โป๊ปเลโอที่ 14 สวดภาวนาหลังได้รับเลือกประมุขแห่งวาติกัน

ต่างประเทศ
09:22
จำนวนผู้ชม 929
โป๊ปเลโอที่ 14 สวดภาวนาหลังได้รับเลือกประมุขแห่งวาติกัน
ในที่สุดโลกก็ได้ประมุของค์ใหม่แห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก และยังถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ที่พระสันตะปาปาเป็นชาวอเมริกัน ทรงเลือกพระนามเลโอที่ 14 และปรากฏพระองค์หลังจากปล่องควันโบสถ์น้อยซิสทีนส่งสัญญาณควันสีขาว

เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2568 ตามเวลาท้องถิ่นนครรัฐวาติกัน ประเทศอิตาลี เสียงโห่ร้องด้วยความยินดีดังกระหึ่มขึ้นทันทีที่สิ้นเสียงคำประกาศ Habemus Papam - we have a pope - หรือ เรามีพระสันตะปาปาแล้ว ซึ่งประกาศโดยพระคาร์ดินัล โดมินิก ม็องแบร์ตี (Dominique Mamberti) คาร์ดินัลสังฆานุกรอาวุโสแห่งพระศาสนจักรโรมัน

ก่อนที่สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 จะปรากฏพระองค์ที่ระเบียงกลางของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ และโบกพระหัตถ์ให้ฝูงชน ท่ามกลางเสียงเชียร์ดังกึกก้องจากคริสต์ศาสนิกชนที่เฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ

พระคาร์ดินัลโรเบิร์ต ฟรานซิส เพรวอสต์ ได้รับเลือกให้เป็นประมุขแห่งพระศาสนจักรคาทอลิก กลายเป็นพระสันตะปาปาชาวอเมริกันองค์แรกในประวัติศาสตร์กว่า 2,000 ปี ของศาสนจักร ทรงเลือกพระนามว่า "เลโอที่ 14" ทรงเป็นพระสันตะปาปาองค์ที่ 267 ในประวัติศาสตร์พระศาสนจักร และทรงสืบทอดตำแหน่งต่อจากพระสันตะปาปาฟรานซิส

อ่านข่าว : พระสันตะปาปาเลโอที่ 14 โป๊ปผู้โอบกอดผู้ถูกกีดกัน

สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ตรัสกับศาสนิกชนในสุนทรพจน์แรก เป็นภาษาอิตาเลียน ทรงกล่าวอวยพร ขอสันติสุขจงมีแด่ท่านทั้งหลาย

ขอให้ทุกคน ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหนทั่วโลก จงมีสันติสุข
ภาพประกอบข่าว โป๊ปเลโอที่ 14 สวดภาวนาหลังได้รับเลือกประมุขแห่งวาติกัน

พระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ชื่อเดิมคือ Robert Francis Prevost ประสูติเมื่อวันที่ 14 กันยายน ค.ศ.1955 (อายุ 69 ปี) ที่ชิคาโก, สหรัฐอเมริกา

ทรงเป็นนักบวชจากคณะออกัสติน โดยในอดีตพระองค์ทรงเคยดำรงตำแหน่งเป็นอธิการเจ้าคณะใหญ่ของคณะออกัสติน – อาร์ชบิชอปแห่งชิกลาโย Chiclayo ประเทศเปรู และทรงได้รับแต่งตั้งเป็นพระคาร์ดินัลโดยสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เมื่อปี 2023

พระสันตะปาปาเลโอที่ 14 เป็นพระสันตะปาปาองค์แรกในรอบกว่าร้อยปีที่ทรงเลือกพระนาม "เลโอ" โดยพระสันตะปาปาเลโอที่ 13 (องค์ก่อนหน้า) สิ้นพระชนม์ในปี 1903

ย้อนไปเมื่อค่ำคืนวันที่ 8 พ.ค.2568 ที่ผ่านมา ภาพของควันสีขาวที่ลอยออกจากปล่องควันเหนือโบสถ์น้อยซิสทีน เมื่อเวลา 18:08 น. ตามเวลาที่วาติกัน หรือ 23.08 น. ตามเวลาในไทย เรียกเสียงเฮจากผู้คนนับพันนับหมื่นที่เฝ้าติดตามการประชุมลับ หรือ คอนเคลฟ ของบรรดาพระคาร์ดินัล 133 รูป อยู่บริเวณจัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ส

ควันขาวสื่อถึงการที่คณะพระคาร์ดินัลเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ได้แล้ว ซึ่งพระคาร์ดินัล Robert Francis Prevost ที่ได้รับเลือก ต้องได้รับเสียงสนับสนุนมากกว่า 2 ใน 3 ของพระคาร์ดินัล 133 รูป

การเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่เกิดขึ้นในเย็นวันที่ 2 ของการประชุมลับ หลังจากการลงคะแนนครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 พ.ค. นี้ ยังไม่ได้ผลสรุป และปล่องควันเหนือโบสถ์น้อยซิสทีนปล่อยควันสีดำออกมา ท่ามกลางการจับตาของทั่วโลก

