กรมศิลปากรเตรียมฟื้นฟูโบราณสถานหลังน้ำลด
รอยแยกขนาดใหญ่ แยกมุกที่เชื่อมต่อกับเมรุรายจนแทบหลุดจากฐาน เป็นหนึ่งในร่องรอยความเสียหายจากน้ำท่วมขังที่กัดเซาะวัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพิ่มปัญหาให้กับโครงสร้างที่ทรุดเอียงอยู่แล้วจนเห็นได้ชัด แม้ระดับน้ำลดลงกว่า 1 เมตรในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หากสิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่ของวัดยังคงจมอยู่ในระดับน้ำเกือบ 2 เมตร ด้วยโครงสร้างขนาดใหญ่ที่ก่อจากอิฐดินเผา วัดเก่าแก่อายุกว่า 350 ปีแห่งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งโบราณสถานที่ต้องได้รับการบูรณะอย่างเร่งด่วน
นอกจากวัดไชยวัฒนาราม ยังมีโบราณสถานอีกหลายแห่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะในเขตเกาะเมือง ที่ต้องใช้ลำไม้ไผ่มัดรวมเป็นแพลูกบวบ เพื่อป้องกันแรงปะทะจากคลื่นที่เกิดจากเรือยนต์ หลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย นอกจากจะมีการวางแผนป้องกันระยะยาว ด้วยการวางโครงสร้างป้องกันน้ำท่วมถาวรแล้ว ยังจะมีการศึกษาถึงอายุและความทนทานขณะแช่น้ำของวัสดุที่ใช้ก่อสร้างโบราณสถาน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความพร้อมในการรับมือกับอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต
มีโบราณสถานที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ 251 แห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและอ่างทอง ที่มีประมาณ 80 แห่ง สำหรับขั้นตอนการบูรณะโบราณสถาน จะเริ่มจากการทำสะอาด และปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบ โดยเน้นที่แหล่งโบราณสถานที่เป็นมรดกโลกและแหล่งท่องเที่ยว เช่น วัดไชยวัฒนาราม และอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งอาจใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 ปี
