ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

กองทัพตั้งเป้าปรับลด “นายพล” 756 คน เหลือ 378 คน

การเมือง
17:44
89
กองทัพตั้งเป้าปรับลด “นายพล” 756 คน เหลือ 378 คน
อ่านให้ฟัง
06:14อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
“พล.อ.ณัฐพล” ระบุปัญหาการเมืองในประเทศ จากกรณี “แพทองธาร” ถูกศาลฯ วินิจฉัยให้พ้นจากนายกฯ ไม่ส่งผลกระทบต่อการแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และการประชุม GBC ต้นเดือนก.ย.นี้ ย้ำปรับย้ายทหารผ่านบอร์ดกลาโหมลงตัวเรียบร้อย-ไม่มีความขัดแย้ง

วันนี้ (28 ส.ค.2568) พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รักษาราชการแทน รมว.กลาโหม ระบุหลังการประชุมสภากลาโหม ว่า ชี้แจงในที่ประชุมสภากลาโหมว่า ก่อนการประชุมสภากลาโหม ได้พิจารณาปรับย้ายนายทหารชั้นพล ร่วมกับผู้บัญชาการเหล่าทัพ ซึ่งพูดคุยกันมาอย่างต่อเนื่องแล้ว และวันนี้เป็นการพูดคุยกันครั้งสุดท้าย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีข้อขัดแย้งใด ๆ ทั้งสิ้น

คำนึงถึงแผนปรับลดนายพลตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิจากปี 2551 มี 756 คน ตั้งเป้าหมายให้เหลือ 378 คนในปี 2571 ทั้งหมด เป็นเป้าหมาย

นอกจากนี้ได้พิจารณาตำแหน่งผู้บังคับบัญชาชั้นสูงของเหล่าทัพ แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ ต้องรอการโปรดเกล้าฯ แต่ยืนยันว่า ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพเสนอขึ้นมา ทั้งนี้ได้ขอความร่วมมือผู้บัญชาการเหล่าทัพที่จะเกษียณ ให้ร่วมกันสร้างคน และกองทัพที่มีความพร้อมรบในการปฏิบัติการรับมือภัยคุกคามทุกรูปแบบ

ดังนั้นการปรับย้ายครั้งนี้ จึงมีความพิเศษตรงที่ต้องพิจารณาเรื่องของความเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ รวมไปถึงต้องมีความรู้ความสามารถ และบุคลิกภาพที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งมีความตึงเครียดตามแนวชายแดนด้านตะวันออก และด้านตะวันตกก็ยังต้องเตรียมการให้พร้อม

ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของแม่ทัพภาคที่ 1 ไม่ได้มีผลต่อการพิจารณาปรับย้ายในครั้งนี้ และวันนี้ บอร์ดกระทรวงกลาโหมได้ลงนามร่วมกันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทั้งหมดเป็นไปตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.กระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ขอบคุณผู้บังคับหน่วยที่ได้สนับสนุนการปฏิบัติงานของกระทรวงกลาโหม ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเน้นย้ำการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ต่าง ๆ และเตรียมความพร้อมในสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

รักษาราชการแทน รมว.กลาโหม ยังกล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีแนวคิดเรื่องการสร้างรั้วว่า ในขั้นการหารือมีการเสนอหลายรูปแบบ เช่น การสร้างเป็นคูคลองเพื่อประหยัดงบประมาณหรือจัดทำเป็นรั้วลวดหนาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณารูปแบบการจัดทำ

ในช่วงที่ผ่านมา พื้นที่ชายแดนภาคใต้ ก็มีการขอจัดทำรั้ว ก็ต้องพิจารณาว่า จุดไหนมีความจำเป็นมากกว่า โดยปัจจุบันคณะทำงานที่เตรียมการประชุมคณะกรรมการ ชายแดนทั่วไปไทยกัมพูชา หรือ GBC กำลังพิจารณาอยู่

พล.อ.ณัฐพลกล่าวต่อถึงสถานการณ์ที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ว่า เส้นเขตแดนมีความชัดเจนว่า อยู่ในพื้นที่อธิปไตยไทย ซึ่งจะนำเรื่องนี้หารือในที่ประชุม GBC เพื่อให้ชาวกัมพูชาที่รุกล้ำเข้ามากลับออกไป แต่จุดยืนในการเจรจาฝ่ายไทย ต้องแสดงถึงความเป็นผู้มีวุฒิภาวะ ในฐานะประเทศที่เจริญ ต้องพูดคุยด้วยเหตุและผล แต่หากพูดคุยแล้วไม่สามารถตกลงกันได้ก็จะต้องพิจารณาในขั้นต่อไป

โดยอาจจะใช้กฎหมายเรื่องการบุกรุกเข้ามาในราชอาณาจักร ของกระทรวงมหาดไทย เป็นหลัก และ ค่อยๆ ยกระดับไปตามขั้นตอน ไม่ใช่การใช้กำลังทหารเข้ากดดัน จึงขอให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนเพราะชาวกัมพูชารุกล้ำเข้ามาอยู่ในเขตไทยกว่า 40 ปี การจะผลักดันออกภายในสัปดาห์เดียวอาจจะทำให้ต่างชาติตำหนิได้ว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นจึงอาจจะไม่ถูกใจใครบ้าง แต่จะเน้นแก้ปัญหาด้วยความยั่งยืน

รักษาราชการแทน รมว.กลาโหม กล่าวถึงการประชุม GBC ที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้ว่า ยังมีความหวังว่าทางกัมพูชาจะให้ความร่วมมือ โดยเฉพาะเรื่องของการเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพราะจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น หรือ RBC ที่ผ่านมาทางกัมพูชาก็ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องของการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพียงแต่ให้นำขึ้นมาหารือในที่ประชุม GBC

พร้อมระบุว่า สถานการณ์การเมืองภายในประเทศ จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากนายกรัฐมนตรี ไม่ส่งผลกระทบต่อวงประชุม GBC เพราะทีมทำงานก็ยังคงเป็นทีมเดิม และยังคงทำต่อไป ไม่ได้มีผลกระทบ

ทั้งนี้ พล.อ.ณัฐพลไม่ขอตอบคำถาม ถึงการเตรียมวางอนาคตทางการเมือง โดยระบุว่า ยังไม่ได้มองอะไรไว้ ตราบใดที่ยังอยู่ในหน้าที่ก็ต้องทำให้ดีที่สุด แต่หากไม่อยู่ก็ไม่มีปัญหา เพราะเชื่อมั่นว่าประเทศไทยยังมีคนเก่งอีกมาก ดังนั้นหากไม่ได้ทำหน้าที่ตรงนี้แล้ว ก็แสดงว่ารัฐบาลหาคนที่ดีกว่า-เก่งและมีความสามารถมากกว่าได้แล้ว

ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของแม่ทัพภาคที่ 1 ไม่ได้มีผลต่อการพิจารณาปรับย้ายในครั้งนี้ และ วันนี้บอร์ดกระทรวงกลาโหมได้ลงนามร่วมกันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทั้งหมดเป็นไปตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติกระทรวงกลาโหมปี 2551

สำหรับบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารที่เสนอให้พิจารณาเห็นชอบ คาดว่า พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ เป็น ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อ.เสกสรร คันธา เป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ร.อ. ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ เป็นผู้บัญชาการทหารเรือ

ขณะที่กองทัพบก ซึ่งยังไม่มีการเปลี่ยนผู้บัญชาการทหารบก เนื่องจาก พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ยังไม่เกษียณอายุราชการ แต่จะมีการปรับเปลี่ยนในส่วนของ 5 เสือทบ.โดยมีชื่อของ พล.อ.ชิษณุพงษ์ รอดศิริ ผช.ผบ.ทบ. ขึ้นเป็น รองผบ.ทบ. พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 เป็น ผู้ช่วย ผบ.ทบ.

พล.ท.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผบ.นสศ. เป็น ผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.ท.พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เป็นเสนาธิการทหารบก โดยมีชื่อ พล.ท.วรยศ เหลืองสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 1 เป็นแม่ทัพภาคที่1 และ พล.ท.วีระยุทธ์ รักศิลป์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 2

อ่านข่าว : เปิดตุลาการศาล รธน.เสียงข้างมาก 6 : 3 ให้ "แพทองธาร" พ้นนายกฯ

พรรคประชาชนวาง 3 เงื่อนไขนายกฯ ใหม่ ปิดทางนายกฯ คนนอก

"แพทองธาร" เปิดใจหลังพ้นนายกฯ ปมคลิปเสียง ยันทำเพื่อประเทศชาติ