ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

FTA กุญแจปลดล็อกการค้า-ลงทุน ศูนย์วิจัยกรุงไทยฯแนะใช้รับมือสงครามการค้า

เศรษฐกิจ
13:31
598
FTA กุญแจปลดล็อกการค้า-ลงทุน ศูนย์วิจัยกรุงไทยฯแนะใช้รับมือสงครามการค้า
อ่านให้ฟัง
05:16อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
ศูนย์วิจัยกรุงไทย เผย FTA ลดความเสี่ยงสงครามการค้า คาดส่งออก-นำเข้าใช้ประโยชน์ FTA ได้อีกกว่า 2 แสนล้านบาท ชี้ตลาดเอเชีย ศักยภาพสูงแนะผู้ประกอบการขยายส่งออกสินค้า

วันนี้ ( 25 ก.ย.2568) ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบัน เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงจากสงครามการค้ารอบใหม่ หลังไทยถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ในอัตรา 19% และสุ่มเสี่ยงที่สินค้าไทยที่มีความเสี่ยงจากปัญหาการสวมสิทธิ์จะถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีสินค้าส่งผ่าน (Transshipment) อาจสูงถึง 40% จึงทำให้ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ที่สูง

ทั้งนี้การใช้สิทธิFTA ของผู้ประกอบการไทยยังถือว่าน้อยซึ่งสะท้อนจากอัตราการใช้สิทธิ FTA ในการส่งออกสินค้าและนำเข้าสินค้าในปี 2567 อยู่ที่ 84% และ 58% ตามลำดับ ผู้ประกอบการไทยใช้สิทธิ FTA 100% จะทำให้การส่งออกของไทยได้รับประโยชน์จากมูลค่าภาษีที่ผู้นำเข้าในประเทศภาคีประหยัดได้เพิ่มขึ้น 7 หมื่นล้านบาท จาก 3.1 แสนล้านบาทในปี 2567 เป็น 3.8 แสนล้านบาท
ส่วนการนำเข้าของไทยจะได้รับประโยชน์จากมูลค่าภาษีที่ผู้นำเข้าในไทยประหยัดได้เพิ่มขึ้น 1.6 แสนล้านบาท จาก 2.1 แสนล้านบาทในปี 2567 เป็น 3.7 แสนล้านบาท

ด้านนางสาวสุคนธ์ทิพย์ ชัยสายัณห์ นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัยกรุงไทย( Krungthai COMPASS) กล่าวว่า ตลาดเอเชียที่มีศักยภาพในการขยายการส่งออกสินค้าของไทย ภายใต้ FTA ได้แก่ อาเซียน จีน อินเดีย และเกาหลีใต้ เนื่องจากเป็นตลาดใหญ่ที่มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยของการนำเข้าสินค้าในปี 2562-2567 สูงถึง 6.3%, 4.6%, 8.0% และ 4.7% ต่อปี ตามลำดับ อีกทั้งสินค้าไทยมีส่วนแบ่งการตลาดเพียง 1-4% เท่านั้น

โดยสินค้าที่น่าสนใจที่มีความต้องการนำเข้าอยู่ในระดับสูง และไทยมีแต้มต่อทางการค้าจากส่วนต่างของอัตราภาษีนำเข้าภายใต้ FTA กับอัตราภาษีนำเข้าปกติที่สูง สำหรับอาเซียน ได้แก่ น้ำตาล เนื้อสัตว์ปีกสดแช่เย็นแช่แข็ง เนื้อสัตว์ปรุงแต่ง และปลาปรุงแต่ง สำหรับจีน ได้แก่ ผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็ง และน้ำตาล สำหรับอินเดีย ได้แก่ เครื่องเพชรพลอยและรูปพรรณ รถจักรยานยนต์ และยางธรรมชาติ และสำหรับเกาหลีใต้ ได้แก่ ไขมันและน้ำมันจากพืช โมดิไฟด์สตาร์ช และน้ำผลไม้

ปลดล็อกศักยภาพทางการค้าและการลงทุนของไทย ภายใต้ FTA จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องด้วยแนวคิด F-T-A (Flexibility-Trade Facilitation-Awareness) ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นในการปรับตัว ศึกษาความต้องการของลูกค้า

ขณะที่ภาครัฐควรเร่งเจรจาจัดทำ FTA กับตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ ควบคู่ไปกับการปฏิรูปกฎระเบียบให้ทันสมัย เพื่อลดอุปสรรคทางการค้าและการลงทุน รวมทั้งอาจมีการพัฒนาระบบบริการเบ็ดเสร็จ(One-stop service) เพื่อให้ข้อมูลและคำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการในการใช้สิทธิประโยชน์จาก FTA

นอกจากนี้ ยังสามารถเพิ่มการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงสิทธิประโยชน์ด้านภาษีศุลกากร ภายใต้ FTA รวมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า และหลักเกณฑ์ระเบียบปฏิบัติในการขอใช้สิทธิ FTA เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยใช้ประโยชน์จาก FTA ในระดับเต็มที่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของไทยได้อย่างยั่งยืน

อ่านข่าว:

ภาษีสหรัฐฯ-ราคาสินค้าเกษตร ฉุดส่งออกไทยขยายตัวชะลอตัว

ททท.ดึงจีนเที่ยวไทย รับหยุดยาว พร้อมเปิดตัว Nihao Month ปีที่ 2

เช็คให้ชัวร์ ลดละเมิดลิขสิทธิ์ กรมทรัพย์สินฯเปิดระบบให้บริการฐานข้อมูลเพลง