เช่นเดียวกับการลงคะแนนเมื่อวานนี้ ที่ในรอบเช้า เวลา 11.50 น. ตามเวลาวาติกัน 16.50 น. ตามเวลาประเทศไทย ยังปรากฏสัญญาณควันสีดำ หมายถึงคะแนนเสียงการเลือกตั้งยังไม่เป็นเอกฉันท์

สรุปแล้ว ตัวเลขสำคัญในการประชุมลับเลือกพระสันตะปาปาครั้งนี้ ประกอบด้วยพระคาร์ดินัล 133 รูป ที่ลงคะแนนในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งเป็นสถิติใหม่ เพิ่มขึ้นจาก 115 ท่านในการประชุมสังฆสภา 2 ครั้งล่าสุดในปี 2005 และ 2013 ซึ่งเหล่าพระคาร์ดินัลมาจาก 69 ประเทศ ใน 5 ทวีป ซึ่งเป็นอีกสถิติใหม่

ขณะที่อายุเฉลี่ยของพระคาร์ดินัลผู้มีสิทธิลงคะแนนคือ 70 ปี 3 เดือน ท่านที่อายุน้อยที่สุดอายุ 45 ปี ส่วนท่านที่อายุมากที่สุดอายุ 79 ปี 11 เดือน เกือบจะเกินเกณฑ์อายุที่มีสิทธิลงคะแนน

โดยพระคาร์ดินัลส่วนใหญ่ร้อยละ 81.2 จากทั้งหมด 133 ท่าน ได้รับการแต่งตั้งโดยสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสในช่วง 12 ปีที่ทรงดำรงตำแหน่งประมุขแห่งนครรัฐวาติกัน พระคาร์ดินัลทั้ง 108 ท่านนี้เข้าร่วมการประชุมลับเป็นครั้งแรก

การประชุมลับที่เสร็จสิ้นลงไป มีพระคาร์ดินัลจาก 15 ประเทศ เข้าร่วมการประชุมลับเป็นครั้งแรก รวมถึง เฮติ เคปเวิร์ด ปาปัวนิวกินี และ ซูดานใต้ โดยลงคะแนนกันวันละ 4 ครั้ง กระทั่งได้พระสันตะปาปาองค์ใหม่ ซึ่งต้องได้รับเสียงสนับสนุน 2 ใน 3 จากพระคาร์ดินัลที่เข้าร่วมทั้งหมด 133 รูป หรือจากพระคาร์ดินัล 89 รูป

ภาพประกอบข่าว โป๊ปเลโอที่ 14 สวดภาวนาหลังได้รับเลือกประมุขแห่งวาติกัน

สุดท้าย ก่อนเราจะเห็นควันสีขาวหรือสีดำ บัตรที่พระคาร์ดินัลลงคะแนนจะถูกเผาในเตา เพื่อรักษาความลับของกระบวนการและเป็นสัญญาณแสดงความคืบหน้า โดยใช้เตา 2 เครื่องที่เชื่อมกับปล่องควันเดียวกัน เตาหนึ่งใช้เผาบัตรลงคะแนน และอีกเตาหนึ่งใช้เผาสารเคมีเพื่อสร้างควันสีดำหรือสีขาว เผื่อสื่อความหมายว่าเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ได้แล้วหรือไม่

ภายหลังการปรากฏพระองค์ที่ระเบียงกลางของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ สำนักวาติกันเผยภาพพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงสวดภาวนาเพียงลำพัง หลังได้รับเลือกเป็นประมุของค์ใหม่แห่งศาสนจักร

ที่ผ่านมา พระองค์ให้สัมภาษณ์แก่สื่อน้อยมากและแทบไม่เคยกล่าวต่อสาธารณชน แต่ทรงได้ชื่อว่ามีบทบาทโดดเด่นในงานอภิบาล ทำงานใกล้ชิดกับคริสตชน ทรงมีวุฒิภาวะด้านการบริหาร และการส่งเสริมบทบาทของพระสังฆราชทั่วโลก และเป็นที่คาดกันว่า พระองค์น่าจะทรงสานต่อภารกิจการปฏิรูปศาสนจักรจากพระสันตะปาปาฟรานซิสผู้ล่วงลับ

ขณะที่ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความยินดี แด่พระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ในโอกาสที่ทรงได้รับเลือกให้เป็นประมุขศาสนจักรคาทอลิก และกล่าวว่า เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ทราบว่าท่านเป็นพระสันตะปาปาชาวอเมริกันองค์แรก และจะมีเกียรติอะไรยิ่งใหญ่กว่านี้อีก พร้อมแสดงความประหลาดใจ แต่ระบุว่ามีความสุขมาก ถือเป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง

อ่านข่าวอื่น :

ปศุสัตว์ยังหาต้นตอแอนแทรกซ์ หลังไม่พบเชื้อดิน-ทราย 5 ตัวอย่าง