ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

จับกระแสการเมือง: วันที่ 21 มกราคม 2569 จารึกชื่อ 43 ทหารกล้า บนกำแพงอนุสรณ์ทบ. “ภูมิธรรม-ทวี” ไม่สิ้นสุดรมต.

การเมือง
17:14
671
จับกระแสการเมือง: วันที่ 21 มกราคม 2569 จารึกชื่อ 43 ทหารกล้า บนกำแพงอนุสรณ์ทบ. “ภูมิธรรม-ทวี” ไม่สิ้นสุดรมต.

ตราไว้ในแผ่นดิน กองทัพบกจารึกชื่อ 43 ทหารกล้าจากเหตุสู้รบไทย-กัมพูชา ลงบนกำแพงอนุสรณ์กองทัพบก (Army Memorial Wall)  ทั้งสองรอบของปี 2568  เรียบร้อยแล้ว หลังทำพิธีวางพวงมาลารำลึกถึงวีรกรรมของผู้เสียสละเมื่อวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมาในงานวันกองทัพบก โดยรายชื่อทหารทั้งหมดถูกจารึกลงในส่วนของภารกิจป้องกันประเทศ

แบ่งเป็นห้วงแรกระหว่างวันที่ 24ก.ค.-23 ส.ค.2568 จำนวน 16 นาย จากการสู้รบในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ และห้วงที่ 2 จากการสู้รบในทั้ง 4 พื้นที่อีสานใต้และพื้นที่ จ.สระแก้ว ระหว่างวันที่ 7 ธ.ค.-27 ธ.ค.2568 จำนวน 27 นาย รวมนายทหารที่เสียชีวิตจากการรักษาอธิปไตย ชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งสองครั้ง รวม 43 นาย

สงครามไทย-เขมร ยุติรอบ 2 ไปแล้ว แต่การเดินหน้าฟื้นฟูบ้านเรือนชาวบ้านยังต้องไปต่อ เพจกองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า กองกำลังสุรนารี ได้ร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้องลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุปะทะ บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อช่วงเดือนธ.ค. 2568 ที่ผ่านมา เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน สร้างขวัญกำลังใจให้ประชาชนสามารถกับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข

ส่วนเพจกองทัพภาคที่ 1 เผยแพร่ข้อความ สดุดีวีรบุรุษ ! จารึกชื่อ “สามแยกเอี่ยมสะอาด” อนุสรณ์แห่งความเสียสละ ณ สมรภูมิบ้านหนองจาน โดยกองกำลังบูรพา ,หน่วยเฉพาะกิจที่ 12 ร่วมกับภาคประชาชน จัดตั้งป้ายชื่อ “สามแยกเอี่ยมสอาด” เพื่อเชิดชูเกียรติแด่ จ.ส.อ.พรศักดิ์ เอี่ยมสอาด สังกัด ร.2 พัน.1 รอ. วีรบุรุษผู้รักชาติหวงแหนแผ่นดินยอมสละชีพเพื่อทวงคืนและปกป้องอธิปไตยของชาติเป็นรายแรก ณ สมรภูมิแห่งนี้ เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2568

และชื่อสามแยกแห่งนี้จะอยู่ในความทรงจำของพี่น้องชาวไทย ตราบนานเท่านาน

ไม่สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี ศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัยกรณี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ กรณีแทรกแซงคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา ( ฮั้ว สว.) โดยศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ทั้ง นายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี ไม่ได้แทรกแซงการสอบคดีฮั้ว สว. แต่อย่างใด ทำให้ไม่สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี

อู้ฟู่  สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดยอดเงินบริจาค 17 พรรคการเมือง เดือน พ.ย.2568  พบมีผู้บริจาคให้ 17 พรรคการเมือง รวม 82 ล้านบาท โดยพรรคที่มียอดได้รับเงินบริจาคสูงสุด คือ พรรคภูมิใจไทย มีผู้บริจาค 109 คน จำนวนเงิน 58,000,000 บาท

พรรคประชาชน จำนวน 56 คน จำนวนเงิน 1,486,500 บาท และทรัพย์สินมูลค่า 22,800 บาท  พรรคประชาธิปัตย์ มีผู้บริจาค 22 คน จำนวนเงิน 6,140,000 บาท  พรรคไทยภักดี มีผู้บริจาค 10 คน จำนวนเงิน 290,000 บาท  พรรครวมไทยสร้างชาติ มีผู้บริจาค 5 คน จำนวนเงิน 1,200,000 บาท พรรคประชาชาติ มีผู้บริจาค 4 คน จำนวนเงิน 370,000 บาท พรรคเศรษฐกิจ มีผู้บริจาค 3 คน จำนวนเงิน 31,750.81 บาท 

พรรคไทยก้าวใหม่ 5,400,000 บาท พรรคโอกาสใหม่ จำนวนเงิน 1,000,000 บาท และทรัพย์สิน 125,000 บาท , พรรคปวงชนไทย  324,630 บาท และประโยชน์อื่นใด 20,000 บาท , พรรคพลังประชารัฐ จำนวนเงิน 4,645,000 บาท, พรรคกล้าธรรม  1,150,000 บาท พรรคบ้านเมือง 1,500,000 บาท,  พรรคไทยรวมพลัง  200,000 บาท ,พรรคกล้า  100,000 บาท  พรรคเพื่อไทย 10,000 บาท และพรรคอนาคตไทย 5,000 บาท

“ต่ำไป” หลังนิด้าโพล ประเมินผลการเลือกตั้งสส.เขตและปาร์ตี้ลิสต์ว่า การเลือกตั้ง 2569 พรรคภูมิใจไทย มาเป็นเป็นอันดับ 1 ได้ถึง 150 ที่นั่ง “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตอบเมื่อถูกถามว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ ว่า “ต่ำกว่าเป้าหมาย” พร้อมกับหัวเราะ

เมื่อถูกนักข่าวถาม ต้องการ 500 ที่นั่งเลยใช่หรือไม่ แต่ถูกนายกฯอนุทิน “ ย้อนกลับว่า “ใช่ไหมล่ะ” และว่า เป้าหมายของทุกคนต้องการเท่าไหร่ ก็ต้องเกิน 150 แต่ผลสำรวจก็เป็นเครื่องมือในการประเมิน​ ว่า​ ได้ทำงานระดับไหน ถ้าตรงกับสิ่งที่คิด​ ก็ไม่ต้องสงสัย และเดินหน้าต่อได้ แต่หากไม่ตรงกับที่คิด​ ก็ต้องทบทวนแก้ไข

ยังไม่ออกหมายจับ “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง.ผบ.ตร. ล่าสุด พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ยืนยัน หลัง “พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ และพ.ต.อ.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์” อดีตลูกน้องคนสนิท “บิ๊กโจ๊ก” เข้ามาแจ้งความบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกาย เบื้องต้นได้ข้อมูลหลักฐานใบรับรองแพทย์ไว้เพื่อประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

ส่วนใบรับรองแพทย์จะเข้าข่ายเป็นการทำร้ายร่างกาย สาหัสหรือไม่นั้น ทางพนักงานสอบสวนต้องไปสอบปากคำแพทย์อีกครั้งอีกครั้ง โดยเบื้องต้นทราบว่าเป็นการทำร้ายจนเป็นอัตรายต่อร่างกายและจิตใจ แต่ถึงขั้นสาหัสหรือไม่นั้นให้รอความเห็นแพทย์อีกครั้ง จากการสอบปากคำเบื้องต้น ทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2560 และถูกทำร้ายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากใบรับรองแพทย์ก็เชื่อได้ว่าถูกทำร้ายมาหลายครั้ง

“ การทำร้ายร่างกาย เป็นกรณีที่ผู้ร้องมาให้ปากคำ ซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัว ส่วนคดีสินบนทองคำก็ต้องแยกกัน ส่วนจะเรียกผู้กล่าวหาให้ปากคำหรือไม่ บช.ก. มีระเบียบการสอบสวนคดีอยู่แล้ว ต้องดูรายละเอียดการทำร้ายร่างกายว่าบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ก่อน ค่อยดำเนินคดีตามกฎหมาย และการออกหมายเรียกก็จะเร่งรัดดำเนินการ แต่ต้องทำให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย” พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ ล่าสุด ป.ป.ช.ได้ตีกลับสำนวนรับสินบนทอง “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 61 วรรคสอง และดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณากรณีกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ส่งคำกล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับบุคคลสองกลุ่ม คือ กรรมการ ป.ป.ช.และเจ้าหน้าที่ของรัฐ และบุคคลอื่น ซึ่งมิใช่ผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการป.ป.ช.ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 มาตรา 167 และ มาตรา 201 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 128ประกอบมาตรา 169 มาตรา 172 มาตรา 173และมาตรา 176 แล้ว โดยมีความเห็นและมีมติ ให้ส่งเรื่องกล่าวหาคืนพนักงานสอบสวน พื่อให้เป็นไปตามกฎหมายต่อไปและต้องให้ประธานรัฐสภาพิจารณาเสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีฎาในการตั้งผู้คณะผู้ใต่ส่วนอิสระตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ

การเมืองก็วุ่น วงการสีกากีก็ไม่มีแผ่ว

 

 

 อ่านข่าว

ยุคเงินคม “วางมัดจำ-ยิงกระสุน” หน้า(เก่า)ใหม่ “เปย์หนัก” อาจโดนเท

เปิดวิชั่น หัวหน้าพรรคการเมือง “ลับฝีปากเดือด-วิวาทะเด็ด”