ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

กลับดาวแล้ว "ข้าวต้ม" ลูกช้างป่าหัวใจนักสู้ ท่ามกลางอ้อมกอดรักจากคน 115 วัน

สิ่งแวดล้อม
17:10
690
กลับดาวแล้ว "ข้าวต้ม" ลูกช้างป่าหัวใจนักสู้ ท่ามกลางอ้อมกอดรักจากคน 115 วัน
ลูกช้างป่าเพศเมีย "ข้าวต้ม" อายุเพียง 3 เดือน 23 วัน ตายแล้วเมื่อบ่ายวันนี้ (13 ม.ค.) จากภาวะตับวายเฉียบพลัน หลังทีมสัตวแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดตั้งแต่พลัดหลงแม่เมื่อ ก.ย.2568 ทีมแพทย์เตรียมชันสูตรศพหาสาเหตุการตายเพิ่ม

วันนี้ (13 ม.ค.2569) ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก จ.สุพรรณบุรี แจ้งข่าวเศร้าให้กับผู้สนใจอนุรักษ์สัตว์ป่า เมื่อลูกช้างป่าเพศเมียชื่อ "ข้าวต้ม" วัย 3 เดือน 23 วัน ได้ตายลง เมื่อเวลา 15.40 น. ของวันนี้ สาเหตุเบื้องต้นที่สัตวแพทย์วินิจฉัยคือภาวะตับวายเฉียบพลัน ซึ่งเชื่อมโยงกับความผิดปกติของตับที่ตรวจพบตั้งแต่เริ่มนำตัวมารักษา

ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่จะดำเนินการชันสูตรซากทันที เพื่อเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อส่งห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์เพิ่มเติม ก่อนฝังกลบตามหลักวิชาการ ณ สำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก โดยผลการชันสูตรอย่างละเอียดจะรายงานให้ทราบต่อไป

เรื่องราวของ "ข้าวต้ม" เริ่มต้นด้วยโศกนาฏกรรมในป่า เมื่อวันที่ 21 ก.ย.2568 ลูกช้างตัวน้อยพลัดหลงจากแม่ช้างที่บริเวณห้วยชะนี ใกล้เขตอุทยานแห่งชาติลำคลองงู จ.กาญจนบุรี ในขณะนั้น "ข้าวต้ม" มีอายุเพียง 1 สัปดาห์ ร่างกายอิดโรยและอ่อนแรง ไม่มีนมจากแม่ช้างให้กิน ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยต้มข้าวเหนียวแล้วใช้น้ำข้าวต้มใส่ขวดนมให้ดื่มแทน ซึ่งลูกช้างป่ากินได้มากถึง 600 cc. / ครั้ง น่าจะเพราะความหิวโหยสะสม จนได้รับฉายา "ข้าวต้ม" จากน้ำใจของผู้ช่วยเหลือ

ต่อมาเมื่อวันที่ 22 ก.ย.2568 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เคลื่อนย้าย "ข้าวต้ม" มาดูแลที่ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก เพื่อการรักษาที่มีมาตรฐาน สัตวแพทย์ตรวจสุขภาพและอัลตราซาวด์ พบว่ามีภาวะโครงสร้างร่างกายผิดปกติตั้งแต่กำเนิด ซึ่งเป็นปัญหาในลูกสัตว์ที่เกิดใหม่ และร่างกายโดยรวมอ่อนแอมาก ทีมไม่ยอมแพ้ โดยขอรับบริจาคน้ำนมวัวสดจากสวนสัตว์หลายแห่ง เช่น ปางช้างใน จ.เชียงใหม่ พระนครศรีอยุธยา และสวนนงนุชพัทยา เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและโภชนาการให้แข็งแรงขึ้น

การรักษายังเผชิญอุปสรรคต่อเนื่อง ผลตรวจเลือดชี้ให้เห็นค่าตับและไตสูงผิดปกติ รวมถึงการสลายของกล้ามเนื้อที่มากเกินไป และที่รุนแรงคือการตรวจพบเชื้อเฮอร์ปีส์ไวรัส ซึ่งเป็นภัยคุกคามร้ายแรงในสัตว์ป่า ทีมสัตวแพทย์จากหลายสถาบัน รวมทั้งส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ต้องถ่ายเลือดเพื่อปรับสมดุลร่างกาย และให้ยารักษาอย่างต่อเนื่องแบบประคับประคองอาการ ท่ามกลางความรักจากแฟนคลับทั่วประเทศที่ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เจ้าหน้าที่ดูแล "ข้าวต้ม" ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยการให้อาหาร ยา และการกายภาพบำบัดที่ไม่เคยขาดตอน

ก่อนเกิดเหตุการณ์เศร้าในวันนี้ เช้าวันที่ 12 ม.ค.2569 สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก และศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก ได้อัปเดตอาการล่าสุดว่า "ข้าวต้ม" เริ่มกินนมได้ดีขึ้น แม้ระดับน้ำตาลในเลือดจะต่ำกว่าปกติในบางช่วง ทำให้ต้องให้ออกซิเจนเสริมตอนกลางคืน และฉีดสารน้ำทางหลอดเลือดดำทุกวัน ร่วมกับยาบำรุงตับ ยาลดการอักเสบในระบบทางเดินอาหาร แคลเซียมผสมวิตามินรวม การรักษาแผลและแผลกดทับด้วยยาทาและเลเซอร์บำบัด รวมถึงการนวดและยืดเหยียดขาหน้าอย่างสม่ำเสมอ

เจ้าหน้าที่ยังช่วยพยุงตัวและพลิกกลับตัวทุก 2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน แต่สุดท้ายร่างกายเล็กๆ ของ "ข้าวต้ม" ก็ไม่สามารถฝืนต่อสู้ได้อีก

ข่าวการจากไปของ "ข้าวต้ม" สร้างความเสียใจอย่างกว้างขวาง โดย น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้โพสต์ข้อความสั้น ๆ แสดงความอาลัยว่า

ข้าวต้มน้อยค่อย ๆ หลับและจากไปอย่างสงบ สู่ภพภูมิที่สูงนะลูกคนเก่ง ป้ารักหนู

ซึ่งสะท้อนถึงความผูกพันที่ประชาชนมีต่อลูกช้างน้อยตัวนี้ แม้ "ข้าวต้ม" จะจากไป แต่ความพยายามของทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ยังคงเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์สัตว์ป่า และผลชันสูตรที่กำลังดำเนินการจะช่วยให้เข้าใจปัญหาสุขภาพของลูกช้างป่าได้ดียิ่งขึ้น เพื่อป้องกันเหตุการณ์เช่นนี้ในอนาคต

อ่านข่าวอื่น :

ครม.ต่อเวลา 3 เดือนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ จังหวัดชายแดนใต้

"อภิสิทธิ์" หาเสียงอโศก ขอเปลี่ยนเสียงกรี๊ด​-​อ้อมกอดเป็นคะแนนให้ ปชป.

กสม.ประณามเหตุวางระเบิด 11 จุด 3 จังหวัดชายแดนใต้ ละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง