เสวนาสมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ เป็นเวทีแรกที่ “ขุนคลัง-ผู้ว่าการธปท.” ร่วมวงถกมุมมองนโยบายการเงินและการคลัง ขณะที่ นักเศรษฐศาสตร์ จาก เกียรตินาคินภัทร ฉายภาพเศรษฐกิจไทย กำลังเผชิญสารพัดปัจจัยลบ ชู “การเลือกตั้งปีหน้า” เป็นความหวังให้คนไทย เลือกทางออกเศรษฐกิจของประเทศ ต้องไม่ใช่แค่การแจกเงิน
โค้งสุดท้ายแล้ว สำหรับ “รัฐบาลอำนาจเต็ม 4 เดือน ของนายอนุทิน ชาญวีรกุล” ก่อนเข้าสู่กระบวนการยุบสภา และเลือกตั้งใหม่ ตามบันทึกข้อตกลง หรือ เอ็มโอเอ
นายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตรชัย กรรมการผู้จัดการ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์กลุ่มธุรกิจการเงิน เกียรตินาคินภัทร ฉายภาพเศรษฐกิจไทย ขณะนี้กำลังเป็น “คนป่วยใหม่ของอาเซียน” หลังเศรษฐกิจไทย มีแนวโน้มขยายตัว ช้าลงไปเรื่อย ๆ เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน จนขนาดเศรษฐกิจ อาจลดต่ำลง อยู่ลำดับที่ 5 จาก 10 ประเทศอาเซียน
ตัวเลขเศรษฐกิจดี แต่ไทยเป็นคนป่วยใหม่ของอาเซียน
แม้ยอดการส่งออก ในเดือนพฤษภาคม ปีนี้ พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ที่ร้อยละ 18.4 แต่ภาคการผลิต หรือ MPI กลับขยายตัวเพียงร้อยละ 1 ตอกย้ำปัญหาความสามารถในการแข่งขันอุตสาหกรรมไทย ซึ่งกล่าวได้ว่า “บุญเก่าอุตสาหกรรมไทย กำลังหมดไป”
ขณะที่ “ดาตา เซ็นเตอร์” ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่รัฐบาล พยายามดึงดูดการลงทุน เพื่อสร้างเครื่องจักรทางเศรษฐกิจใหม่ ยังคงถูกตั้งคำถามถึงผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าเป็นหลัก และใช้แรงงานในประเทศไม่มากพอ
ขณะเดียวกับภาคการท่องเที่ยว ที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง และรัฐบาลพยายามผลักดันการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ แต่ในข้อเท็จจริงกลับพบว่า “ปริมาณไม่มา คุณภาพไม่มีเช่นเคย”
จับตาสึนามิเศรษฐกิจไทย
แต่คลื่นสึนามิเศรษฐกิจไทย คือ ปัญหาโครงสร้างประชากรไทย ซึ่งประชากรวัยทำงาน “ผ่านจุดสูงสุด” ไปแล้ว เพราะเมื่อประชากรวัยทำงานลดลง การซื้อบ้าน ซื้อรถก็จะลดลง สินเชื่อใหม่ก็ลดลง ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อจะเพิ่มขึ้น ผูกโยงกลายเป็นห่วงโซ่สร้างคลื่นสึนามิ รอซัดถล่มเศรษฐกิจไทย ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่ไม่สามารถแก้ด้วย “มาตรการแจกเงิน”
ขณะที่ยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ จำนวน 2,622 โครงการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.37 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 94 % เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ยังต้องรอเม็ดเงินลงทุนจริง
ทิศทางเศรษฐกิจปีม้าไฟ
นักเศรษฐศาสตร์ จากเกียรตินาคินภัทร กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในปีหน้า อาจขยายตัวร้อยละ 1.6-1.8 โดยยังไม่รวมผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม โดยไทย กำลังเดินทางมาถึงทางแยกของการฝ่ากระแส “AI Optimize หรือ สมดุลของการใช้เทคโนโลยีเอไอ” และ ความไม่ผันผวนของเศรษฐกิจโลก
ขณะที่ปัจจัยในประเทศ ที่กำลังเข้าสู่การเลือกตั้งใหญ่ ซึ่งพรรคการเมือง อาจเสนอทางออกปัญหาทั้งหมดที่กำลังเผชิญอยู่ หาเครื่องขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่อีกครั้ง
ทุกคนทราบปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจไทยทั้งหมด รู้ทุกข์ สมุทัย นิโรธ ขาดแต่ “มรรค” หรือ หนทางดับทุกข์ ซึ่งการเลือกตั้งใหม่ อาจคลายปัญหาที่เรากำลังเจอ พรรคการเมืองจะนำเสนอนโยบายให้เราได้เลือก เพื่อแก้ปัญหาที่นับวันยิ่งท้าทาย
“ขุนคลัง-ผู้ว่าการ ธปท.” เพื่อนร่วมรุ่น กับ “การวงดุลการทำงาน”
นอกจากนี้ ในงาน Lunch Talk ซึ่งจัดเสวนาโดย สมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ ผู้ดำเนินรายการ ระบุว่า เวทีนี้เป็นครั้งแรก ที่ รมว.คลัง และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นั่งร่วมวงเสาวนาพร้อมกันเป็นครั้งแรก
โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง และ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นเพื่อนร่วมรุ่น คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นอกจากการนำเสนอมุมมองการประสานนโยบายการเงินและการคลัง เพื่อฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ ผู้ดำเนินรายการ ยังถามทั้งสองคนว่า “การเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ที่สนิทสนมกันมากแบบนี้ ตรวจสอบถ่วงดุลการทำงานกันอย่างไร”
นายเอกนิติ กล่าวว่า ประเทศไทย มีหลายหน่วยงาน และข้อมูลจำนวนมาก ทำให้ การตัดสินใจดำเนินนโยบายเศรษฐกิจใด ๆ จะมีข้อมูลหน่วยงานอื่น ๆ ช่วยตรวจสอบ
ขณะเดียวกัน ความเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับผู้ว่าการแบงก์ชาติ ทำให้ พร้อมเปิดใจรับฟังความเห็น หากข้อมูลของกระทรวงการคลังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ก็พร้อมปรับแก้ไข เช่นเดียวกับ แบงก์ชาติ ก็รับฟังข้อมูลจากกระทรวงการคลัง และปรับแก้ไขร่วมกัน ทำให้ การประสานนโยบายเป็นไปอย่างราบรื่น
พร้อมย้ำว่า ตนให้ “อิสระแบงก์ชาติ ในการใช้เครื่องมือ ไม่คิดแทรกแซงการทำงาน แต่ต้องร่วมกันรับผิดชอบเศรษฐกิจประเทศไทย” ต้องร่วมกันทำงานเชิงนโยบาย หรือ Policy coordination เพื่อเป้าหมายเดียวกัน คือ ยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ให้โตอย่างมีเสถียรภาพ และยั่งยืน
ขณะที่ นายวิทัยกล่าวว่า รมว.คลัง ให้อิสระในการทำงาน แต่ตามกฎหมายแบงก์ชาติ ไม่ได้ มีแค่ความเป็นอิสระ แต่ยังต้องคำนึกถึงนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล แต่การตัดสินใจใช้เครื่องมือการเงิน ยังคงเป็นของแบงก์ชาติอย่างเต็มที่
แบงก์ชาติ ในยุคนี้ จะสนับสนุนการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจไทย บนหลักการ “ยืนตรง มองไกล ยื่นมือ ติดดิน” หรือ การทำนโยบายที่ต้องใกล้ชิดกับปัญหา ใกล้ชิดกับประชาชน โดยยังคงรักษาเสถียรภาพในระยะยาวด้วย
รายงาน : พรรณทิภา ภัทรวรเมธ ผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ไทยพีบีเอส
อ่านข่าว : ภูกระดึงเปิดเส้นทางน้ำตก 3 แห่งเพิ่มเติม หลังปิด 1 ปีเหตุช้างป่า
แท็กที่เกี่ยวข้อง:











