วันที่ 8 ก.พ.2569 คนไทยจะได้ใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วไป หรือ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้มีสิทธิจะได้รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เพื่อเลือก สส.ระบบแบ่งเขต และ สส.ระบบบัญชีรายชื่อ
ในวันเดียวกันยังมี "การออกเสียงประชามติ" เพื่อสอบถามความเห็นของประชาชน เกี่ยวกับ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งจัดให้มีการออกเสียง ตรงกับวันเลือกตั้งใหญ่ คือ 8 ก.พ.
สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ในวันเลือกตั้งจริง สามารถลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตได้ถึงวันที่ 5 ม.ค. และไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 1 ก.พ. ขณะที่ การออกเสียงประชามติ ไม่มีล่วงหน้านอกเขต หากไม่สะดวกกลับภูมิลำเนา สามารถไปออกเสียงนอกเขตได้ เฉพาะวันจริง คือวันที่ 8 ก.พ. เท่านั้น
ทั้งนี้ การลงทะเบียนออกเสียงประชามติ ต้องลงทะเบียนอีกครั้งแยกกับการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า โดยสามารถลงทะเบียนได้ในวันที่ 3-5 ม.ค. ผ่านทางเว็บไซต์
ดังนั้น ผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จครบทั้ง 2 ระบบ จะต้องไปใช้สิทธิ 2 วัน ได้แก่ วันที่ 1 ก.พ. ใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. กาบัตร 2 ใบ และวันที่ 8 ก.พ. ไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ กาบัตรสีเหลือง 1 ใบ นั้นเอง
บัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต - บัญชีรายชื่อ - ออกเสียงประชามติ
การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ตัวอย่างบัตร ทั้ง บัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต, บัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ และ บัตรออกเสียงประชามติ ซึ่งแต่มีสีที่แตกต่างกัน
1. ตัวอย่างบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เป็นบัตร "สีเขียว"
2. ตัวอย่างบัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ เป็นบัตร "สีชมพู"
3. ตัวอย่างบัตรออกเสียงประชามติแบบประเด็นเดียว เป็นบัตร "สีเหลือง"
อ่านข่าว : ทำไมต้องเลือก สส. ความสำคัญของการใช้สิทธิเพื่อกำหนดทิศทางประเทศ
"เลือกตั้ง สส." และ "ออกเสียงประชามติ" เหมือนหรือแตกต่างอย่างไร
ชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทำความเข้าใจ "การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.)" และ "การออกเสียงประชามติ" มีความเหมือนหรือความแตกต่างอย่างไร
ใครที่ไปเลือกตั้ง สส. และ ออกเสียงประชามติ ได้บ้าง
คำตอบคือ ผู้ที่สามารถออกเสียงทั้ง 2 อย่างได้ จะต้องมีคุณสมบัติเหมือนกัน ดังนี้
- มีสัญชาติไทย ถ้าเป็นผู้แปลง สัญชาติต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
- มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีในวันเลือกตั้ง
- มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลา ไม่น้อยกว่า 90 วันนับถึงวันเลือกตั้ง (นับถึงวันออกเสียงประชามติ)
บุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง เหมือนหรือความแตกต่าง
คำตอบคือ เหมือนกัน บุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ดังนี้
- เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
- อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่
- ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
- วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
วันออกเสียงเลือกตั้ง และ วันออกเสียงประชามติ เหมือนหรือความแตกต่าง
คำตอบคือ เหมือนกัน วันออกเสียงเลือกตั้ง และ วันออกเสียงประชามติ มีกำหนดให้จัดขึ้นในวันเดียวกัน
- วันอาทิตย์ ที่ 8 ก.พ. 2569
- ระยะเวลาในการใช้สิทธิเลือกตั้ง และ ใช้สิทธิออกเสียงประชามติ คือ ตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.00 น.
วันออกเสียงเลือกตั้ง และ วันออกเสียงประชามติ เหมือนหรือความแตกต่าง
คำตอบคือ แตกต่าง
- วันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า มีนอกเขตเลือกตั้ง แต่ต้องลงทะเบียนระหว่างวันที่ 20 ธ.ค. 2568 - 5 ม.ค. 2569 ลงคะแนนเลือกตั้งในวันอาทิตย์ ที่ 8 ก.พ.2569 (ณ สถานที่ที่ลงทะเบียนไว้)
- วันลงคะแนนออกเสียงประชามติ ไม่มีวันลงคะแนนออกเสียงล่วงหน้า มีการออกเสียงนอกเขตออกเสียง ต้องลงทะเบียนในวันที่ 3 - 5 ม.ค. 2569 และ ลงคะแนนออกเสียงวันอาทิตย์ ที่ 8 ก.พ. 2569 (ณ สถานที่ที่ลงทะเบียนไว้)
การลงคะแนนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร การออกเสียงนอกราชอาณาจักร เหมือนหรือความแตกต่าง
คำตอบคือ แตกต่าง
- การลงคะแนน เลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ต้องลงทะเบียนระหว่างวันที่ 20 ธ.ค. 2568 - 5 ม.ค. 2569 การลงคะแนนเลือกตั้ง ตามสถานที่และวิธีที่แต่ละประเทศกำหนด (สถานทูต) ส่วน บัตรเลือกตั้ง ส่งบัตรมานับคะแนนในประเทศไทย (ตามเขตเลือกตั้ง)
- การลงคะแนน ออกเสียงนอกราชอาณาจักร ต้องลงทะเบียนในวันที่ 3 - 5 ม.ค. 2569 การลงคะแนนออกเสียง ตามสถานที่และวิธีที่แต่ละประเทศกำหนด (สถานทูต) ส่วน บัตรออกเสียง จะนับคะแนนในต่างประเทศ หลังจากปิดการลงคะแนนเวลา 17.00 น. (เวลาในประเทศไทย) และต้องนับคะแนนให้เสร็จภายใน 48 ชั่วโมง (หลังปิดลงคะแนนในประเทศไทย)
หน่วยเลือกตั้ง/ สถานที่เลือกตั้ง เหมือนหรือความแตกต่าง
คำตอบคือ เหมือนกัน
- การเลือกตั้ง สส. หน่วยเลือกตั้ง/ สถานที่เลือกตั้ง ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.เขต) ประกาศกำหนด
- การออกเสียงประชามติ สถานที่เดียวกันกับการเลือกตั้ง สส.
การแจ้งเหตุไม่อาจไปใช้สิทธิ เหมือนหรือความแตกต่าง
คำตอบคือ แตกต่าง
- การแจ้งเหตุไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ก่อนวันเลือกตั้ง 7 วัน ระหว่างวันที่ 1 - 7 ก.พ. 2569 และ หลังวันเลือกตั้ง 7 วัน ระหว่างวันที่ 9 - 15 ก.พ. 2569
- การแจ้งเหตุไม่อาจไปใช้สิทธิในการออกเสียง ก่อนวันออกเสียง หลังวันประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ระหว่างวันที่ 14 ม.ค. - 7 ก.พ. 2569 และ หลังวันออกเสียง ระหว่างวันที่ 9 - 15 ก.พ. 2569
หากไม่ได้ไปใช้สิทธิและไม่แจ้งเหตุที่ไม่ไปใช้สิทธิ จะถูกจำกัดสิทธิ อะไรบ้าง
หากไม่ไปใช้สิทธิ "เลือกตั้ง" และไม่แจ้งเหตุที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง จะถูกจำกัดสิทธิดังต่อไปนี้
1. สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นหรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา
2. สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
3. ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมืองและข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา
4. ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
5 . ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
หากไม่ไปใช้สิทธิ "ออกเสียง" และไม่แจ้งเหตุที่ไม่ไปไปใช้สิทธิออกเสียง จะถูกจำกัดสิทธิดังต่อไปนี้
1. สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นหรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา
2. สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
3. ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมืองและข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา
4. ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
5. เข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีขอความเห็นชอบ ในการออกเสียง ตามมาตรา 9 (5)
(หมายเหตุ : ลำดับที่ 1-4 ของไม่ไปใช้สิทธิ "เลือกตั้ง" และไม่ไปใช้สิทธิ "ออกเสียง" จะถูกจำกัดสิทธิเหมือนกัน แตกต่างกันที่ ลำดับที่ 5 ทั้งนี้ การจำกัดสิทธิให้มีกำหนดเวลาคั้งละ 2 ปี นับตั้งแต่วันเลือกตั้ง/ออกเสียง ครั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง/ออกเสียง ไม่ไปใช้สิทธิ เหมือนกัน)
อ้างอิงข้อมูล : สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
“วีร์” แรปเปอร์สาว ภาพสะท้อนคนรุ่นใหม่ ในวงการเมือง
เตือนรับปีใหม่ 2569 "ดื่มไม่ขับ" ผิดซ้ำเมาแล้วขับ รับโทษหนัก พร้อมกฎหมายน่ารู้
เช้านี้ (2 ม.ค.) หลายเขต กทม. ค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงเกินมาตรฐาน











