เวียดนาม มังกรผงาด "วาระแห่งชาติ-พลังขับเคลื่อน" ยิ่งใหญ่ในใจ

ต่างประเทศ
12:35
จำนวนผู้ชม 386
เวียดนาม มังกรผงาด "วาระแห่งชาติ-พลังขับเคลื่อน" ยิ่งใหญ่ในใจ
Botnoi Voice

กรุงฮานอย— ทุกวันนี้ เวียดนามมีวาระแห่งชาติที่ยิ่งใหญ่อยู่ในใจ คือจุดประสงค์ของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามมีความชัดเจนว่าภายในปี 2045 เวียดนามจะต้องเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วและมีรายได้สูง ฉะนั้นผลงานพรรคและคุณภาพและผลของการเป็นผู้นำพรรคมีความสำคัญมาก ๆ (ประเด็นนี้ในจีนก็มีลักษณะคล้ายกัน)

ใครที่ได้เดินทางไปเวียดนามช่วงนี้จะสัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นและพลังขับเคลื่อนของประเทศ รวมถึงความกระตือรือร้นของประชาชน เวียดนามได้มีทีมผู้นำชุดใหม่ที่มุ่งมั่นปฏิรูปโครงสร้างการบริหารภายในประเทศให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามคนใหม่ โต ลัม ไม่ธรรมดา เขาเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีที่ดูแลด้านความมั่นคงของเวียดนามมาอย่างยาวนาน ทำให้เข้าใจดีถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของประเทศ ปัจจุบัน ประชาชนเวียดนามมีความมั่นใจอย่างมากว่าภายใต้การนำของเขา

คนเวียดนามเชื่อว่า ผู้นำพรรคคนนี้จะสามารถยกระดับประเทศขึ้นเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วและมีรายได้สูง (รายได้ประชาชาติต่อหัวเกิน หนึ่งหมื่นสองพันเหรียญหรือ สี่หมื่นกว่าบาท) ภายใน 20 ปีข้างหน้า ซึ่งจะตรงกับวาระครบรอบ 100 ปีของการสถาปนาประเทศ

นโยบายหลักของเลขาธิการพรรคคนนี้คือ การเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรรัฐทุกภาคส่วน ลดความซับซ้อนในการบริหาร และปราบปรามคอร์รัปชันอย่างเด็ดขาด ผู้นำเวียดนามพูดแล้วต้องทำ มิฉะนั้น ความน่าเชื่อถือของพรรคจะถูกสั่นคลอนทันที และจะส่งผลกระทบต่อภาวะผู้นำภายในพรรคอย่างรุนแรง

ภาพประกอบข่าว เวียดนาม มังกรผงาด

เวียดนามยังโชคดีที่มี ฟาม มินห์ จินห์ นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากจากคนรุ่นใหม่ ถึงขนาดที่มีการตั้งฉายาให้เขาว่า "ไวตามินจินห์" (Vitamin Chinh) ซึ่งผู้เขียนรู้สึกแปลกใจที่เห็นคนหนุ่มสาวชื่นชมและให้ความเคารพนายกรัฐมนตรีวัยสูง แต่มีความคิดก้าวหน้าและสามารถเข้าถึงคนรุ่นเจนซีและอัลฟาได้อย่างดี เป็นคนที่มีเข้าใจคนหนุ่มสาวแบบไม่เคยเห็นมาก่อน

เมื่อสิบกว่าปีก่อน การตั้งฉายาล้อเลียนผู้นำเวียดนามอาจส่งผลให้ถูกลงโทษ แต่ปัจจุบัน เวียดนามเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ก้าวขึ้นมาเป็น "มังกรทองน้อย" และปีนี้ธนาคารโลกยกนิ้วให้ คาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตสูงที่สุดในอาเซียน
ภาพประกอบข่าว เวียดนาม มังกรผงาด

ทำให้อยากย้อนยุคกลับไปช่วงที่ผู้เขียนเป็นนักข่าวประจำกรุงฮานอยระหว่างปี 1988-1990 เชื่อไหม ตอนกลางคืน ถนนหนทางมืดสนิท มีเพียงแสงเทียนหรือตะเกียงเจ้าพายุเล็ก ๆ ตามข้างทางที่มีคนขายบุหรี่ให้พอมองเห็นได้ เวียดนามในยุคนั้นยังยากจนมาก

ผู้เขียนจำได้ว่านักข่าวเวียดนามหลายคนในสมัยนั้น ใช้ปากกาลูกลื่นจนหมึกหมดแล้วก็ไม่ทิ้ง แต่จะนำไส้ปากกาไปเติมหมึกใหม่ที่ร้านพิเศษ หรือถ้าด้ามปากกาหัก ก็จะนำกระดาษแข็งมามวนเป็นทรงกระบอก แล้วสอดไส้ปากกาลูกลื่นลงไปเพื่อใช้ต่อเป็นปากาลูกลื่นด้ามใหม่

แม้ว่าเวียดนามจะยังคงเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ แต่รัฐบาลมีแนวคิดที่ทันสมัย มีแผนระยะยาว มียุทธศาสตร์ และเป้าหมายที่ชัดเจน

ที่น่าสนใจคือ แม้ว่าเวียดนามจะพัฒนาและมีความเจริญรุ่งเรืองมากเพียงใด สหรัฐอเมริกาก็ยังไม่ยอมรับว่าเวียดนามมีเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ทั้งที่เวียดนามมีข้อตกลงการค้าเสรีกับ 17 ประเทศและกลุ่มเศรษฐกิจ ผู้นำเวียดนามทุกคนต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบและไต่เต้าขึ้นมาในระบบ ไม่มีการแต่งตั้งแบบ "เฮลิคอปเตอร์"

ภาพประกอบข่าว เวียดนาม มังกรผงาด

ทุกวันนี้ เวลาพูดคุยกับชาวเวียดนาม ไม่ว่าจะรุ่นไหน มักจะรู้สึกได้ถึงความมั่นใจว่า เวียดนามจะเจริญก้าวหน้าขึ้นไปอีกมากในทศวรรษหน้า ผู้นำพรรคและรัฐบาลเข้าใจดีถึงปัจจัยแวดล้อมที่ประเทศต้องเผชิญในยุคที่โลกปั่นป่วนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด (คนเวียดนามมักจะบอกว่าเคยลำบากมาก่อนรู้คุณค่าของชีวิตและเวลา)

ชาวเวียดนามมักจะบอกกับผู้เขียนว่า "พวกเขาต้องแข่งกับตัวเอง ไม่ใช่แข่งกับประเทศอื่น" เพราะเวียดนามมีประวัติศาสตร์แห่งการต่อสู้กับอาณานิคมและรัฐบาลเผด็จการในภาคใต้มาก่อน

โดยทั่วไป คนเวียดนามให้ความสำคัญกับระเบียบวินัยในสังคม ไม่นอกลู่นอกทาง บางคนอาจมองว่าเวียดนามยังขาดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ ประเทศนี้มีทิศทางและเป้าหมายที่แน่นอน คนเวียดนามยินดีตอบสนองวาระแห่งชาติอย่างสุดหัวใจ

มองเทศคิดไทย : กวี จงกิจถาวร สื่อมวลชนอาวุโส

อ่านข่าว:

ยุโรปสู้ สู้ แต่ต้องสู้ตาย รวมพลังรักษาเอกภาพ "ดินแดนยูเครน"

ยูเครนพัง ยุโรปก็จะพัง" อาเซียนเกราะป้องไทยใน "เอเชียอาคเนย์"

"อุยกูร์" คือใคร ? รากเหง้าประวัติศาสตร์พันปีสู่ความขัดแย้งร่วมสมัย