กลายเป็นประเด็นร้อนในกลุ่มท่องเที่ยวเกาหลีใต้ หลังหญิงไทยอ้างเป็นข้าราชการ ถูกปฏิเสธเข้าเมืองที่สนามบินอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ และนำเรื่องราวมาโพสต์บนโลกออนไลน์ ล่าสุดสถานทูตเกาหลี ชี้แจงถึงสาเหตุที่ถูกปฏิเสธเข้าเมืองแล้ว ล่าสุดสถานทูตเกาหลี ชี้แจงถึงสาเหตุที่ถูกปฏิเสธเข้าเมืองแล้ว
หญิงรายดังกล่าวโพสต์ในกลุ่ม "เที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง" เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2569 อ้างว่า ตนเองเป็นข้าราชการหญิงอายุ 37 ปี จาก จ.เลย ถูกปฏิเสธเข้าเมืองที่สนามบินอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ โดยเจ้าหน้าที่ไม่ให้เหตุผลที่ชัดเจน ทั้งที่มีการลงทะเบียน K-ETA และมีหนังสือขออนุญาตเดินทางไปต่างประเทศอย่างถูกต้อง
นอกจากนี้ อ้างว่า เพื่อนที่มาด้วยกันก็ไม่ผ่าน ตม. ทำให้ทริปที่ตั้งใจมาพักผ่อน ต้องจบลงที่สนามบิน และหลังจากนี้ ก็คงไม่คิดกลับมาเที่ยวที่เกาหลีใต้อีก โพสต์นี้มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์วิจารณ์ในวงกว้าง
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เฟซบุ๊กเพจ "Embassy of the Republic of Korea in Thailand 주태국 대한민국 대사관" สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ได้ชี้แจงถึงกรณีที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 6 ม.ค.2569 ที่ผ่านมา โดยระบุว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า บุคคลสัญชาติไทยรายนั้น พร้อมด้วยผู้ที่เดินทางร่วมด้วยซึ่งมีสัญชาติไทย เพศหญิง อีก 1 คน ไม่ได้มีการจองที่พักในขณะเดินทางเข้าประเทศเกาหลี
และเมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามถึงเหตุผลที่ไม่มีการจองโรงแรม ได้แจ้งว่าจะพักอาศัยอยู่ที่บ้านของแฟนชายชาวเกาหลี แต่บุคคลซึ่งอ้างว่าเป็นแฟนชาวเกาหลีไม่ได้อยู่ในประเทศเกาหลีในขณะนั้น นอกจากนี้แม่ของชายชาวเกาหลีซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้มีความสัมพันธ์ในประเทศเกาหลี ก็ไม่ได้มีการรับทราบมาก่อนเกี่ยวกับการเดินทางเข้าประเทศและแผนการเข้าพักอาศัยของหญิงทั้งสองคน ด้วยเหตุที่วัตถุประสงค์ในการเดินทางเข้าประเทศไม่ชัดเจน จึงไม่อนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศ
ทางสถานทูตยังยืนยันว่า กระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงได้ดำเนินการเป็นภาษาไทย โดยมีล่ามชาวไทยร่วมดำเนินการ และเหตุผลของการไม่อนุญาตให้เข้าประเทศก็ได้มีการอธิบายเป็นภาษาไทยแล้ว
ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา มีกรณีที่บุคคลซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศเกาหลี เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือละเว้นข้อเท็จจริงที่ตนเองรู้สึกเสียเปรียบ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้กระบวนการตรวจคนเข้าเมืองของประเทศเกาหลีถูกนำเสนอในทางลบอยู่บ่อยครั้ง
ในอดีตเคยมีการเผยแพร่และรายงานข่าวเกี่ยวกับการไม่อนุญาตให้เข้าประเทศเกิดจากการไม่สามารถ ตอบคำถามเกี่ยวกับ “สีของวอลเปเปอร์ในห้องโรงแรม หรือจำนวนต้นไม้ภายในโรงแรม” ได้ แต่จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า ในการตรวจคนเข้าเมืองของชาวต่างชาติรายดังกล่าว ไม่ได้มีการถามคำถามในลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใด
การปกปิดหรือบิดเบือนข้อเท็จจริงจนก่อให้เกิดข่าวปลอมในลักษณะนี้ อาจสร้างความวิตกกังวลโดยไม่จำเป็นแก่ชาวไทยที่ประสงค์จะเดินทางไปประเทศเกาหลี และอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อความสัมพันธ์อันดีที่สั่งสมมาอย่างยาวนานระหว่างไทยและเกาหลี สถานเอกอัครราชทูตฯ จึงขอความร่วมมือ โปรดใช้ความระมัดระวังในการรับรู้หรือเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารจากแหล่งที่มาที่ยังไม่ได้รับการยืนยันข้อเท็จจริง
สื่อของเกาหลีใต้ เผย คนไทยพำนักผิดกฎหมายสูงสุด
ชาวไทยถูกปฏิเสธเข้าเกาหลีเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และมักเป็นข่าวหลายครั้ง ถึงขึ้นที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เคยหยิบยกนำเรื่องนี้ไปหารือกับประธานาธิบดีเกาหลีใต้เมื่อเดือน ต.ค. 2568 ในช่วงประหว่างที่เดินทางเยือนเกาหลีใต้
โดยขอให้ช่วยดูแลปัญหาที่นักท่องเที่ยวไทยถูกปฏิเสธการเข้าเมืองเมื่อเดินทางมาถึงเกาหลี เพราะส่งผลเสีย ทั้งค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และเวลาส่วนสาเหตุการปฏิเสธเข้าเมือง คาดว่าอาจมาจากกรณีคนไทยจำนวนมาก ที่ลักลอบเข้าไปทำงานอย่างผิดกฎหมาย
"โชซัน บิซ" (Chosan Biz) สื่อของเกาหลีใต้ ได้รายงานสถิติประจำปีของกระทรวงยุติธรรมเกาหลีใต้ประจำปี 2568 พบจำนวนผู้พำนักผิดกฎหมายในประเทศรวม 397,522 คน ลดลงร้อยละ 6.2 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (423,675 คน) และเมื่อพิจารณาตามสัญชาติ พบว่าไทยมีจำนวนมากที่สุด ร้อยละ 34.5 รองลงมาคือ เวียดนาม ร้อยละ 19.6, จีน ร้อยละ 15.6, ฟิลิปปินส์ ร้อยละ 3.5 และ อินโดนีเซีย ร้อยละ 3.3
กองทัพเรือ ประณาม "กัมพูชา" ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
สภาพอากาศวันนี้ ไทยตอนบนอากาศหนาวเย็นลง "ภาคใต้" ฝนตกหนักบางแห่ง
ประชุม UNSC เดือด! จีน-UN ประณามสหรัฐฯ จับกุมมาดูโร ผิด กม.ระหว่างประเทศ











