรนนี (KNDF)

รวมถึงกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยง (BGF) ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธที่เข้มแข็งมาก และเป็นผู้ควบคุมพื้นที่ติดชายแดนไทย ที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์ ที่เพิ่งจะตัดความสัมพันธ์กับกองทัพเมียนมาเมื่อต้นปี 2567 ทำให้ดุลอำนาจในรัฐกระเหรี่ยงเปลี่ยนไป

ภาพประกอบข่าว แนวรบ “เมียวดี” แตก

ขณะนี้ทางกองทัพเมียนมา ยังไม่สามารถเสริมกำลังเข้ามาในรัฐกะเหรี่ยงได้ และยังสูญเสียการควบคุมถนนสายหลัก ที่เชื่อมต่อไปยังชายแดนไทย เท่ากับถูกล็อคตาย

จนเป็นที่มาของรัฐบาลทหารเมียนมา ขอใช้สนามบินแม่สอด จ.ตาก เพื่อรับทหารและครอบครัวราว 600 คนกลับประเทศ ระหว่างวันที่ 7-9 เม.ย. ก่อนจะเกิดกรณี “นัดแล้วไม่มา” ต้องตีเครื่องบินเปล่ากลับไป และประกาศยกเลิกขอใช้สนามบินแม่สอดวันที่ 8 และ 9 เม.ย.

การยื่นเรื่องขอใช้สนามบินแม่สอด เส้นทางแม่สอด-ร่างกุ้ง 3 เที่ยวบิน เพื่อขนส่งผู้คนและสิ่งของตามคำแถลงของรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของไทย และย้ำว่า มีการตัดสินใจในระดับรัฐบาล อนุมัติคำขอของเมียนมาด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม

ภาพประกอบข่าว แนวรบ “เมียวดี” แตก

แต่ก็มีเสียงวิพากษ์และเตือนรัฐบาลไทย ให้พิจารณาอย่างระมัดระวัง เพราะเท่ากับอนุญาตให้ประเทศเพื่อนบ้าน ใช้ดินแดนที่อยู่ในเขตอำนาจอธิปไตยของไทย ในช่วงการสู้รบ ที่สำคัญเป็นห่วงเรื่องว่า จะเป็นเพียงการอพยพบุคลากรและสิ่งของ ดังที่ทางการเมียนมาระบุจริงหรือไม่ หรืออาจมีเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพเมียนมา ที่ต้องขนย้ายกลับเนปิดอว์ ด้วยหรือไม่

ยังไม่นับท่าทีของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ที่จับตาบทบาทของไทย ต่อเรื่องความขัดแย้งและกดขี่เรื่องชาติพันธุ์ในเมียนมา เพราะมีไม่น้อยแสดงท่าทีไม่เห็นด้วย กับการยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของกองทัพเมียนมา

ตามด้วยการควบคุมตัวและตั้งข้อหารุนแรง ต่อนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม รวมทั้งเข่นฆ่าสังหารและเอาผิดอย่างเข้มข้น ต่อกลุ่มผู้ร่วมชุมนุมประท้วงรัฐบาล รวมถึงปฏิบัติการทางทหารอย่างรุนแรงกับชนกลุ่มน้อย จนต้องอพยพหนีตายเข้าประเทศไทยเป็นระยะ ๆ

ภาพประกอบข่าว แนวรบ “เมียวดี” แตก

แต่กระนั้น แม้จะสูญเสียฐานที่มั่น ส่วนใหญ่ในรัฐกระเหรี่ยง แต่แนวรบด้านบนฝั่งตรงข้าม อ.พบพระ อ.อุ้มผาง จ.ตาก และกองทัพภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่เมืองมะละแหม่ง ก็ยังอยู่ และเป็นที่น่าจับตาในลำดับถัดไปว่า กองกำลังต่อต้านรัฐบาลจะปฏิบัติการโจมตีจนทหารเมียนมาต้องยอมจำนนเหมือนที่เมียวดีหรือไม่

เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า อาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพเมียนมา มีศักยภาพสูงกว่าแน่นอน เพราะกองทัพมีงบประมาณมากกว่า 13-14 % ของงบแผ่นดิน หากสามารถเปิดเส้นทางลำเลียง ส่งอาวุธหนักหรือกำลังเข้าไปเสริมได้ จะส่งผลถึงสถานการณ์ความรุนแรงและกระทบต่อแนวชายแดนและราษฎรไทย ที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนอย่างเลี่ยงไม่พ้น หากมีปฏิบัติการเอาคืน

ไม่เพียงเท่านั้น ในกองทัพกะเหรี่ยงก็มีปัญหาเรื่องขาดเอกภาพมาแต่ไหนแต่ไหน โดยเฉพาะ BGF กองกำลังพิทักษ์ชายแดน หากผนึกกำลังกับ KNU เพื่อต่อต้านรัฐบาลทหารจริงจะมีศักยภาพเพิ่มมากขึ้นทันที จากกำลังพลมีมากกว่า 7,000 คนของกะเหรี่ยง BGF

ภาพประกอบข่าว แนวรบ “เมียวดี” แตก
นอว์ เซอร์ โฆษกเครือข่ายชุมชนชาวกะเหรี่ยงทั่วโลก ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยว่า กำลัง BGF และพ.อ.หม่อง ชิต ตุ ผู้นำ ไม่เคยมีจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจน แต่เป็นไปเพื่อปกป้องธุรกิจในพื้นที่ ซึ่งหมายถึงเอ็นเตอร์เมนต์คอมเพล็กซ์ รวมทั้งกาสิโน และศูนย์กลางแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่ลำดับต้นๆ ในภูมิภาคนี้ ที่ฝั่งตรงข้าม อ.แม่สอด ของไทย

จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลไทย เพราะท่ามกลางสงครามและความขัดแย้งในเมียนมา กลับมีเรื่องผลประโยชน์มหาศาลเคลือบแฝงอยู่ และส่งผลกระทบต่อไทยและคนไทยจำนวนไม่น้อย ที่ตกเป็นเหยื่อและถูกดูดเม็ดเงินมหาศาลให้กับกลุ่มทุนจีน ที่มีกองกำลังติดอาวุธที่เข้มแข็งในเมียนมาคอยให้การปกป้องดูแล

วิเคราะห์ : ประจักษ์ มะวงศ์สา

อ่านข่าว : ทหารตรึงกำลังชายแดนแม่สอด หลังเกิดเสียงดังคล้ายระเบิดฝั่ง จ.เมียวดี เมื่อคืนนี้

"เศรษฐา" ตั้งคณะทำงานรับมือสู้รบเมียนมา-คาดทะลักไทย 1 แสน

เกาะติดสถานการณ์ชายแดนไทย หลัง "KNU - PDF คุมพื้นที่ "เมียวดี"