ชีวิตที่ไม่เหมือนเดิมของคนชายแดนไทย-เขมร

การเมือง
10:57
จำนวนผู้ชม 252
ชีวิตที่ไม่เหมือนเดิมของคนชายแดนไทย-เขมร
กว่า 1 เดือน หลังเหตุการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ชาวบ้านที่อยู่ใกล้แนวปะทะ จ.สุรินทร์ ต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต แม้พวกเขาจะได้กลับมาอยู่ในชุมชนแต่ชีวิตก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

สัมภาระ ข้าวสาร อาหารแห้ง และที่นอนถูกเตรียมไว้บนรถที่จอดหันหน้าออกถนนตลอดเวลา เพื่อเตรียมพร้อม หากเกิดเหตุฉุกเฉินอพยพทันทีหากเกิดเหตุปะทะขึ้นอีก

ชาวบ้านบอกว่า กลับเข้ามาอยู่ในชุมชนได้ 3 สัปดาห์แล้ว แต่การใช้ชีวิตไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นับตั้งแต่วันที่ถูกทหารเขมรยิงอาวุธสงครามเข้ามาในหมู่บ้าน ชาวบ้านทุกคนต้องอยู่อย่างหวาดระแวง กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์สู้รบอีกครั้ง เพราะในพื้นที่ยังมีทหารไทยและกัมพูชาวางกำลังลักษณะเผชิญหน้ากันอยู่ตลอดเวลา

ภาพประกอบข่าว ชีวิตที่ไม่เหมือนเดิมของคนชายแดนไทย-เขมร
อยู่ไม่เป็นสุขหรอก แม้รัฐบาลจะบอกว่าเหตุการณ์ยังปกติ จะปกติได้อย่างไร ในเมื่อในพื้นที่ยังมีทหารตรึงตลอดแนว อยากให้เจ้าหน้าที่ปิดจบจะได้มั้ย เพราะอยู่อย่างนี้ชาวบ้านกังวล มันยืดเยื้อ และอยากให้จบในช่วงฤดูฝน เพราะหากสถานการณ์ทอดยาวไปถึงช่วงหน้าแล้ง ความเสียหายจะมากกว่านี้หลายเท่า เพราะจากกระสุนปืนตก ทั้งในพื้นที่การเกษตร ไร่มัน ไร่อ้อย หรือสวนยางพาราไฟก็จะลุกลาม ส่วนถ้าตกใส่บ้านเรือนชุมชนจะถูกไฟไหม้หมดแน่นอน

ชาวบ้าน อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ บอกผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส เขาอยากให้ทหารปิดจบกับทหารเขมร แบบไม่ต้องยืดเยื้อ

ภาพประกอบข่าว ชีวิตที่ไม่เหมือนเดิมของคนชายแดนไทย-เขมร

เสียงสะท้อนของชาวบ้านตามแนวชายแดน ที่ไม่ต้องการใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวง พวกเขาบอกว่า ตอนนี้เสียงดังที่เกิดขึ้นในชุมชน ก็สร้างความตื่นตระหนกทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการทำลายวัตถุระเบิดที่ตกค้างในพื้นที่ หรือแม้กระทั่งเสียงดังจากมาจากชายแดน

ความไม่วางใจในสถานการณ์ทำให้ชาวบ้านใกล้แนวปะทะใน อ.พนมดงรัก กว่า 20 เปอร์เซ็นต์ ต้องอพยพออกจากพื้นที่อีกครั้ง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วย เพราะภาพจำการอพยพที่ไม่มีความพร้อม การพลัดพรากจากคนที่รัก ทำให้พวกเขาไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก การเตรียมพร้อมอพยพออกจากพื้นที่ทันที คือสิ่งที่คนชายแดนพอจะทำได้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอน

ภาพประกอบข่าว ชีวิตที่ไม่เหมือนเดิมของคนชายแดนไทย-เขมร

อาชีพกับรายได้ที่หายไป

นอกจากการใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนเดิม สิ่งที่กำลังบั่นทอนกำลังใจของชาวบ้านตามแนวชายแดนโดยเฉพาะชุมชนที่อยู่ใกล้แนวปะทะปราสาทตาเมือนธม และปราสาทตาควาย คือเรื่องของอาชีพ และรายได้ ที่หายไป

เพราะตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ปะทะ ชาวบ้านไม่สามารถทำการเกษตรได้อย่างเต็มที่ ทั้งการรับจ้างปลูกมันสำปะหลัง กรีดยาง เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้าง รายได้ที่หายไปทำให้หลายคนมีภาระหนี้สิน เงินใช้จ่ายในครอบครัวไม่เพียงพอ หลายคนไม่กล้าออกไปรับจ้าง เพราะกังวลหากเกิดการปะทะจากไม่สามารถอพยพได้ทัน

ภาพประกอบข่าว ชีวิตที่ไม่เหมือนเดิมของคนชายแดนไทย-เขมร

พวกเขายังมองไม่เห็นหนทางว่า หากสถานการณ์ยังไม่มีข้อยุติ จะดำเนินชีวิตกันต่อไปอย่างไร เพราะตอนนี้แนวทางการช่วยเหลือเยียวยาของรัฐก็ยังไม่มีความชัดเจน ในแง่ของผู้ได้รับผลกระทบจากผลพวงของการสู้รบ เพราะแม้แต่บ้านที่ได้รับความเสียหาย ก็ยังไม่ได้รับการเยียวยาช่วยเหลือ

รายงาน : พจนีย์ ใสกระจ่าง ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคอีสาน

อ่านข่าว : ศาล รธน.แจง "สราวุธ ทรงวิไล" ตุลาการคนใหม่ ยังไม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ

แทบไม่ต้องลุ้น ปชน.หนุนใคร ปัจจัยหนุนอื้อ “ภท.” มาแรง

อำนาจ "ยุบสภา" อำนาจของใคร?