ศปภ.-กทม.ได้ข้อสรุปร่วม
จากปัญหาที่ประชาชนในย่านแขวงสนามบินดอนเมืองตั้งข้อเรียกร้องให้รัฐบาลนำกระสอบทรายบิ๊กแบ็กที่ขวางอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิตออก ทำให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครลงพื้นที่เพื่อตรวจดูสภาพข้อเท็จจริงในพื้นที่ ขณะที่นายสมภพ ระงับทุกข์ รองปลัดกรุงเทพมหานครได้เจรจากับประชาชนในพื้นที่ โดยจะหาข้อสรุปร่วมกันกับผู้นำชุมชนก่อนว่า จะทำเป็นลักษณะฝายน้ำล้นและให้ตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างสำนักการระบายน้ำ กทม.กับชาวบ้าน ซึ่งเรื่องนี้ กทม.จะเสนอที่ประชุมศปภ.ในเย็นวันนี้ ( 4พ.ย.) ขณะที่ประชาชนมีข้อเสนอ และ รอคำตอบจาก ศปภ.
ขณะที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจการรื้อคันบิ๊กแบ็ก บริเวณดอนเมือง โดยมีมติร่วมกับชาวบ้าน 3 ข้อ ได้แก่การเปิดแนวคันบิ๊กแบ็กที่ 10 เมตร รวมทั้งขอให้ทำเป็นลักษณะฝายน้ำล้น และ ให้ตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างสำนักการระบายน้ำ กทม.กับชาวบ้าน โดยจะเสนอที่ประชุมศปภ.พิจารณาในเย็นวันนี้
อย่างไรก็ตามชาวดอนเมืองไม่ได้ต้องการให้รื้อบิ๊กแบ็กทั้งหมด แต่ให้รื้อออกเพียงบางส่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เพราะหลังจากเปิดบิ๊กแบ็กน้ำลดลงจาก 23 เซนติเมตรเหลือ 15 เซนติเมตรซึ่งชาวบ้านไม่ต้องการให้น้ำเข้าท่วมพื้นที่ กทม.ชั้นใน และ ชุมชน 20 แห่งที่ออกมาชุมนุมพร้อมที่จะเสียสละให้คน กทม.ส่วนใหญ่ โดยเบื้องต้น กทม.ให้นายสมภพ เข้าเจรจาเยียวยากับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเพราะที่ผ่านมาไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปดูแล
ขณะเดียวกันผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยังแปลกใจที่ ศปภ.ไม่พูดคุยกับ ส.ส.ในพื้นที่ก่อนดำเนินการใด ๆ จนทำให้เกิดความสับสนในหลายฝ่าย ซึ่ง กทม.พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งของ ศปภ.อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะให้รื้อ หรือ ซ่อมบิ๊กแบ็ก
หลังการหารือร่วมกันระหว่าง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผู้อำนวยการ ศปภ. และ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อคลี่คลายปัญหาการวางแนวบิ๊กแบ็ก ซึ่งทั้งสองฝ่ายแถลงปฏิเสธความขัดแย้งต่อกัน และ สรุปตรงกันว่า "ห้ามรื้อถอนแนวบิ๊กแบ็กในเขตดอนเมือง" พร้อมตอบรับ 3 ข้อเสนอตามที่ กทม.ได้ตกลงร่วมกับประชาชนในเขตดอนเมือง ที่จะขยายความกว้างคันบิ๊กแบ็กจาก 6 เมตรเป็น 10 เมตร เพื่อให้มีลักษณะเหมือนฝายน้ำล้น และ เพิ่มมาตรการเยียวยาทั้งการรับ-ส่งอาหารให้มากขึ้น และจัดรถเก็บไปขยะในพื้นที่ให้ถี่ขึ้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
