วันนี้ (13 ม.ค.2569) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคฯ ลงพื้นที่ตลาดรวมทรัพย์ ย่านอโศก เพื่อช่วยนายพงศกร ขวัญเมือง ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ เขตการเลือกตั้งที่ 7 (คลองเตย-วัฒนา) หาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น โดยได้กล่าวทักทายและถ่ายรูปร่วมกับประชาชน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่มีบางพรรรการเมืองโหนกระแสชาตินิยมจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาจะกระทบการหาเสียงต่อพรรรอื่น ๆ หรือไม่ ว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีปัญหา เพราะสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรีก็สามารถให้กองทัพบริหารจัดการสถานการณ์ได้เต็มที่ภายใน 12 วัน และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปัญหาชายแดนใต้ พรรคประชาธิปัตย์มีแผนชัดเจนที่สุด
ส่วนที่รัฐมนตรีกัมพูชาออกมาระบุว่าให้เลือกพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน เพื่อไม่ให้สถานการณ์ชายแดนเกิดความขัดแย้งรอบใหม่นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าจะต้องวิเคราะห์ให้ดี ซึ่งก่อนหน้านี้ฮุนเซนก็อ้างว่าตนเป็นนายกฯ ที่ไปรุกรานกัมพูชา
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนของนิด้าโพล ที่วิเคราะห์ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะได้ สส. 40 ที่นั่ง ว่า การจะได้กี่ที่นั่งขึ้นอยู่กับการกระจายของคะแนนเสียง ตนอยากได้คะแนนเสียงและความนิยมที่จะกลายมาเป็นคะแนนให้ สส.ในเขตเลือกตั้งด้วย ซึ่งเดิมตั้งเป้าไว้เฉพาะ สส.บัญชีรายชื่อ คาดว่าจะเป็นไปตามที่คาดหวัง แต่อย่างไรก็ตามจะต้องทำให้ได้มากกว่านี้
ระหว่างการลงพื้นที่ หากเสียงกรี๊ดและการกอดกลายเป็นคะแนนทั้งหมด ก็จะเป็นเรื่องดี
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวให้ความชัดเจนกับประชาชนว่า หากพรรคประชาธิปัตย์มีเสียงมากพอและได้เข้าไปร่วมรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์จะเป็นหลักประกันให้รัฐบาลเอาจริงเอาจังกับการปราบทุจริตปัญหาทุนเทา และไม่สร้างประเด็นที่แยกแตกหรือเกิดการทุจริต
ส่วนจุดยืนการรณรงค์ประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายชัดเจนว่าแม้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับจะผ่านการออกเสียงประชามติแล้ว แต่ก็ยังติดขัดในมาตรา 256 ซึ่งที่ผ่านมาแม้จะมีข้อตกลงระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์รู้สึกเสียดาย เพราะที่ผ่านมาการพยายามแก้ไขมาตรา 256 เหมือนรัฐสภาจะตกผลึกแล้วว่าจะไม่มีการแก้ไขหมวด 1-2 จึงแปลกใจที่รัฐบาลเป็นผู้เลือกคำถาม เหตุใดจึงไม่มีการเจาะจงว่าเป็นการยกร่างฉบับใหม่ โดยไม่มีการแตะหมวด 1 และหมวด 2
ดังนั้นจึงยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์จะดูแลไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด 1 และหมวด 2 และอยากเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองที่เคยตกลงกันได้แล้วประกาศเช่นเดียวกัน เพื่อให้ทุกฝ่ายเกิดความสบายใจในการลงมติเห็นชอบ
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีผู้สมัคร สส.ขอนแก่น ถูกตัดสิทธิการเลือกตั้ง เพราะเป็นบุคคลล้มละลายขาดคุณสมบัติลงสมัคร ว่า บุคคลที่ลงสมัครกับพรรค ได้มีการตรวจสอบอย่างครบถ้วน โดยยื่นเรื่องให้ 13 หน่วยงานได้ตรวจสอบอย่างละเอียดว่ามีปัญหาใดหรือไม่ ซึ่งบางหน่วยงานเพิ่งทยอยส่งผลการตรวจสอบกลับ รวมถึงการให้ผู้สมัครลงนามรับรองคุณสมบัติของตนเอง แต่เมื่อเกิดปัญหาผู้สมัครจะต้องรับผิดชอบ และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตนได้ประชุมร่วมกับคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและตรวจสอบภายใน 15 วัน
อ่านข่าว
“บวรศักดิ์” ยืนยันรณรงค์ประชามติ เห็นชอบ-ไม่เห็นชอบแก้ รธน.ได้
"พิพัฒน์" บอกกระแสตอบรับดี หลังลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้
"อนุทิน" มั่นใจกระแสกรุงเทพฯ ดีขึ้น คาดหวัง สส. ทุกพื้นที่











