ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

รู้จัก แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 1 พรรคประชาธิปัตย์ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ"

การเมือง
16:36
2,500
รู้จัก แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 1 พรรคประชาธิปัตย์ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ"
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ คนที่ 27 หวนคืนตำแหน่งหัวหน้า ปชป. อีกครั้ง นำทัพสู้ศึกเลือกตั้ง 2569 ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ลำดับ 1 อาศัยประสบการณ์การเมือง 30 ปี ชู "ประเทศไทยพ้นความยากจน" และ "การเมืองสุจริต" ฟื้นศรัทธาระบบรัฐสภาท่ามกลางเศรษฐกิจชะงักงัน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือชื่อเล่น "มาร์ค" เกิดเมื่อวันที่ 3 ส.ค.2507 ณ เมืองนิวคาสเซิล ประเทศอังกฤษ ปัจจุบันมีอายุ 61 ปี เป็นบุตรชายของ ศ.นพ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีต รมช.สาธารณสุข และ ศ.พญ.สดใส เวชชาชีวะ อภิสิทธิ์ เริ่มเข้าศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนจะเดินทางไปศึกษาต่อที่โรงเรียนสเกทคลิฟ และโรงเรียนมัธยมอีตัน ประเทศอังกฤษ

สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทสาขาวิชา ปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ (PPE) จากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด โดยได้รับเกียรตินิยมอันดับ 1 ซึ่งเป็นคนไทยคนที่ 2 ที่ได้รับเกียรตินี้ นอกจากนี้เขายังสำเร็จการศึกษานิติศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยรามคำแหงอีกหนึ่งใบ ด้านชีวิตครอบครัวสมรสกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ทันตแพทย์หญิง ดร.พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ และมีบุตรธิดาด้วยกัน 2 คน

เส้นทางการเมืองสู่ตำแหน่งนายกคนที่ 27

ความสนใจทางการเมืองของนายอภิสิทธิ์เริ่มขึ้นตั้งแต่อายุเพียง 9-10 ปี จากเหตุการณ์ 14 ต.ค.2516 ทำให้เขาอยากเป็นนักการเมืองเพื่อรับใช้ประชาชน โดยเริ่มต้นทำงานการเมืองในฐานะอาสาสมัครช่วยหาเสียงให้พรรคประชาธิปัตย์ และได้รับเลือกตั้งเป็น สส.เขต ของ กทม. ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2535 ขณะอายุเพียง 27 ปี นับเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อายุน้อยที่สุดในขณะนั้น

นายอภิสิทธิ์เคยดำรงตำแหน่งสำคัญมากมาย อาทิ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จนกระทั่งได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2548 และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของประเทศไทยในเดือน ธ.ค.2551 ขณะมีอายุ 44 ปี

ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งนายกฯ อภิสิทธิ์มีผลงานที่โดดเด่น เช่น นโยบายเรียนฟรี 15 ปี นโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และการบริหารจัดการเศรษฐกิจในช่วงวิกฤตการณ์การเงินโลกปี 2552 ซึ่งทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ อย่างไรก็ตาม เขาต้องเผชิญกับเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองและการชุมนุมใหญ่ในปี พ.ศ.2552 - 2553 ซึ่งนำไปสู่ความสูญเสียครั้งใหญ่ ต่อมาเขาได้ปฏิบัติหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรในการตรวจสอบรัฐบาลชุดถัดมา

ยึดมั่นในสัจจะ - หวนคืนสู่ตำแหน่งหัวหน้าพรรค

นายอภิสิทธิ์ได้รับการยอมรับในฐานะนักการเมืองผู้รักษาคำสัตย์ โดยในปี พ.ศ.2562 เขาตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคและ สส. เพื่อรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนว่าจะไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ ต่อมาในปี พ.ศ. 2566 เขาได้ลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากอุดมการณ์ที่ไม่สามารถประสานกันได้กับคณะผู้บริหารพรรคชุดนั้น

จนกระทั่งในวันที่ 18 ต.ค.2568 อภิสิทธิ์ได้รับการโหวตจากสมาชิกพรรคให้กลับมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้งอย่างไร้คู่แข่ง เพื่อกอบกู้ศรัทธาของพรรคที่ลดถอยลง

ศึกเลือกตั้ง 2569 และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี สำหรับการเลือกตั้งทั่วไปที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 8 ก.พ.2569 พรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอชื่อ "นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 1 ร่วมกับ นายกรณ์ จาติกวณิช และ น.ส.การดี เลียวไพโรจน์

อภิสิทธิ์ ประกาศจุดยืนชัดเจนว่าพรรคจะมุ่งเน้น "การเมืองสุจริต" และจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม นโยบายหลักคือการทำให้ประเทศไทยพ้นความยากจนโดยไม่พึ่งพิงเพียงนโยบายประชานิยมระยะสั้น ผลสำรวจความคิดเห็นในหลายพื้นที่ เช่น จังหวัดสงขลา พบว่านายอภิสิทธิ์ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับ 1 ที่ประชาชนต้องการให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ขณะที่ความนิยมในพื้นที่ กทม. ก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังการกลับมาของเขา

อ่านข่าวอื่น :

กองทัพ จี้กัมพูชาชี้แจงเหตุยิงข้ามแดนไทย ระบุกระทบเชื่อมั่นหยุดยิง

ครม.ไฟเขียวสร้างมอเตอร์เวย์ M9 "บางบัวทอง-บางปะอิน" วงเงิน 1.5 หมื่นล้าน

ประวัติศาสตร์ "น้ำมันเวเนซุเอลา" สู่เครื่องมือการเมืองสหรัฐฯ