ระวังมะเร็งท่อน้ำดี! เมนูปลาน้ำจืดเกล็ดขาวดิบแหล่งพยาธิใบไม้ตับ

สิ่งแวดล้อม
19 เม.ย. 67
19:51
422
Logo Thai PBS
ระวังมะเร็งท่อน้ำดี! เมนูปลาน้ำจืดเกล็ดขาวดิบแหล่งพยาธิใบไม้ตับ
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
กรมควบคุมโรค เตือน ปชช. เลี่ยงกินอาหารดิบ หรือ สุกๆ ดิบๆ โดยเฉพาะเมนูที่ทำมาจาก "ปลาน้ำจืดเกล็ดขาว" ป้องกันการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับ สาเหตุหลักโรคมะเร็งท่อน้ำดี แนะกินอาหารเมนูปลาที่ปรุงสุกด้วยความร้อน และล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหาร

วันนี้ (19 เม.ย.2567) นพ.วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และ โฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคพยาธิใบไม้ตับ และโรคมะเร็งท่อน้ำดี เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ ในประเทศไทยพบผู้ป่วยสูงในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คาดการณ์ว่าคนไทยร้อยละ 10 หรือ 6,000,000 คน ตรวจพบพยาธิใบไม้ตับ

จากสถิติ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พบคนไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งตับและท่อน้ำดี คิดเป็น 24.7 /แสนประชากร เกิดขึ้นกับประชากรวัยทำงานที่เป็นหัวหน้าครอบครัว อายุระหว่าง 40-60 ปี ค่าใช้จ่ายในการรักษา ประมาณ 1,960 ล้าน/ปี ซึ่งถือว่าเป็นโรคที่มีขนาดปัญหารุนแรง และก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนในสังคมเป็นอย่างมาก

ภาพประกอบข่าว พยาธิใบไม้ตับ

ภาพประกอบข่าว พยาธิใบไม้ตับ

ภาพประกอบข่าว พยาธิใบไม้ตับ

เมนูปลาน้ำจืดเกล็ดขาวดิบ แหล่งโรถพยาธิใบไม้ตับ

โรคพยาธิใบไม้ตับ มีสาเหตุจากการรับประทานปลาน้ำจืดเกล็ดขาว เช่น ปลาตะเพียนทุกชนิด ปลาขาวนา ปลาแก้มช้ำ ปลาสร้อย ปลาซิว ปลากระสูบ โดยนำมาปรุงแบบดิบๆ หรือ สุกๆ ดิบๆ ทำเมนู ก้อยปลา ปลาส้ม ลาบปลาดิบ พล่าปลาดิบ ปลาร้าดิบ ส้มตำปลาร้าดิบ เป็นต้น

ปลาดังกล่าวมักมีตัวอ่อนระยะติดต่อของพยาธิใบไม้ตับอยู่ เมื่อพยาธิใบไม้ตับสะสมในร่างกายในระยะเวลานาน จะทำให้ท่อน้ำดีเกิดการอักเสบ ผนังท่อน้ำดีหนาขึ้น พัฒนาต่อเป็นมะเร็งท่อน้ำดีในระยะเวลาต่อมา และมีความเสี่ยงทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้

ภาพประกอบข่าว ไข่ของพยาธิใบไม้ตับที่ติดตามครีบปลา

ภาพประกอบข่าว ไข่ของพยาธิใบไม้ตับที่ติดตามครีบปลา

ภาพประกอบข่าว ไข่ของพยาธิใบไม้ตับที่ติดตามครีบปลา

นพ.วีรวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่าขอให้ประชาชนตระหนักถึงการรับประทานอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคพยาธิใบไม้ตับ อาหารเมนูปลาน้ำจืดเกล็ดขาวปรุงดิบ หรือ สุกๆ ดิบๆ นอกจากนี้ การใช้ของเปรี้ยว เช่น น้ำมะนาว มะขาม หรือการใช้ของเค็ม เช่น น้ำปลา เกลือ น้ำปลาร้า ปรุงอาหารนั้น ไม่สามารถทำให้อาหารสุกและไม่สามารถฆ่าพยาธิได้

อ่านข่าวอื่น :

วิธีที่จะทำให้อาหาร "สุก" นั้น ต้องสุกด้วยความร้อน จึงสามารถฆ่าตัวอ่อนพยาธิได้ และควรป้องกันตนเองจากโรคพยาธิใบไม้ตับ ดังนี้

  1. ไม่รับประทานปลาน้ำจืดเกล็ดขาวดิบ หรือ สุกๆ ดิบๆ ให้ปรุงโดยให้ผ่านความร้อนให้สุกก่อน
  2. ถ่ายอุจจาระลงในส้วม ไม่ถ่ายลงในแหล่งน้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง
  3. หากเคยรับประทานปลาดิบ ควรไปตรวจอุจจาระหาไข่พยาธิตามสถานบริการสาธารณสุข หากมีพยาธิให้รักษาด้วยยาและงดรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ
  4. ไม่หัดให้เด็ก หรือชักชวนผู้อื่นรับประทานอาหารดังกล่าว

หากเริ่มมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด ท้องอืด ตับโต อาหารไม่ย่อย จุกเสียดและรู้สึกแน่นท้องที่ใต้ชายโครงขวา มีอาการรู้สึก "ออกร้อน" ที่ผิวหนังหน้าท้องด้านขวาหรือที่หลัง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ

ที่สำคัญ เน้นการป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับ ส่งเสริมให้ประชาชนรับประทานอาหารเมนูปลาดังกล่าวที่ปรุงสุกด้วยความร้อน ล้างมือ ล้างผักให้สะอาดก่อนรับประทาน ถ่ายอุจจาระ ในส้วมที่ถูกสุขลักษณะทุกครั้ง และตรวจอุจจาระค้นหาไข่พยาธิปีละ 1 ครั้งทุกปี หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

อ่านข่าวอื่น :

ข่าวที่เกี่ยวข้อง