เมื่อวันที่ (6 ม.ค.2569) พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ประณามอย่างรุนแรงต่อกรณีที่ฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธยิงเครื่องยิงลูกระเบิดเข้ามาในพื้นที่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี บริเวณด้านหน้าเนิน 469 เมื่อเช้าวันที่ (6 ม.ค.2569) เวลาประมาณ 07.25 น. ซึ่งเป็นการละเมิดกระทำที่ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างชัดเจน และส่งผลให้กำลังพลฝ่ายไทยได้รับบาดเจ็บ 1 นาย
การกระทำดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึง ความไม่จริงใจของรัฐบาลกัมพูชาภายใต้การนำของนายฮุน มาเนต ในการปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้ตกลงร่วมกันไว้ ทั้งที่ทั้ง 2 ฝ่าย ได้ยืนยันเจตนารมณ์ในการลดความตึงเครียดและรักษาสันติภาพตามแนวชายแดน การใช้กำลังในลักษณะนี้จึงเป็นการกระทำที่บ่อนทำลายความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และกลไกความร่วมมือที่มีอยู่ระหว่าง 2 ประเทศอย่างร้ายแรง
ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักสันติวิธี ความโปร่งใส และการเคารพข้อตกลงระหว่างประเทศมาโดยตลอด การละเมิดหยุดยิงซ้ำแล้วซ้ำเล่าของฝ่ายกัมพูชา ไม่เพียงขัดต่อพันธกรณีที่ตกลงกันไว้ แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ไม่สอดคล้องกับถ้อยแถลงหรือท่าทีที่ฝ่ายกัมพูชาเคยแสดงต่อสาธารณชนและประชาคมระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังคงยืนยันจุดยืนในการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี และยังคงยึดมั่นในการปฏิบัติตาม หลักการทั้ง 16 ข้อตามกรอบคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) อย่างเคร่งครัด เพื่อธำรงไว้ซึ่งเสถียรภาพ ความสงบเรียบร้อย และบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ บนพื้นฐานของความจริงใจและความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งสองฝ่าย แต่อย่างไรก็ตามก็ยังคงสงวนสิทธิ์ในการป้องกันตนเองตามหลักสากล (Right to Self-Defence)
กองทัพเรือและกองทัพไทยพร้อมปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตย ความปลอดภัยของกำลังพล และประชาชนของประเทศชาติอย่างเต็มขีดความสามารถ ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศและหลักมนุษยธรรม ควบคู่ไปกับความมุ่งมั่นในการรักษาสันติภาพและความสัมพันธ์อันดีในระยะยาว หากอีกฝ่ายปฏิบัติตามข้อตกลงด้วยความจริงใจเช่นเดียวกัน
กองทัพ จี้กัมพูชาชี้แจงเหตุยิงข้ามแดนไทย ระบุกระทบเชื่อมั่นหยุดยิง
กัมพูชาส่งหนังสือถึง ทภ.2 เสียใจปมกระสุนปืน ค. ย้ำเคารพหยุดยิง
กัมพูชาชี้เหตุระเบิดใน จ.พระวิหาร ไม่เกี่ยวเหตุปะทะกับไทย











