ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

สภาฯ ผ่านร่าง พ.ร.บ.การท่าเรือฯ ฉบับใหม่ 377 เสียงท่วมท้น

การเมือง
11:38
156
สภาฯ ผ่านร่าง พ.ร.บ.การท่าเรือฯ ฉบับใหม่ 377 เสียงท่วมท้น
อ่านให้ฟัง
03:40อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
สภาฯ ผ่านร่าง พ.ร.บ.การท่าเรือแห่งประเทศไทย ฉบับใหม่ ด้วยคะแนน 377 เสียง ปลดล็อกข้อจำกัดให้การท่าเรือฯ ออกพันธบัตร ตั้งบริษัทลูก พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อยกระดับท่าเรือกรุงเทพและแหลมฉบังสู่มาตรฐานโลก เปิดโอกาสเอกชนร่วมลงทุนอย่างโปร่งใส

วันที่ 27 ส.ค.2568 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การท่าเรือแห่งประเทศไทย (ฉบับใหม่) ด้วยคะแนนท่วมท้น 377 เสียง โดยไม่มีผู้คัดค้าน งดออกเสียง 1 เสียง และไม่ลงคะแนน 4 เสียง จากทั้งหมด 382 เสียง นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม ระบุว่า นี่เป็นก้าวสำคัญในการปฏิรูปโครงสร้างของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลก

ร่างกฎหมายฉบับนี้ช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้ กทท. ตอบโจทย์การแข่งขันด้านโลจิสติกส์โลก และใช้พื้นที่ท่าเรือให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมุ่งยกระดับท่าเรือกรุงเทพและท่าเรือแหลมฉบังให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนร่วมลงทุนอย่างโปร่งใส เพื่อคืนผลประโยชน์สู่ประชาชน

สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. ฉบับใหม่

  • การจัดตั้งบริษัท กทท. สามารถจัดตั้งบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดได้ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องและต่อยอดทรัพยากรขององค์กรได้อย่างคล่องตัว
  • การร่วมลงทุน เปิดทางให้ กทท. สามารถลงทุนหรือเข้าร่วมกิจการกับบุคคลอื่น รวมถึงการถือหุ้น เพื่อสร้างรายได้ที่หลากหลายและเชื่อมโยงความร่วมมือเชิงพาณิชย์กับภาคเอกชนได้อย่างโปร่งใส
  • เครื่องมือทางการเงิน สามารถออกพันธบัตรและตราสารทางการเงินอื่น ๆ เพื่อระดมทุนสำหรับโครงการพัฒนาต่าง ๆ ได้โดยตรง
  • การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สามารถพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการใช้ประโยชน์พื้นที่ท่าเรือในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มศักยภาพและคุ้มค่า

นางมนพร กล่าวว่า กฎหมายนี้ช่วยให้ กทท. ลงทุนได้รวดเร็วและตรงจุด ลดปัญหาคอขวดด้านโลจิสติกส์ และเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า สร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการไทยและนักลงทุนต่างชาติ การพัฒนาอสังหาฯ รอบท่าเรือจะช่วยสร้างงาน พัฒนาพื้นที่สาธารณะ และยกระดับศูนย์กลางเศรษฐกิจ ส่งเสริมให้ประเทศไทยแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างแท้จริง

หลังจากนี้ ร่าง พ.ร.บ. จะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา โดยตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน หากวุฒิสภาเห็นชอบ นายกรัฐมนตรีจะนำร่างขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อลงพระปรมาภิไธยและประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อบังคับใช้ต่อไป

อ่านข่าวอื่น :

เอเชียกวาดเรียบ Top 5 ประเทศ IQ สูงสุด ไทยทะยานติดอันดับ 15

นพค.36 เร่งค้นหาผู้สูญหาย-ช่วยหมู่บ้านน้ำป่าถล่มแม่ฮ่องสอน