คิดได้ยังไง? เมื่อ สว.ที่จะหมดวาระ ทิ้งทวน “ไปดูงานต่างประเทศ”

การเมือง
19 เม.ย. 67
16:23
815
Logo Thai PBS
คิดได้ยังไง? เมื่อ สว.ที่จะหมดวาระ ทิ้งทวน “ไปดูงานต่างประเทศ”
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
จะพ้นสมาชิกภาพจาก “สมาชิกวุฒิสภา” หรือ สว.อยู่ร่อมร่อ ในวันที่ 10 พ.ค.2567 จะกลายเป็นอดีตไปแล้ว แต่ไม่น่าเชื่อ จะมีโครงการ “ดูงานต่างประเทศ” ของกรรมาธิการหลายคณะเป็นการทิ้งทวน

แม้ว่าจะยังคงทำหน้าที่รักษาการ สว. แต่บทบาทและอำนาจจะลดน้อยถอยลง ระหว่างรักษาการ และที่ผ่านมา ก็พยายามอ้างเรื่องจะครบวาระ 5 ปีอยู่แล้ว เมื่อครั้งมีความเคลื่อนไหวให้ปิดสวิทช์ สว.

โดยเฉพาะการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ที่สส.ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของปะชาชนโดยตรง ต้องต้องอาศัยเสียงสว.ร่วมด้วย

การครบวาระ 5 ปี ในมุมของฝ่ายที่ไม่เอาด้วย กับการมี สว.สำหรับร่วมเลือกนายกฯ จึงเป็นสิ่งที่รอคอย เพราะด้านหนึ่งถูกมองว่า เป็น “มรดกบาป” จากคณะรัฐประหาร ที่ยึดอำนาจมาจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จึงควรจบสิ้นเสียที และจากนี้ไป สว.ต้องมาจากการเลือกกันเองและเลือกไขว้ ในกลุ่มผู้สมัคร สว.ตามรัฐธรรมนูญ

แต่จู่ ๆ กลับมีจัดสรรงบประมาณปี 2567 สำหรับเดินทางไปประชุมทวิภาค และ/หรือ ไปเยือนต่างประเทศของกรรมาธิการวุฒิสภา รวม 81 ล้านบาท จึงมีคำถามตามมาทันทีว่า จะไปดูงานต่างประเทศเพื่ออะไร เพราะจะพ้นวาระอยู่แล้ว และที่ผ่านมา ก็มักวิพากษ์โจมตีเรื่องเดินทางไปดูงานต่างประเทศของหน่วยงานอื่นมาตลอดอยู่แล้ว

แม้จะอ้างเพื่อสะสมความรู้ให้กับคนรุ่นหลัง หรือข้ออ้างเป็นงบเดิมที่สะสมไว้ แต่ไม่ได้เดินทางไปตอนโควิด-19 แพร่ระบาด ก็ฟังไม่ขึ้นอยู่ดี

ขนาดนายเสรี สุวรรณภานนท์ สว.ด้วยกันเอง ยังออกโรงวิพากษ์ยับ แสดงความไม่เห็นด้วย เพราะเป็นเรื่องการใช้งบประมาณแผ่นดิน จึงต้องใช้อย่างระมัดระวั งให้เกิดประโยชน์ ยิ่งเมื่อ สว.ต้องตรวจสอบคนอื่น ไม่ให้ใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน อย่างฟุ่มเฟือย ก็ต้องทำตัวเป็นแบบอย่างให้เห็น จึงควรยกเลิกงบประมาณและประเพณีไปดูงานต่างประเทศได้แล้ว

สำทับด้วยคนวงนอกอย่าง นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกฯ ที่ออกโรงขย่มเรื่องนี้ ถึงขั้นใช้คำว่า “กลืนเสลด” ตัวเอง ทั้งที่ส่วนใหญ่เป็นประเภทสูงวัยแล้วทั้งสิ้น กลับจะเอาเกียรติยศที่สะสมไว้มาละลายทิ้งเสียเปล่า

ความจริง ทั้ง สส.และ สว.ต่างตระหนักดีถึงการถูกจับตา ตรวจสอบการทำหน้าที่ในยุคสมัยปัจจุบันกันดีอยู่แล้ว ทั้ง สส.และ สว.เคยโดนรุมวิจารณ์เรื่องสภาล่ม โดยเฉพาะในช่วงรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เป็นผู้ลงนามแต่งตั้ง สว.ชุดนี้ และเป็นหัวหน้ารัฐบาลของ สส.ที่สังกัดพรรคร่วมรัฐบาล แต่มีรายการ “ลิงกินกล้วย” เกิดขึ้นหลายหน

มีการตีแผ่รายได้ เงินสวัสดิการ และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย ที่ทั้ง สส.และ สว.ที่ได้รับ ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนและเงินเพิ่มคนละ 1.13 แสนบาท/เดือน

สิทธิประโยชน์ทั้งค่าเครื่องบิน ค่าเดินทาง เบี้ยเลี้ยง เบี้ยประชุม ค่าที่พัก สวัสดิการด้านรักษาพยาบาล และอื่น ๆ ยังไม่นับ มีผู้ช่วยและผู้ชำนาญการประจำตัวอีก 8 คน เงินเดือนตั้งแต่ 15,000-24,000 บาท

ไม่นับค่าอาหารในวันประชุมสภา สส.ได้เฉลี่ยคนละ 861 บาทต่อมื้อ และ สว.มื้อละ 582 บาท และไม่นับกองทุนบำนาญเลี้ยงชีพของคนที่เคยเป็น สส. เมื่อไม่ได้เป็นแล้ว อีกตลอดชีพ

แต่กลับไม่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ในการประชุมสภา ทั้งที่สัปดาห์หนึ่งๆ มีประชุมแค่ 1-2 วัน มิหนำซ้ำ ยังเปิดประชุมสภาแค่ 2 สมัย สมัยละ 4 เดือนรวม 8 เดือน จากทั้งหมดปีละ 12 เดือน

ทำเอาบรรดา สส.หรือ สว.หน้าบาง อายม้วนต้วนไปเลยก็มี แต่มีอีกไม่น้อย ที่ไม่ใส่ใจ บางคนสวมบท “นักโดดร่ม” เข้ารวมประชุมปีละไม่กี่ครั้ง

จึงเป็นที่มาของนักการเมืองในอุดมคติของคนรุ่นใหม่ ที่จะแตกต่างไปจากนักการเมืองยุคปัจจุบัน โดยได้สะท้อนบทเรียนให้ได้เห็นแล้ว

เพียงเท่านี้ก็น่าจะมีผลต่อ “ต่อมจิตสำนึกอันดีงาม” ของคนที่อาสาเข้ามาทำหน้าที่แทนประชาชนแล้วล่ะครับ อย่าด้านจนเกินงามเลย

วิเคราะห์ : ประจักษ์ มะวงศ์สา

อ่านข่าว : จี้ตรวจสอบ “เสาไฟฟ้าโซลาร์เซลล์” กลางเมืองนครศรีฯ หายเกือบ 100 ต้น

ออมสิน แก้หนี้ครัวเรือน ปล่อยกู้ “สินเชื่อรีไฟแนนซ์” ลดดอกเบี้ย

"ซาร่า" กลับดาวหมา นายกฯ บางบาล รับลูกน้องจับผิดวิธี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง