ย้อนรอย มหากาพย์ "โครงการจำนำข้าว" ปิดฉากฟอกข้าว 10 ปี

เศรษฐกิจ
21 พ.ค. 67
14:23
3,930
Logo Thai PBS
ย้อนรอย มหากาพย์ "โครงการจำนำข้าว" ปิดฉากฟอกข้าว 10 ปี
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)

"ไม่แปลกใจที่ผลตรวจสอบข้าว 10 ปี ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ไม่พบอะฟลาท็อกซินและสารปนเปื้อน มีคุณค่าทางอาหาร ประเด็นสำคัญที่ประชาชนต้องทราบ ข้าว 10 ปี ทั้ง 2 คลังนี้ แม้จะเป็นข้าวหอมมะลิ แต่ก็เป็นคลังที่ผู้ชนะประมูลรับข้าวไปบางส่วน ส่วนที่เหลือไม่มารับ เพราะมีข้าวขาวปลอมปนเข้ามา ภาษาชาวบ้านคือ "ข้าวเหลือทิ้ง"

สภาพกองข้าว10 ปี  1 ใน 2 โกดังที่จ.สุรินทร์

สภาพกองข้าว10 ปี 1 ใน 2 โกดังที่จ.สุรินทร์

สภาพกองข้าว10 ปี 1 ใน 2 โกดังที่จ.สุรินทร์

ที่สำคัญคือ มีการเปิดคลังเข้าไปจัดเรียงกองข้าวใหม่ พบมีกระสอบข้าวใหม่ที่ดูสภาพยังดี ไม่มีรหัสของโครงการรับจำนำข้าวพ่นติดข้างกระสอบ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า มีข้าวกระสอบใหม่เข้าไปผสมหรือไม่

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี

คำถามที่ต้องถาม คือ ตกลงแล้วข้าวที่เอามาส่งตรวจคือข้าวใหม่หรือข้าวเก่า เป็นหอมมะลิหรือข้าวเจ้า ทำไมจึงทำเงียบๆ ไม่โปร่งใส ทางที่ดีควรจะให้นักวิชาการเข้าไปสุ่มตรวจ เพื่อความโปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นต่อข้าวไทย" นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊ก ตั้งข้อสังเกตทันที หลังกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ออกมาเปิดเผยผลตรวจข้าวสารหอมมะลิ จากองค์การคลังสินค้า ที่กระทรวงพาณิชย์นำมาให้ตรวจสอบ เมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา

แม้นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จะย้ำถึง 2 รอบว่า เราไม่ได้บอกว่าข้าว 10 ปี แต่เป็นตัวอย่างข้าวที่ได้รับจากกระทรวงพาณิชย์ มีคุณค่าทางโภชนาการ ไม่แตกต่างจากข้าวที่อยู่ในท้องตลาดที่เราหาซื้อในปัจจุบัน แต่ก็ต้องมองเรื่องการปนเปื้อนอีกเช่นกันที่พบว่า ไม่ได้มาตรฐาน

ตัวอย่างข้าวในโกดัง10 ปีที่กระทรวงพาณิชย์นำมาให้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจสอบหาสารปนเปื้อน

ตัวอย่างข้าวในโกดัง10 ปีที่กระทรวงพาณิชย์นำมาให้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจสอบหาสารปนเปื้อน

ตัวอย่างข้าวในโกดัง10 ปีที่กระทรวงพาณิชย์นำมาให้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจสอบหาสารปนเปื้อน

ย้อยรอย 13 ปี คดีโครงการทุจริตจำนำข้าว

เป็นข่าวใหญ่อีกครั้ง เมื่อ "ภูมิธรรม เวชยชัย"รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เดินสายโรดโชว์จ.สุรินทร์ ถึง 2 รอบในช่วงเดือนเม.ย. เข้าตรวจสอบโกดังเก็บข้าวสารของ บจก.พูนผลเทรดดิ้งหลัง 4 อ.เมือง และคลังกิตติชัย หลัง 2 อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ข้าวหอมมะลิ 15,012 ตัน หรือ 145,590 กระสอบ ซึ่งเป็นข้าวที่เก็บไว้ในโกดังถึง 10 ปี ในโครงการรับจำนำข้าว สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และข้าวเป็นล็อตสุดท้ายของโครงการรับจำนำ เป้าประสงค์ คือ การยืนยันว่าข้าวที่อยู่ในโกดัง ถึง 10 ปี ยังสามารถนำมาหุงกินได้ ขายได้ ไม่ใช่ "ข้าวเน่า"อย่างที่รัฐบาลชุดที่แล้วตั้งข้อกล่าวหา หรือ มีผู้พยายามยัดเยียดให้นำข้าวดังกล่าวประมูลเข้าสู่อุตสาหกรรมสัตว์

หากย้อนกลับเมื่อ 17 ปีที่แล้ว หรือปี 2554 รัฐบาลยิ่งลักษณ์  มีนโยบายช่วยเหลือชาวนาโดยผุด "โครงการรับจำนำข้าว" หรือ รับจำนำข้าวทุกเม็ด โดยรับซื้อข้าวจากชาวนาในระดับราคาที่กำหนด ถือว่าเป็นการประกันรายได้ให้กับเกษตรกรทางหนึ่งว่าอย่างไรเสีย ราคาข้าวก็ไม่ตก และแม้จะตกก็ไม่กระทบกับรายได้ของชาวนา เพราะรัฐบาลประกันราคาข้าวไว้ให้แล้ว โดยราคาข้าวที่รัฐบาลรับซื้อในขณะนั้น สูงถึง 15,000-20,000 บาท/ตัน และสูงกว่าราคาข้าวในตลาดขณะนั้นถึงประมาณ 50%

แน่นอน ราคาข้าวที่สูงกว่าราคาตลาดหลายเท่าตัว ทำให้หลายฝ่ายเริ่มกังวลเรื่องความโปร่งใส่ในการรับจำนำ เพราะเป็นการรับจำนำแบบไม่มีโควตาและทุกเมล็ด ส่งผลให้ โรงสี ชาวนา ต่างเร่งปลูกข้าวเพื่อเก็บเกี่ยวให้ทันรอบการรับจำนำ ส่วนคุณภาพข้าวอาจเท่าเดิมหรือลดลงอยู่ที่การดูแล เรียกได้ว่ายุคนั้นเป็นยุคเฟื่องฟูของชาวนา และโรงสี เพราะชาวนาขาย โรงสีรับซื้อ เก็บข้าวเข้าสต็อกจนแน่นประเทศ

ข้อมูลของ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2554-2557 รัฐบาลรับจำนำข้าวไปทั้งหมด 5 ครั้ง รวมปริมาณข้าว 54.35 ล้านตัน มูลค่าทั้งหมด 8.57 แสนล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทั้งหมด 9.85 แสนล้านบาท

ส่วนมากเป็นเงินนอกงบประมาณที่กู้จากสถาบันการเงินของรัฐ โดยรัฐบาลไม่ต้องขออนุมัติจากรัฐสภา ในปี 2554 ที่เปิดรับจำนำข้าวครั้งแรก มีเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนโครงการกว่า 3.26 ล้านครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ปลูกข้าวถึงประมาณ 59.78 ล้านไร่

"ชาวนา" ได้ประโยชน์แต่ "ประเทศ"เสียหายแสนล้าน

ผลจากการรับซื้อข้าวในราคาสูง ชาวนาทั่วประเทศ (ทั้งผู้เข้าร่วมและไม่เข้าร่วมโครงการ) ได้รับผลประโยชน์ส่วนเกินไปทั้งหมดถึง 5.6 แสนล้านบาท แต่ประโยชน์ส่วนใหญ่ตกเป็นของชาวนารายกลางและรายใหญ่ ซึ่งอาศัยในเขตชลประทานของภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง

เนื่องจากรัฐต้องแบกรับต้นทุนในการซื้อข้าวที่สูง ท้ายที่สุดแล้วในเดือนเม.ย.ปี 2557 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของโครงการ โครงการจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์มีการขาดทุนการคลังสูงถึง 5.39 แสนล้านบาท หรือเกือบ 53% ของค่าใช้จ่าย นี่ยังไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ระบายข้าวในสต๊อกที่ในปี 2558 คิดเป็นจำนวนถึง 18 ล้านตัน

จากการการระบายข้าวของรัฐบาลที่ผ่านมาจากทั้ง 6 โครงการรับจำนำข้าวตั้งแต่ปี 2551/52 ถึง 2556/57 ระบายออกไปแล้วทั้งสิ้น 44 ครั้ง ประมาณ 13.8 ล้านตัน จาก 13.9 ล้านตัน มูลค่าที่ระบายได้แล้วทั้งสิ้น 105,000 ล้านบาท และยังคงเหลือ 15,000 ตันที่ต้องระบายต่อไป ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศเป็นผู้จัดประมูล 42 ครั้ง และองค์การคลังสินค้าเปิดประมูล 2 ครั้ง และมีข้าวในส่วนของ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.)ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกตั้งแต่ปี 2551-2557 รวม 8.5 ล้านตัน โดยระบายข้าวได้คิดเป็นเงิน 74,187 ล้านบาท

แต่เมื่อโครงการรับจำนำข้าวปิดตัวลง มีการประเมินตัวเลขความเสียหาย TDRI เคยมีการคาดการณ์ ว่า ค่าใช้จ่ายที่รัฐบาลชุดถัดมาจะต้องใช้ระบายข้าวในระยะเวลา 5-10 ปี จะทำให้รัฐบาลขาดทุนเพิ่มขึ้น 6.78 แสนล้านบาทและ 9.1 แสนล้านบาท ตามลำดับ และมีสิทธิที่ตัวเลขขาดทุนจะสูงขึ้นอีก เพราะข้าวที่เก็บไว้ส่วนมากไม่มีคุณภาพพอให้คนรับประทาน โดยจาก 18 ล้านตัน มีข้าวผ่านมาตรฐานเพียง 2.36 ล้านตัน เท่านั้น

นายภูมิธรรม ในฐานะรมว.พาณิชย์ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โชว์กินข้าว 10 ปี ที่อยูในโกดัง

นายภูมิธรรม ในฐานะรมว.พาณิชย์ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โชว์กินข้าว 10 ปี ที่อยูในโกดัง

นายภูมิธรรม ในฐานะรมว.พาณิชย์ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โชว์กินข้าว 10 ปี ที่อยูในโกดัง

อีเว้นท์ใหญ่ โชว์ฟอกขาว กิน"หอมมะลิ"ข้าวเก่า 10 ปี

การจัดอีเวนท์ยิ่งใหญ่การโชว์กินข้าวที่เก็บอยู่ในคลังถึง 10 ปี ของ นายภูมิธรรม ในฐานะรมว.พาณิชย์ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ทำให้สังคมต้องตั้งคำถามถึงเหตุผล แม้จะยืนยันว่า ข้าว 10 ปีที่หุงออกมาอาจจะมีกลิ่นหอมลดลงไป แต่ความนุ่มนวลใช้ได้ ผู้ส่งออกข้าวมีความเห็นตรงกันว่า คุณภาพและรสชาติยังใช้ได้ไม่มีแมลงเจาะ หากนำไปขัดเพิ่มเชื่อว่าตลาดส่งออกยอมรับได้

และยังรับประกันว่า หากดูทางกายภาพ พบว่า เมล็ดข้าวยังมีจมูกข้าว สวยงาม สีสันอาจมีความเหลืองมากขึ้นซึ่งเป็นธรรมชาติของข้าวอายุ 10 ปี แต่เมื่อลองสัมผัส พบว่ากองข้าวมีผงฝุ่นที่เกิดจากย่อยสลายของผิวข้าวและถูกมอดกินข้าว แต่โดยรวมกองข้าวทั้งหมดยังอยู่ในคุณภาพดี จึงต้องยอมรับว่าข้าวของโกดังทั้ง 2 แห่ง ดูแลรักษากองข้าวได้เป็นอย่างดี

รัฐบาลกำลังเคลียร์เพื่อเอาเงินเข้ารัฐคาดว่าจะได้เงินประมาณ 200-400 ล้านบาทโดยไม่หักค่าใช้จ่าย ซึ่งเงินที่ได้มาต้องนำไปจ่ายคืนค่าเช่า และค่าใช้จ่ายอื่นคืนๆเข้ารัฐ และไม่มีการจัดฉากตามที่มีคนตั้งข้อสังเกตุ
นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

แม้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จะเปิดผลการตรวจข้าวและระบุว่า เป็นข้าวที่กินได้ และไม่ยืนยันว่า ข้าวที่รับจากกระทรวงพาณิชย์มาตรวจนั้นเป็นข้าว 10 ปีหรือไม่ ยิ่งทำให้เกิดข้อกังขา โดยเฉพาะหากรัฐบาลจะเปิดประมูลข้าวและส่งไปขายยังแอฟริกาว่า มีความเหมาะสมหรือไม่ หรือรัฐบาลเพียงแค่ต้องการคำยืนยันแบบค้านสายตาประชาชนทั่วไปว่า ข้าวในโครงการรับจำนำข้าวไม่เน่า และยังขายได้ เพื่อยืนยันว่า โครงการรับจำนำขาวสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไม่ได้มีการกระทำที่ทุจริต

เจ้าหน้าที่กำลังซาวข้าวเพื่อหุง โดยซาวกว่า 15 ครั้ง

เจ้าหน้าที่กำลังซาวข้าวเพื่อหุง โดยซาวกว่า 15 ครั้ง

เจ้าหน้าที่กำลังซาวข้าวเพื่อหุง โดยซาวกว่า 15 ครั้ง

สภาพซากสัตว์ที่เข้ามากินข้าวในโกดัง

สภาพซากสัตว์ที่เข้ามากินข้าวในโกดัง

สภาพซากสัตว์ที่เข้ามากินข้าวในโกดัง

ทั้งนี้ “ไทยพีบีเอสออนไลน์”ได้สอบถามไปยังองค์การคลังสินค้า (อคส.) เกี่ยวกับการเปิดประมูลข้าว 2 โกดัง กลับไม่รับคำตอบว่าทีโออาร์เปิดประกาศประมูลข้าวเมื่อไหร่ ทันกำหนดที่รมว.พาณิชย์ประกาศว่าจะเปิดประมูลภายในพ.ค.นี้หรือไม่ และจากการเข้าไปตรวจสอบข้อมูลการระบายข้าว 2 ครั้งของอคส .กลับพบว่าไฟล์ไม่สามารถเปิดได้ และรักษาการผอ.อคส กลับโยนให้ไปหาข้อมูลที่สมาคมผู้ส่งออกข้าวหรือสมาคมอื่นแทน

แหล่งข่าวจากกลุ่มโรงสี ยืนยันกับ “ไทยพีบีเอสออน์ไลน์”ว่า หากรัฐบาลต้องการจะเปิดประมูลขายข้าว รัฐบาลสามารถทำได้ เพราะที่ผ่านมาการประมูลข้าวที่อยู่ในโกดังที่มีข้าวอายุหลายปี และอคส.เองก็เปิดประมูลข้าว 2 โกดังนี้ไปแล้ว สุดท้ายก็มีคำสั่งยกเลิกการประมูล โดยอ้างว่า ผู้เข้าร่วมประมูลไม่มารับมอบข้าว

“ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์เปิดประะมูลระบายข้าวที่อยู่ในโกดังมาโดยตลอดและบางโกดังก็มีอายุข้าวใกล้เคียงกับ 2โกดังนี้ ก็ไม่เห็นมีใครออกมาคัดค้านเพราะข้าวที่เอกชนประมูลไปต้องผ่านกระบวนการอีกหลายขั้นตอนกว่าจะมาถึงปากผู้บริโภค แต่การมาโชว์กินข้าวละบอกว่าข้าว 10 ปีกินได้ ทำให้เกิดกระแสเชิงลบเช่นนี้ ซึ่งมองว่าเรืองนี้มีนัยยะทางการเมืองแอบแฝงอยู่”

แหล่งข่าวคนเดิมยังกล่าวอีกว่า รัฐบาลพยายามจะแก้ต่างให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ว่า ข้าวที่เก็บอยู่ในโกดัง มาถึง 10 ปียังสามารถรับประทานได้และขายได้ แล้วที่ผ่านมารัฐบาลชุดก่อนที่นำข้าวมาขายเข้าอุตสาหกรรมเพื่ออาหารสัตว์ ในราคากิโลกรัมละ 2-3 บาท แล้วอ้างว่าเป็นข้าวเน่า เป็นการจัดฉากกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือเปล่า เป็นคำถามที่คนในอุตสาหกรรมข้าวตั้งคำถามกลับไปยังรัฐบาลนัก

กองข้าวสารหอมมะลิในโกดังข้าวที่สุรินทร์

กองข้าวสารหอมมะลิในโกดังข้าวที่สุรินทร์

กองข้าวสารหอมมะลิในโกดังข้าวที่สุรินทร์

นักวิชาการห่วงสารพิษตกค้างในเมล็ดข้าวสาร

ปฎิเสธไม่ได้ว่า ผลการตรวจสอบของนักวิชาการอิสระก่อนหน้านี้ที่ออกมาระบุว่า ข้าวจากโกดังดังกล่าวที่ “นักข่าว”นำมาให้ตรวจสอบนั้น อาจมีปัญหาเรื่องสารอะฟลาท็อกซิน เชื้อรา และสารปนเปื้อนอื่นๆ สวนทางกับนโยบายของกระทรวงพาณิชย์และผู้ส่งออกยืนยันว่า ข้าวที่อยู่ในโกดังสามาถส่งออกไปยังตลาดแอฟริกาได้เพราะคนแอฟริกาชอบข้าวเก่าและบางส่วนจะจำหน่ายในประเทศเพราะยังมีกลุ่มคนที่นิยมรับประทานข้าวเก่า

รศ.พันทิพา พงษ์เพียจันทร์ ที่ปรึกษาฝ่ายวิจัยและวิชาการ คณะเกษตรศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กว่า กรณีที่มีการนำข้าวเก่าอายุ 10 ปี มารับประทานนั้น อาจทำให้ได้รับสารพิษจากเชื้อราไปแล้วหลายชนิด ไม่ควรขายให้คนหรือสัตว์นำไปบริโภค เพราะอาจจะทำให้มีผู้ป่วยด้วยมะเร็งมากขึ้น สำหรับผู้บริโภคโดยตรง

ขณะที่การจะนำไปเลี้ยงสัตว์ ก็จะได้ผลิตภัณฑ์ เนื้อ นม ไข่ ที่มีสารพิษจากเชื้อราตกค้างในอาหารทำให้เพิ่มโอกาสเป็นมะเร็งมาก และหากนำไปขายให้ประเทศแถบแอฟริกา ซึ่งข้าวที่เน่าเสียนี้จะกระทบต่อชื่อเสียงของข้าวไทยที่จะกระจายไปทั่วโลก ทำให้คู่แข่งได้เปรียบ รวมถึงจะใช้ระยะเวลานานกว่าจะกู้ชื่อเสียงกลับคืนมาคงหลายปี และอาจทำให้เสียตลาดข้าวให้คู่แข่ง

กองข้าวในโกดังข้าวหลังที่ 1

กองข้าวในโกดังข้าวหลังที่ 1

กองข้าวในโกดังข้าวหลังที่ 1

“ขอแนะนำให้นำข้าวเหล่านี้ ไปผลิตเป็นแอลกอฮอล์ หรือน้ำส้มสายชู และควรสอบถามนักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์การอาหารต่อไป ทั้งนี้ การตรวจสอบสารพิษเหล่านี้ สามารถตรวจได้ที่มหาวิทยาลัยที่มีห้องปฏิบัติการตรวจอาหารทั่วไป หรือ กรมปศุสัตว์ หรือบริษัทรับตรวจสารพิษในอาหารขึ้น”

สอดคล้องกับ นายสมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการเศรษฐศาสตร์อาวุโส และผู้เชี่ยวชาญด้านข้าว บอกว่า ปกติข้าวที่เก็บมาหลาย แน่นอนว่าสารอาหารจะเสื่อมลง ยิ่งข้าว 10 ปีต้องไปสีข้าวเพื่อปรับสภาพใหม่ ดังนั้นวิตามินต่าง ๆ ที่อยู่กับข้าวก็จะหายไป และสัมผัสของความอร่อยก็จะหายไปด้วย รวมถึงความหอมของข้าวก็จะหายไปแทนที่ด้วยกลิ่นอับ

นายสมพรกล่าวอีกว่า การล้างน้ำ 15 ครั้งช่วยได้แต่ออกไม่หมดสิ่งที่กลัวคือเรื่องของเชื้อรา เพราะมีการแสดงให้เห็นแค่ด้านกายภาพลักษณะเม็ดข้าว แต่ด้านคุณภาพของข้าวไม่พูดให้ชัดเจนว่าปลอดเชื้อราหรือไม่

ความน่าเชื่อถือตลาดข้าวจะถูกกระทบ และหากจะส่งออกความไว้วางใจของข้าวไทยในตลาดส่งออกก็จะเริ่มสั่นคลอน เพราะรัฐไม่ให้ความสนใจเรื่องความปลอดภัยที่เกิดขึ้น จึงขอรัฐบาลให้จัดการเรื่องนี้เพราะไม่ได้เสียเงินมากมาย

นายสมพรกล่าวว่า ข้าวล็อตนี้สามารถทานได้แต่โภชนาการจะไม่เหมือนข้าวปกติ หากรัฐจะมีการส่งออกข้าวจริง ต้องมีกรอบและระบุให้ชัดเจนว่าจะจำหน่ายไปที่ไหน เพราะกันไม่ให้เกิดความปั่นป่วนตลาดในประเทศ และตรวจให้ชัดเจนว่าไม่มีเชื้อรา

ทั้งนี้ที่ผ่านมา สภาองค์กรของผู้บริโภค และภาคีเครือข่าย ประกาศขอเป็นตัวแทนตรวจสอบคุณภาพข้าวสาร 10 ปี เพื่อคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิประชาชน โดยตั้งคณะกรรมการจากทุกภาคส่วน เพื่อตรวจสอบตามหลักเกณฑ์การตรวจสินค้าระดับการส่งออกข้าวไปต่างประเทศ และประกาศผลการทดสอบให้สาธารณชนทราบ ซึ่งทางสภาฯได้ส่งหนังสือด่วนให้นายภูมิธรรมในการขอเข้าเก็บตัวอย่างข้าวสาร จากโรงสีทุกแห่ง เพื่อส่งห้องปฏิบัติการที่ได้รับรอง ISO17025 ตามมาตรฐานการส่งอออกข้าว และพร้อมเผยแพร่ผลการทดสอบต่อสาธารณะ

เม็ดข้าวหอมมะลิในโกดังที่มีเศษผงปนเปื้อน

เม็ดข้าวหอมมะลิในโกดังที่มีเศษผงปนเปื้อน

เม็ดข้าวหอมมะลิในโกดังที่มีเศษผงปนเปื้อน

คนงานและสื่อมวลชนที่ลงพื้นที่สำรวจโกดังข้าว กำลังขึ้นไปสำรวจในกองข้าว

คนงานและสื่อมวลชนที่ลงพื้นที่สำรวจโกดังข้าว กำลังขึ้นไปสำรวจในกองข้าว

คนงานและสื่อมวลชนที่ลงพื้นที่สำรวจโกดังข้าว กำลังขึ้นไปสำรวจในกองข้าว

“ขอให้รัฐบาลยุติการจำหน่ายข้าว เพื่อการบริโภคหรืออาหารสัตว์ หากผลตรวจยืนยันจากห้องทดลองว่า มีสารเคมีตกค้างที่เป็นอันตราย หรือมีสารก่อมะเร็ง ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคภายในประเทศหรือต่างประเทศโดยขอให้รัฐบาลดำเนินการเปิดประมูลเพื่อการใช้ประโยชน์ในด้านอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบริโภคหรือห่วงโซ่อาหาร สามารถทำได้ทันที”

สำหรับโครงการรับจำนำข้าวเปลือก รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบว่ามีการ รับจำนำข้าวเปลือก 54.35 ล้านตัน มี ค่าใช้จ่าย 9.85 แสนล้านบาท ใช้เงินซื้อข้าวจากชาวนา 8.57 แสนล้าน หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ( คสช.) ตรวจสอบข้าวในสต็อก พบว่า มีข้าวสารในสต็อกรัฐบาล 17.76 ล้านตัน ระบายข้าวไปแล้ว 16.84 ล้านตัน มูลค่าร่วม 179,187 ล้านบาท แบ่งเป็นข้าวในโกดัง อคส. ความเสียหาย 500,000 ล้านบาท และข้าวในโกดังอตก. ความเสียหาย 142,024 ล้านบาท รวม 642 ,024 ล้านบาท

และส่งให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)ตรวจสอบความเสียหายทางบัญชีที่มีการระบุว่าข้าวหายไป 9.4แสนตันนั้น กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์เคยอกมาชี้แจงว่าเป็นความคลาดเคลื่อนทางบัญชี จนถึงปัจจุบัน ตัวเลขดังกล่าวก็ยังไม่ได้รับความกระจ่างว่าสรุปแล้วข้าวหายหรือตัวเลขทางบัญชีคลาดเคลื่อน เพราะหน่วยงานต่างโยนความรับผิดชอบ

แม้รัฐบาลชุดนี้ จะพยายามดันทุรังฟอกขาวให้ข้าว 10 ปีให้สามาถนำกลับมาเปิดประมูลเพื่อให้คนบริโภคได้ โดยเป้าหมาย คือ ส่งออกไปแอฟริกาใต้ที่นิยมกินข้าวเก่า แต่นับจากนี้ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่า ข้าว 15,000 ตัน ซึ่งจะส่งออกไปขายยังแอฟริกาใต้บริโภคหรือสอดไส้กระจายให้คนไทยได้กินกัน

เปิดไทม์ไลน์ “พาณิชย์” ดันประมูลข้าว 10 ปี

ในการเปิดประมูลข้าว 2โกดัง ที่อคส. เป็นเจ้าภาพในปี2557-2558 โดย คสช. จัดเกรดข้าวทั้ง 2 คลังนี้ เป็น เกรด เอ สำหรับคนบริโภค อคส.ประมูลครั้งแรก (57/58) ผู้ชนะประมูลไม่มาชำระเงิน ในจำนวนนี้ เป็นเจ้าของคลังที่ชนะการประมูลด้วย อคส. ยกเลิกสัญญา ฟ้องและให้จ่ายค่าเช่าค่าฝากเก็บ โดยราคาประมูล 26-27 บาท/กก.

ประมูลครั้งที่ 2 (1/62) ธ.ค. 2562 ผู้ชนะประมูลไม่มาชำระเงินและรับมอบข้าว ครั้งนี้อคส. ฟ้องและให้จ่ายค่าเช่าและค่าฝากเก็บ ราคาประมูล 20-23 บาท/กก.

ประมูลครั้งที่ 3 (1/66) ก.ค.2566 ครั้งนี้ เอกชนคัดค้าน TOR เรื่องแสดงฐานะการเงิน ทำให้อคส. ยกเลิกประมูลและส่งกลับให้คณะกำหนด TOR พิจารณา แต่ใกล้หมดเวลาที่ นบข. อนุมัติ จึงประมวลเรื่องเข้า นบข. ขอขยายเวลา

อย่างไรก็ตามปกติ นบข. จะขยายเวลาให้คราวละ 1 ปี ซึ่งวันที่ 1 พ.ย. 2566 นบข.อนุมัติให้ขยายเวลาโครงการถึง 30 ก.ย.2567 และอยู่ในช่วงผลผลิตข้าวหอมมะลิออกสู่ตลาด จึงชะลอให้พ้นช่วงดังกล่าว

ประมูลครั้งที่ 4 (1/67) ไม่มีเอกชนเข้าร่วมฟัง TOR เสมือนว่าขาดความร่วมมือและอาจไม่เกิดการแข่งขันราคา เนื่องจากเอกชนทราบว่า รมว.พาณิชย์ สั่งยกเลิกการประมูล ทำให้อคส.ยกเลิกประมูล

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ อคส.ได้ รวบรวมข้าวคงค้างทั้งหมด ทั้งข้าวในคลังกลาง ข้าวนอกคลังกลางและข้าวนอกบัญชี เพื่อจัดประมูลและระบายข้าวเสร็จสิ้น รวม 5 โครงการ คือ นาปรัง 52 ,นาปี 54/55 ,นาปี 55/56 ,นาปรัง 55 และนาปี 48/49 รวมถึงเรียกค่าสินไหมประกันภัยครบทุกกรณี ซึ่งมีนาปี 51/52 โดยเสร็จในการประมูลครั้งที่ 1/65 ที่ผ่านมา โดยรับชำระเงินและส่งมอบแล้ว

 

อ่านข่าว:

แกะรอย มหกรรมโชว์กินข้าว 10 ปี กินได้จริงหรือ? ฤาหาทางลง 

“ภูมิธรรม” สั่ง อคส.ประมูลข้าว 10 ปี ย้ำไม่พบสารก่อมะเร็ง 

การันตีข้าว 10 ปีโภชนาการยังครบ ไร้อะฟลาท็อกซิน

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง