ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

ข้าวไทยทรุด ส่งออกลดฮวบ 30% ผู้ส่งออกหวั่นภาษีทรัมป์ดันราคาพุ่ง

เศรษฐกิจ
17:59
666
ข้าวไทยทรุด ส่งออกลดฮวบ 30% ผู้ส่งออกหวั่นภาษีทรัมป์ดันราคาพุ่ง
อ่านให้ฟัง
06:17อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
ผู้ส่งออกเครียด ไตรมาส1/68 ส่งออกข้าวไทยลดฮวบ 30% ข้าวขาววูบ 53% ผลพ่วง อินเดียกลับมาส่งออก ประเทศนำเข้าลดการนำเข้าไทยเหตุข้าวไทยราคาสูง คาดเวียดนานเบียดไทยขึ้นแท่นเบอร์ 2ส่งออกข้าวโลก กังวลภาษีทรัมป์ดันราคาข้าวไทยพุ่งแซงคู่แข่ง

วันนี้ (21 เม.ย.2568) นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยถึง สถานการณ์ส่งออกข้าวไทยช่วงไตรมาสแรก 2568 มีปริมาณ 2.1 ล้านตันข้าวสาร ลดลงประมาณ30 % เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน โดย ข้าวขาว15 % ลดลงถึง 53 % ผลจากอินเดียกลับมาส่งออกอีกครั้ง รวมถึงประเทศนำเข้าหลักอย่าง ฟิลิปปินส์ยังไม่ได้นำเข้าจากที่ปี2567นำเข้าถึง 4 ล้านตัน คาดว่าปีนี้จะเหลือ 1 ล้านตัน

นอกจากนี้ไทยยังต้องแข่งขันกับอินเดียและเวียดนาม ที่มีราคาต่ำกว่าไทยด้วย โดยเฉพาะราคาข้าวอินเดียถูกกว่าไทยกว่า 40 เหรียญสหรัฐต่อตัน ส่งผลให้ให้หลายประเทศสนใจหันไปซื้อแทนไทย ไม่ว่าจะเป็น แอฟริกาใต้ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์

นายชูเกียรติ กล่าวอีกว่า แม้ราคาข้าวไทยจูงใจประเทศนำเข้าซื้อเพิ่มก็ตาม แต่อินเดียกับเวียดนามก็ส่งออกได้มากกว่าไทย ปัจจุบันไทยส่งออกได้ 2.1 ล้านตัน อินเดียส่งออกแล้ว 2.4 ล้านตัน คาดว่า ปีนี้อินเดียจะส่งได้เกิน 20 ล้านตัน

ส่วน เวียดนามส่งออกแล้ว 2.3 ล้านตัน ดังนั้นมีโอกาสสูงที่ปีนี้เวียดนามจะแซงขึ้นเป็นอันดับสองประเทศผู้ส่งออกข้าวโลก แทนไทยที่อาจตกไปเป็นอันดับสาม

ทิศทางส่งออกข้าวไทยในไตรมาส2/2568 โดยรวมยังเงียบและคาดว่าตัวเลขส่งออกใกล้เคียงไตรมาสแรก สมาคมฯยังคงเป้าหมายส่งออกข้าวทั้งปีนี้ไว้ที่ 7.5 ล้านตัน ซึ่งจะทบทวนอีกครั้ง ช่วงกลางปี

สำหรับปัจจัยที่ต้องจับตาและมีผลต่อการส่งออกข้าวจากนี้ ได้แก่ 1. สถานการณ์นโยบายปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐ และเงื่อนไขต่างๆที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ 2. ตลาดจีน หลังราคาข้าวขาวไทยลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ 400 เหรียญสหรัฐต่อตัน เทียบราคาข้าวในจีนเฉลี่ยอยู่ที่ 500 เหรียญสหรัฐ เริ่มทำให้จีนเพิ่มนำเข้ามากขึ้น ก็จะทดแทนปริมาณข้าวที่ลดลงได้ แต่ไทยยังต้องแข่งขันด้านราคากับเวียดนาม อินเดีย และปากีสถาน

3. ตลาดสหรัฐฯ ตอนนี้ตื่นตัวเพิ่มนำเข้าข้าวหอมมะลิจากไทย เพื่อซื้อเป็นสต๊อก ตุนไว้ก่อน หลังทรัมป์เลื่อนเก็บภาษีนำเข้าจากไทยอัตราต่างตอบแทนที่ 36 % ไป 90 วัน ซึ่งตอนนี้ไทยถูกเก็บ 10% จึงเป็นสิ่งจูงใจให้ซื้อเพิ่มไว้ก่อน ซึ่งหลังสงกรานต์จะรู้ว่าสหรัฐเพิ่มสั่งซื้ออีกเท่าไหร่ เพราะต้องใช้เวลาเดินทางไปถึงสหรัฐภายใน 1 เดือน

จากที่พูดคุยผู้ส่งออกไปสหรัฐ บอกได้ว่าผู้นำเข้าตอบถามราคามาตลอด 1-2 สัปดาห์นี้จะชัดเจนว่าสหรัฐนำเข้าเพิ่มอีกเท่าไหร่ ซึ่งสหรัฐฯนำเข้าข้าวหอมจากทั่วโลกปีหนึ่งประมาณ 1.3 ล้านตัน ในจำนวนนี้นำเข้าจากไทย 6.3 แสนตัน

นายชูเกียรติ กล่าวอีกว่า ในช่วง 3 เดือนแรกไทยส่งออกไปแล้วกว่า 2 แสนตัน ราคาเฉลี่ย 1,000 เหรียญสหรัฐต่อตัน รวมข้าวชนิดอื่นสหรัฐจะนำเข้าจากไทย 8.3 แสนตัน แต่สิ่งที่ผู้ส่งออกกังวลคือ หากสหรัฐปรับภาษีนำเข้าข้าวไทยเป็น 20-25 % หรือ 36 % ราคาข้าวหอมจะพุ่งถึง 1,200-1,300 เหรียญสหรัฐต่อตัน แข่งขันก็จะยากขึ้น

ด้าน ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ผู้ส่งออกไม่ได้กังวลแค่ อัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยไปสหรัฐฯ เท่านั้น แต่มีประเด็นต้นทุนด้านขนส่งไปสหรัฐฯ จากกรณีที่ทรัมป์ประกาศจะขึ้นภาษีสินค้าที่ขนส่งทางเรือที่เป็นเรือสร้างในจีนด้วย ที่จะมีผลในเดือนต.ค.นี้ และกระทบไปทั่วโลก เพราะจีนถือเป็นแหล่งต่อเรือขนส่งรายใหญ่มีสัดส่วนถึง 80 %

 หากมีการบังคับใช้จริงจะมีต้นทุนขนส่งที่เพิ่มขึ้นอีกตันละ 6 เหรียญ ตอนนี้ข้าวหอมมะลิไทยไปสหรัฐ เก็บ 10 % ยังขายในราคา 1,000 เหรียญสหรัฐและถ้าบวกขนส่งก็จะเป็น 1,006 เหรียญ หากภาษีนำเข้าเพิ่มอีก ราคาข้าวหอมมะลิไทยจะแพงมาก แข่งขันยาก ซึ่งทรัมป์ 2.0 การค้าและการส่งออกทั่วโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอีกมาก เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องเตรียมพร้อมรับมือ ทั้งรัฐบาลและเอกชน 

อ่านข่าว:

 พิษ “ภาษีทรัมป์” สะเทือนส่งมอบสินค้าสะดุด บิ๊กเอกชน ชี้ ฉุดส่งออกไทย 2 เดือนชะลอ

"สงครามการค้า" ทรัมป์ ขยี้ตลาดเงิน-ทองคำ-หุ้น สะเทือนลงทุนโลก

ส่งออก "ข้าวหอมมะลิไทย" สะเทือน สหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าไทย 37%