โฆษกรัฐบาลแจงยิบ “ดิจิทัลวอลเล็ต” ยันเงินไม่เข้า “กระเป๋าเจ้าสัว”

การเมือง
23 เม.ย. 67
15:46
588
Logo Thai PBS
โฆษกรัฐบาลแจงยิบ “ดิจิทัลวอลเล็ต” ยันเงินไม่เข้า “กระเป๋าเจ้าสัว”
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
โฆษกรัฐบาลแจงยิบ "ดิจิทัลวอลเล็ต" หลังถูกวิจารณ์ ปลายทางเงินไปเข้ากระเป๋าเจ้าสัวซีพี อ้าง 7-11 เป็นของซีพีครึ่งเดียว อีส่วนเป็นแฟรนไชส์ พร้อมระบุมีเงื่อนไขหลายอย่างในการใช้เงิน ป้องธุรกิจที่มีเอี่ยว เติบโต-เสียภาษีถูกต้อง แล้วผิดอะไร

วันนี้ (23 เม.ย.2567) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันนี้มีการขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต

หลังจากมีการประชุมหารือไปหลายครั้ง สุดท้ายได้ข้อสรุปเป็นหลักการของโครงการเงื่อนไขผู้ที่ได้รับ 50 ล้านคน อายุ 16 ปีขึ้นไป มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน และมีรายได้ต่อปีไม่เกิน 840,000 บาท มีเงินฝากทุกบัญชีรวมกันไม่เกิน 500,000 บาท และจะต้องมีการลงทะเบียนผ่าน Application บน Smartphone

ส่วนการใช้จ่าย จะใช้จ่ายในเขตอำเภอตามทะเบียนบ้าน และใช้ในร้านค้าปลีกขนาดเล็ก โดยรายละเอียด กระทรวงพาณิชย์จะเป็นผู้กำหนด ว่าร้านค้าขนาดเล็กหมายถึงร้านใดบ้าง และประชาชนมือ 1 มีกรอบนี้เวลาการใช้จ่ายเงิน 10,000 บาท ภายใน 6 เดือน เพื่อให้จบในโครงการ

อ่านข่าว : "เศรษฐา" เคาะไตรมาส 4 แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท

ขณะที่ร้านค้ามือที่ 1 ที่ขายของให้ประชาชนที่นำเงินดิจิทัลไปใช้ ร้านค้ากลุ่มนี้เป็นร้านอะไรก็ได้ แม้กระทั่งหาบเร่ แผงลอย ก็สามารถลงทะเบียนใช้สิทธิ์เป็นร้านค้าได้ แต่เมื่อขายของแล้ว ได้เงินดิจิทัลมาแล้ว ยังไม่สามารถนำไปขึ้นเป็นเงินได้ โดยจะต้องนำไปใช้ต่อเป็นรอบที่ 2

ร้านค้าที่ขายให้ประชาชนมือ 1 ที่ผ่านมาแล้ว จะนำไปซื้อของต่อที่ใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในเขตอำเภอสามารถซื้อ ข้ามเขตจังหวัดได้ และผู้ที่จะขึ้นเงินได้ จะต้องเป็นเงินดิจิทัลที่ผ่านการใช้ 2 รอบมาแล้วเป็นขั้นต่ำ และร้านค้านั้น ๆ จะต้องอยู่ในระบบภาษีของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีนิติบุคคล หรือภาษีบุคคลธรรมดา ตามมาตรา 40 ( 8) ของประมวลรัษฎากร

สินค้าที่ยกเว้น ไม่สามารถซื้อได้ เช่น สินค้าบริการ เชื้อเพลิง อบายมุข สลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องประดับ โดยจะต้องเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะเริ่มเปิดให้มีการลงทะเบียนในไตรมาสที่ 3 ปีนี้ และจะเริ่มใช้ได้ในไตรมาสที่ 4 ปีนี้

คาดว่าเม็ดเงินทั้งหมด 5 แสนล้านบาท จะมาจากงบประมาณทั้งหมด โดยเป็นงบประมาณปี 2567 วงเงิน 175,000 ล้านบาท งบประมาณปี 2568 วงเงิน 157,200 ล้านบาท และงบประมาณที่มาจากการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐ เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธกส. อีก 172,300 ล้านบาท

ส่วนร้านค้า จะกำหนดเวลาให้แน่นอนอีกครั้งหนึ่ง แต่ระยะเวลาการดำเนินโครงการโครงการแลกเงินคืนทั้งหมดไม่เกินเดือน ก.ย.2569

กระทรวงการคลังในฐานะเป็นผู้ขับเคลื่อนโครงการ ประโยชน์ที่จะได้ในโครงการนี้ปีงบประมาณ 2568 จะสามารถกระตุ้น GDP ได้ 1.2 - 1.8% ประโยชน์ของโครงการนี้ จากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายๆ โครงการในอดีต ผลของการกระตุ้นไม่ได้จบเพียงปีเดียว

ในทางเศรษฐกิจนักวิชาการ กระทรวงการคลัง ได้จับตัวเลขมาโดยตลอดว่า แนวโน้มของการกระตุ้นเศรษฐกิจส่วนใหญ่ครอบคลุม 3-4 ปี ไม่ใช่ปีแรก 1.2 ถึง 1.8 แล้วจบปีที่ 2 ถึงปีที่ 3 ก็จะยังมีการเติบโต

อ่านข่าว : เตรียมเปิด Super App แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท

โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า ตนได้สอบถามผู้เชี่ยวชาญ ด้านเศรษฐกิจการคลังมาแล้วว่า การกระตุ้นเที่ยวนี้ โดยนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งกำกับควบคุมว่าจะต้องใช้กับการซื้อสินค้าที่มีผลต่อ GDP สูง จะก่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนประมาณ 3.2-3.5 รอบ หรือ money multiplier แต่จะก่อให้เกิดตัวทวีคูณทางการคลังจะเกิดขึ้นประมาณ 1.2-1.4 เท่าของเม็ดเงิน 5 แสนล้านที่ใส่ไป นั่นหมายถึง 650,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นตัวเลข GDP ที่จะโตใน 3 ปี

ส่วนข้อห่วงใยและข้อครหาว่า โครงการนี้ถูกออกแบบมา จะทำให้เงินไหลเข้ากระเป๋าเจ้าสัว และร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น จากการตรวจสอบร้านสะดวกซื้อปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 14,500 สาขา ซึ่งมีเพียงครึ่งหนึ่ง เป็นของซีพีออลล์ โดยตรง แต่ที่เหลือส่วนใหญ่เป็นแฟรนไชส์

เมื่อเทียบกับจำนวนร้านค้าขนาดเล็ก และร้านค้าย่อย จากการลงตัวเลขในโครงการคนละครึ่งของรัฐบาลที่ผ่านมา

กระทรวงการคลังรายงานเมื่อวานนี้ (22 เม.ย.) ว่า มีตัวเลขร้านลงทะเบียน 1.2 ล้านร้าน เส้นทางกระทรวงการคลัง คาดว่าร้านค้าเหล่านี้มีโอกาสสูง ที่จะลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ เพราะฉะนั้น เพราะฉะนั้นที่ประชาชนจะนำเงินดิจิทัลไปใช้ได้รอบแรกประมาณ 1.2 ล้านร้าน

ส่วนข้อกังวลว่า จะผูกขาดร้านสะดวกซื้อ 14,500 สาขา อีกครึ่งหนึ่งเป็นของ แฟรนไชส์ ขอให้เปรียบเทียบดู ร้านสองแสนกับหมื่นกว่า มันไกลกันเยอะ เพราะฉะนั้นโอกาสที่ประชาชนจะไปใช้จ่าย ไม่เข้ากระเป๋าของเจ้าสัวมีสูง

นายชัย ยังระบุอีกว่า ไม่ว่าประชาชนจะไปซื้อในร้านของใครก็ตาม ร้านนั้นจะเป็นบริษัทเป็นแฟรนไชส์ หรือโมเดิร์นเทรดขนาดเล็ก ซื้อ 100 บาท อย่างน้อยคนที่ขายของ ต้องนำเงิน 60-70 บาท ไปซื้อสินค้าใหม่เนื่องจากเป็นห่วงโซ่ ไม่ว่าจะเป็นร้านใด ก็ย่อมมีการนำเงินมาหมุนเช่นกัน เพื่อนำสินค้ามาขายใหม่ จะเก็บเข้ากระเป๋าทั้งหมดไม่ได้อยู่แล้ว เพื่อซื้อสินค้ามาขายอยู่

“รัฐบาลไม่ได้ตั้งข้อรังเกียจ ว่าเงินที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ควรเข้ากระเป๋าใคร หรืออย่างไร เราไม่ได้มองอย่างนั้น รัฐบาลมองว่า ถ้าเม็ดเงินนี้ผ่านนี้ ผ่านมือประชาชนไปแล้ว เอาไปใช้จริงร่วมกันใช้อย่างเต็มที่ ผ่านกลไกทางด้านการค้า และในที่สุดเงื่อนไขการเบิกเงินก็ต้องเป็นผู้เล่นที่เป็นร้านค้าที่อยู่ในระบบภาษี จึงจะเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ”

ไม่เคยคิดที่จะตั้งเงื่อนไขกีดกัน ใครก็ตามที่ทำมาหากินแล้วประสบความสำเร็จ เติบโตขึ้นมาบนระบบที่ถูกต้อง ยอมเสียภาษี และวันหนึ่งจะมาถูกต้องข้อรังเกียจว่า คุณหมดสิทธิ์เราจะไม่ทำอย่างนั้น

วันนี้มติ ครม.เห็นชอบในหลักการทั้งหมด ที่คณะกรรมการฯ เสนอมา แต่คำว่าเห็นชอบในที่นี้ คือเห็นชอบในตัวหลักการ แต่เวลาปฏิบัติจากนี้ไปทุกฝ่ายเกี่ยวข้อง กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ จะต้องไปทำรายละเอียด โดยมีการคำนวณไทม์ไลน์แล้วว่า จะทันในการลงทะเบียนในไตรมาส 3 อย่างแน่นอน

การจ่ายเงินการโอน รัฐบาลจะทำให้ถูกต้องตามกฎหมายอย่างแน่นอน ทั้งกฎหมายการเงิน การทำโครงการใดก็ตาม จะต้องมีเม็ดเงินที่เรียกว่า เม็ดเงินครบเต็มจำนวน

การจะใช้เงินตามมาตรา 28 รัฐบาลจะมีการสอบถามอย่างถูกต้อง เช่น ประเด็น ธกส. นายกรัฐมนตรีสั่งในที่ประชุมว่า ให้ทำเรื่องเป็นทางการประเด็นไหนให้ถามกฤษฎีกาให้กฤษฎีกาตอบอย่างเป็นทางการให้ชัดเจนและรัฐบาลจะทำให้โปร่งใสให้สิ้นข้อสงสัย

อ่านข่าว : ต้องรู้! เจ้าของสิทธิ 50 ล้านคนรับเงินดิจิทัลวอลเล็ต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง