ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

"สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว" จากทูตระดับโลกสู่ แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 2 พรรคภูมิใจไทย

การเมือง
09:00
6,249
"สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว" จากทูตระดับโลกสู่ แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 2 พรรคภูมิใจไทย
อ่านให้ฟัง
03:21อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว นักการทูตระดับตำนาน ได้รับความไว้วางใจจากพรรคภูมิใจไทยให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ในการเลือกตั้งปี 2569 ด้วยประสบการณ์กว่า 4 ทศวรรษที่พร้อมนำไทยกลับสู่ความโดดเด่นในเวทีโลกอย่างมีศักดิ์ศรีและสง่างาม

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เกิดเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2500 ปัจจุบันอายุ 68 ปี เป็นนักการทูตอาชีพที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงในระดับสากล สำเร็จการศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ สหรัฐอเมริกา

เริ่มต้นรับราชการในกระทรวงการต่างประเทศมาตั้งแต่ปี 2522 และสะสมประสบการณ์ยาวนานกว่า 40 ปี โดยดำรงตำแหน่งสำคัญมากมาย อาทิ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ, เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว และกรุงปารีส

ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเวทีโลกของ "นายสีหศักดิ์" คือการเป็นคนเอเชียคนแรกที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง ประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ระหว่างปี 2553-2554 ซึ่งถือเป็นเกียรติภูมิสูงสุดของการทูตไทย

ล่าสุดในปี 2568 เขาได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามจากการกล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) เพื่อปกป้องอธิปไตยของไทยกรณีความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเขาระบุอย่างเด็ดขาดว่าไทยจะไม่ยอมให้มีการบิดเบือนความจริงและพร้อมปกป้องประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างถึงที่สุด

ในการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย พรรคระบุว่านายสีหศักดิ์มีความสามารถในการทำงานบูรณาการร่วมกับฝ่ายการเมืองและฝ่ายความมั่นคงได้อย่างเป็นเอกภาพ เขาได้รับมอบหมายให้วางยุทธศาสตร์ต่างประเทศยุคใหม่ที่ไม่เพียงแต่เน้นความมั่นคง แต่ยังมุ่งเน้น "การทูตเศรษฐกิจ" ที่เห็นผลจริง (Walk the Talk) โดยจะเปลี่ยนบทบาทของสถานทูตทั่วโลกให้เป็นกลไกขับเคลื่อนการค้าและการลงทุน

นายสีหศักดิ์ย้ำว่าไทยต้องรักษาความสัมพันธ์ที่สมดุลกับมหาอำนาจโดยไม่เลือกข้าง และใช้กลไกอาเซียนเป็น "ภูมิคุ้มกัน" ระดับภูมิภาค

นอกจากงานด้านนโยบาย นายสีหศักดิ์ยังให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดทิศทางการทูตไทย เขาได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และรางวัลเกียรติยศจากต่างประเทศมากมาย เช่น Grand Officer of the Order of Orange – Nassau จากเนเธอร์แลนด์ และ Order of the Rising Sun จากญี่ปุ่นในปี 2567 ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่นานาชาติมีต่อตัวเขา

อ่านข่าวอื่น :

เปิดประวัติ "อนุทิน ชาญวีรกูล" แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 1 พรรคภูมิใจไทย

ชิง 33 สส.กรุงเทพฯ ไร้ “ของตาย” ไม่ง่ายดังเดิม

เริ่มแล้ว! ประชุม GBC ไทย-กัมพูชา ระดับเลขานุการ ที่ จ.จันทบุรี