ปรับตัวเลขแรงงานในตึก สตง.103 คน เสียชีวิตคงที่ 15 คน

อาชญากรรม
17:43
จำนวนผู้ชม 6,661
ปรับตัวเลขแรงงานในตึก สตง.103 คน เสียชีวิตคงที่ 15 คน
Botnoi Voice
กทม.ปรับตัวเลขแรงงานทำงานในตึก สตง.ช่วงแผ่นดินไหว 103 คน เสียชีวิตคงที่ 15 คน บาดเจ็บ 9 คน ผู้สูญหาย 79 คน ส่วนการค้นหาอีก 1 เมตรใกล้จุดเสียงขอร้องให้ช่วยเหลือ พร้อมเตรียมเปิดให้ประชาชนยื่นเรียกค่าชดเชยเสียหาย 8 เม.ย.นี้

วันนี้ (3เม.ย.2568) รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รายงานตัวเลขคนทำงานในตึกสำนักงานตวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวว่า จากเดิมเคยรายงานตัวเลขแรงงานที่ทำงานในตึกวันเกิดเหตุจำนวน 96 คน  แต่ล่าสุดได้ตรวจสอบกับทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ใหม่ทำให้พบว่ามีแรงงานทำงานในตึกขณะแผ่นดินไหว 103 คนส่วนตัวเลขผู้เสียชีวิตคงเดิม 15 คน สูญหาย 81 คน 

นอกจากนี้ยังปรับตัวเลขผู้บาดเจ็บ และรักษาตัวและกลับบ้าน ซึ่งเดิมมีแรงงานบาดเจ็บจากอาคารถล่มรวม 7 คน แต่ตอนนี้พบว่ายังมีประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บจาการขายของ หรือมาทำธุระในพื้นที่เกิดเหตุบาดเจ็บ และนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง หรือเข้ารักษาภายหลังเพิ่มเติมอีก 12 คนรวมคนบาดเจ็บ 19 คน

ภาพประกอบข่าว ปรับตัวเลขแรงงานในตึก สตง.103 คน เสียชีวิตคงที่ 15 คน

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ส่วนอาคารที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่มีการตรวจสอบจาก 17,300 เคส เสียหายมากใน กทม.มีแค่ 2 อาคาร ที่สั่งระงับใช้งานไปแล้ว ส่วนที่เหลือเป็นอาคารสีเขียวไม่ได้รับผลกระทบกว่า 300 แห่ง รวมทั้งยังมีการเปิดพื้นที่ให้ญาติของผู้สูญหายได้มีพื้นที่พักคอยในวัดเสมียนนารีเพิ่มเติม

ภาพประกอบข่าว ปรับตัวเลขแรงงานในตึก สตง.103 คน เสียชีวิตคงที่ 15 คน

เปิดขั้นตอนยื่นขอรับเงินเยียวยาบ้านเสียหาย

สำหรับการเยียวยา บ้านที่ได้รับความเสียหาย การจ่ายเงินหลังละไม่เกิน 45,000 บาทและเป็นไปตามระเบียบของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยประชาชนที่มีบ้าน อาคารได้รับความเสียหายให้ทำคำร้องไปที่สำนักงานเขต และขอชดเชย ส่วนค่าเช่าบ้านจ่ายให้เดือนละ 3,000 บาท

ค่าจัดงานศพผู้เสียชีวิตและในกรณีเป็นหัวหน้าครอบครัว 29,700 บาท ส่วนกรณีการบาดเจ็บสาหัสช่วยเหลือเบื้องต้น 4,000 บาท และกรณีบาดเจ็บพิการ เบื้องต้น 13,3000 บาท เงินปลอบขวัญ (ตามใบรับรองแพทย์) กรณีรับบาดเจ็บจากเหตุสาธารณภัยคนละ 2,300 บาท เงินทุนประกอบอาชีพครอบครัวละ 11,400 บาท

ภาพประกอบข่าว ปรับตัวเลขแรงงานในตึก สตง.103 คน เสียชีวิตคงที่ 15 คน

โดยประชาชนต้องเตรียมเอกสาร และยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือ และใบประกอบ อช.2 จากเดิมต้องแจ้งที่สถานีตำรวจ แต่ทาง กทม.ได้ขอความร่วมมือตำรวจให้ไปประจำที่สำนักงานเขต เพื่อรองรับประชาชน โดยจะเริ่มวันที่ 8 เม.ย.นี้

ภาพประกอบข่าว ปรับตัวเลขแรงงานในตึก สตง.103 คน เสียชีวิตคงที่ 15 คน

ในส่วนของญาติผู้สูญหาย ตำรวจอยากให้เดินทางไปเก็บดีเอ็นเอไว้ที่ศูนย์ตรวจเอกลักษณ์บุคคล โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการตรวจเทียบกับผู้สูญหาย เพราะขณะนี้ศพของผู้สูญหายที่ผ่านการเสียชีวิตมาแล้ว 1 สัปดาห์พบว่าสภาพค่อนข้างเน่าแล้ว ทำให้ต้องใช้เวลาในการตรวจอัตลักษณ์บุคคลพร้อมทั้งแนะนำให้ญาติอาจไปหาประวัติการทำฟันรอไว้ด้วย 

อ่านข่าว “พาณิชย์” ลุยสอบ 26 โครงการรัฐ นอมินี-วัสดุไม่ได้มาตรฐาน พบ 37 บ. เอี่ยวตึกสตง. ถล่ม

ภาพประกอบข่าว ปรับตัวเลขแรงงานในตึก สตง.103 คน เสียชีวิตคงที่ 15 คน

อีก 1 เมตรถึงตัวเสียงร้องขอ"ช่วยเหลือ" 

นายสุริยชัย รวิวรรณ ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่าการช่วยผู้ติดค้างเน้นไปที่โซนบี และโซนซี ที่พบจุดต้องสงสัยและคาดว่ามีผู้ติดค้างอยู่ภายในสร้างอาคาร

โดยโซน บี เป็นบริเวณใกล้ช่องบันไดหนีไฟ ที่พบสัญญาณต้องสงสัยว่าจะมีผู้ติดค้างที่ร้องขอความช่วยเหลืออยู่ใต้ซากที่ทับถมกันลึกลงไป 3 เมตร ขณะนี้ ดำเนินการไปได้ 2 เมตรกว่า จากการสแกนน่าจะใกล้ถึงตัวผู้ติดค้างที่อยู่ด้านใน ส่วนการตอบรับจากผู้ที่ติดค้างอยู่ ปัจจุบันไม่ได้รับการตอบรับเหมือนเมื่อคืน และช่วงเมื่อเช้าที่ผ่านมา

ภาพประกอบข่าว ปรับตัวเลขแรงงานในตึก สตง.103 คน เสียชีวิตคงที่ 15 คน
โซน ซี ใกล้เคียงโซนดี ซึ่งเป็นบริเวณช่องลิฟต์ และเป็นส่วนที่แข็งแรงที่สุดของโครงสร้างที่ผ่านถล่มลงมา คาดว่ามีผู้ติดตามอยู่ภายใน และเป็นจุดที่สุนัข K9 มีปฏิกิริยาที่ต้องสงสัยว่าพบผู้ติดค้าง

นายสุริยชัย กล่าวว่า ตลอดทั้งวันได้ระดมกำลังค้นหา สนัข K9 และเจ้าหน้าที่นานาชาติเข้าไปค้นหาปัจจุบันได้เจาะและเคลื่อนย้าย ซากอาคาร และขุดเจาะเข้าไปถึงผนังช่องลิฟต์แล้ว และกำลังจะดำเนินการเจาะผนังช่องลิฟต์ เข้าไปถึงโพรงด้านใน ที่ยังคงมีความหวังอยู่ว่าจะพบผู้ติดค้างอยู่บริเวณนี้

ส่วนปัญหาและอุปสรรค คือพื้นคอนกรีตที่กดทับลงมาหลายชั้น มีความหนา ยากที่จะขุดเจาะช่องให้คนเข้าไปได้ ซึ่งต้องกว้างพอสมควร

อ่านข่าว

เก็บ DNA ญาติผู้สูญหายตึกถล่ม-พิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว 13 ร่าง