วันนี้ (30 ส.ค.2568) นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงอำนาจของนายกรัฐมนตรีรักษาการ สามารถยุบสภาได้หรือไม่ ว่า อย่างที่ตนเคยเผยแพร่ไปว่าเป็นอำนาจเฉพาะตัวตามหลักความไว้วางใจของนายกรัฐมนตรี ในระบบรัฐสภา
โดยความเห็นส่วนตัว ผมเห็นว่าทำไม่ได้ อันนี้ตามตำราว่ามา
เลขาฯ กฤษฎีกา ระบุถึงกรณีถ้ารัฐบาลประกาศยุบสภาจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ว่า ต้องพิจารณาให้รอบคอบ และเป็นความรับผิดชอบดุลยพินิจของรัฐบาลที่จะพิจารณา แต่ก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบว่า มันมีทั้งทำได้และทำไม่ได้อันไหนที่ควรทำหรือไม่ควรทำ ซึ่งอันนี้ต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ
สำหรับการเรียกตำแหน่งรัฐมนตรี จะต้องมีคำว่ารักษาการด้วยหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ยังใช้ปกติอยู่เหมือนเดิม เราน่าจะคุ้นกันแล้วเพราะเป็นแบบนี้กันมาหลายครั้ง ส่วนนายภูมิธรรม เวชยชัย เมื่อ ครม. สิ้นสุดลงทางคณะวันนี้ก็คงจะมีการประชุมกันเพื่อตั้งรักษาการนายกฯ
ขณะเดียวกัน นายปกรณ์ กล่าวอีกว่า ขออธิบายให้ชัด ครม.รักษาการตอนนี้ เนื่องจากความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุด เป็นการเฉพาะตัว ครม.จึงต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ เพราะรัฐธรรมนูญบัญญัติว่าให้ ครม. อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีใหม่ ซึ่งกรณีนี้ต่างจากกรณีการยุบสภาหรือสภาสิ้นอายุลง ทำให้ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ หากเป็นช่วงเวลานั้น ครม.รักษาการ จะทำบางสิ่งบางอย่างไม่ได้ 3-4 ประการ แต่จะต้องไปขอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อน
แต่ ครม.ชุดปัจจุบัน ไม่ได้อยู่ภายใต้เงื่อนไขนั้น อำนาจยังเต็มเหมือนปกติ ตนจึงขอให้เข้าใจตรงกัน ไม่อยากให้พูดกันไปคนละทางสองทาง เพราะประชาชนจะสับสน
อ่านข่าว :
เตรียมโหวตนายกฯ คนที่ 32 สภาฯ นัดประชุมพิเศษ 3-5 ก.ย.68
"ภูมิธรรม" ยันพรรคร่วมยังจับมือแน่น แม้ ภท.อ้างรวมได้ 280 เสียง จ่อคุย "ปชน."
"อนุทิน" เผยหลังคุย "กล้าธรรม" มั่นใจเสียงพอตั้งรัฐบาล รับทิศทางตรงกัน