“ทองคำ” ไม่ใช่เพียงเครื่องมือเก็งกำไร แต่กลายเป็นหนึ่งในทางเลือกของการบริหารความไม่แน่นอนทางการเงินของคนทั่วโลก ท่ามกลางความผันผวนของสงครามเศรษฐกิจโลกและสัญญาณดอกเบี้ยขาลง ราคาทองคำยังคงพริ้วไหวในระดับสูงต่อเนื่อง ดึงดูดนักกลงทุนให้กลับมาสนใจ “ทองคำ” อีกครั้ง ทั้งแง่มุมการลงทุนและการออมสินทรัพย์ที่จับต้องได้ เนื่องจากทองคำ ถือว่า เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยสูงในยุคทโลกแปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางสภาวะขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ต่างๆที่รอวันปะทุ
บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (เคทีซี) วิเคราะห์ ว่า การตัดสินใจซื้อทองคำไม่ใช่แค่การอ่านเกมตลาด แต่เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารการเงินส่วนบุคคล ทองคำสามารถช่วยกระจายความเสี่ยงได้จริง หากซื้อภายใต้ฐานะการเงินที่พร้อม และไม่กลายเป็นภาระหนี้ในระยะยาว ซึ่งสำหรับมนุษย์เงินเดือน ในชีวิตจริงที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์รายจ่ายชนเงินเดือน คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่า ราคาทองจะไปต่อหรือไม่?หากแต่คือ ควรมีทองติดตัวไว้หรือไม่? และการเก็บทองแบบไหน? ที่จะไม่กระทบกระแสเงินสด เพราะทองคำในปัจจุบันมีหลายรูปแบบ แต่ละแบบมีต้นทุน ความคล่องตัว และผลต่อแผนการเงินที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การเลือกทองให้เหมาะตั้งแต่ต้น จึงสำคัญไม่แพ้การจับจังหวะราคา ก่อนความผันผวนจะย้อนกลับมากระทบเงินเดือนในแต่ละเดือน
โจทย์ใหญ่ ออมทอง "ก่อนซื้อ"ถามตัวเองให้ชัด
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินแนะว่า ในช่วงที่ผู้บริโภคต้องระมัดระวังกระแสเงินสด เหตุผลในการซื้อทองสำคัญกว่าการติดตามราคา ควรตอบคำถามพื้นฐานให้ได้ก่อนว่า ซื้อเพื่อใช้งานหรือเป็นของขวัญ ออมระยะยาวในสินทรัพย์ที่จับต้องได้ หรือเก็บไว้เป็นเงินสำรองฉุกเฉิน คำตอบเหล่านี้จะช่วยกำหนดประเภททองที่เหมาะสม และลดความเสี่ยงจากการตัดสินใจตามอารมณ์ตลาด ทั้งนี้มองว่าไม่มีทองแบบไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่มีทองที่เหมาะกับเป้าหมายและสถานะทางการเงินของแต่ละบุคคล
หากต้องการลงทุนในรูปแบบ “ทองรูปพรรณ” ยังเป็นตัวเลือกหลัก สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อเพื่อสวมใส่ หรือมอบเป็นของขวัญ จุดเด่น คือ สวยงามและคุณค่าทางอารมณ์ แต่ผู้บริโภคต้องรู้ต้นทุน ว่ามี “ค่ากำเหน็จ” ที่ทำให้ราคาขายคืนต่ำกว่าทองแท่งเมื่อเทียบในสัดส่วนเดียวกัน หากซื้อเพื่อใช้งาน คุณค่าที่ได้รับอาจคุ้มค่า แต่หากเป้าหมายหลักคือการออม ทองรูปพรรณอาจไม่ตอบโจทย์ด้านต้นทุนรวม
ในขณะที่รูปแบบการลงทุน แบบ “ทองแท่ง” ถือว่าเป็นทางเลือกของผู้ที่ต้องการออมทองในฐานะสินทรัพย์ทางการเงิน ด้วยต้นทุนค่ากำเหน็จต่ำ ทำให้มูลค่าต่อหน่วยชัดเจน เหมาะกับการออมแลถือครองในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อควรคำนึงถึงความปลอดภัยในการเก็บรักษา รวมถึงความแตกต่างของราคารับซื้อ-ขายในแต่ละร้าน ซึ่งส่งผลต่อผลตอบแทนจริงเมื่อต้องการเปลี่ยนเป็นเงินสด
นอกจากการลงทุน แบบ ทองรูปพรรณ หรือ ทองแท่ง แล้ว ยังมีการลงทุนที่นักลงทุนให้ความสนใจ คือ การลงทุนแบบ “ทองคำดิจิทัล” ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้เริ่มออมหรือผู้ที่ต้องการลงทุนด้วยเงินจำนวนไม่มาก จุดแข็ง คือความสะดวกในการทำรายการผ่านแอปพลิเคชั่น และการติดตามพอร์ตแบบเรียลไทม์ แต่ความง่ายก็มาพร้อมต้นทุนแฝง ผู้ซื้อควรตรวจสอบสเปรด ค่าธรรมเนียม เงื่อนไขการถอนเป็นทองคำจริง (ถ้ามี) และความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์ม เพื่อประเมินความคุ้มค่าในระยะยาว
สำหรับมนุษย์เงินเดือน ทองคำไม่ใช่คำตอบของทุกปัญหาการเงิน แต่เป็นหนึ่งในเครื่องมือบริหารความไม่แน่นอน การออมและการลงทุนที่ดี เริ่มจากการเลือกสินทรัพย์ที่สอดคล้องกับรายได้ วินัย และจังหวะชีวิต เพราะ “ทองที่เหมาะสม” ไม่จำเป็นต้องแพงที่สุด แต่ต้องไม่ทำร้ายกระแสเงินสดและแผนการเงินในระยะยาว
กูรูฟันธง ปีนี้ Gold Spot พุ่งทะลุ 5,000 ดอลลาร์
สำหรับภาพการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา ทองโลกมีการปรับตัวขึ้น จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังคงทรงตัวที่ระดับ 98.79 หน่วย อีกทั้งบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ได้ปรับตัวลงในวันเดียวกัน สู่ระดับ 4.24% จาก 4.28% ในขณะที่สมาคมตลาดทองคำลอนดอน (LBMA) คาดว่าราคาทองคำจะพุ่งขึ้นทะลุ 5,000 ดอลลาร์ภายในปีนี้ และทางฝั่ง จูเลีย ดู นักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์จาก ICBC Standard Bank มองว่า ราคาทองคำอาจทะยานขึ้นได้สูงถึง 7,150 ดอลลาร์ ทางด้านกองทุน SPDR ขายทองคำ 4.00 ตัน รวมสุทธิ 1,077.66 ตัน
อย่างไรก็ตามตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตามคืนนี้เวลา 20.30 น. สหรัฐฯ เผยจีดีพีไตรมาส 3 (ประมาณการครั้งที่ 3) q/q, ดัชนีราคาจีดีพีไตรมาส 3 (ประมาณการครั้งที่ 3) q/q, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และเวลา 22.00 น. เผยดัชนีการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน / ทั่วไป เทียบรายเดือน / รายปี เดือน พ.ย.
เว็บไซต์”ฮั่วเซ่งเฮง” วิเคราะห์ราคาทองโลกปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,810 และ 4,830 ดอลลาร์ และมีการย่อตัวลง จึงประเมินว่า ทองโลกมีแนวโน้มปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 4,770 ดอลลาร์ และอาจมีการฟื้นตัวขึ้นในภายหลัง แต่หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,757 ดอลลาร์ ทองโลกอาจปรับฐานลงต่อเนื่องส่วนราคาทองในประเทศมีการปรับตัวลงตามทองโลก ในขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนค่า จึงแนะนำทยอยขายตามแนวต้านที่ระดับ 71,150 และทยอยซื้อตามแนวรับที่ 70,850 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 70,700 บาท ลงไป แนะขายตัดขาดทุน
เปิดตลาดเช้านี้ “ราคา” ทองคำในประเทศร่วงระนาว
ราคาทองคำ เช้านี้ ลบ 550 บาท (ครั้งที่ 4 บวก 50 บาท) ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งขายออกบาทละ 71,000 บาท และราคาทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 70,900 บาท ราคาทองรูปพรรณขายออกบาทละ 71,800 บาท และราคาทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 69,478.28 บาท ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่ 4,78 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ อัตราแลกเปลี่ยนที่ระดับ 31.35 บาทต่อดอลลาร์
ในขณะที่ราคาทองครึ่งบ่าย กลับมาดีดตัวกลับมาลบ 50 บาท (ผันผวน 13 ครั้ง) ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งขายออกบาทละ 71,500 บาท และราคาทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 71,400 บาท ราคาทองรูปพรรณขายออกบาทละ 72,300 บาท และราคาทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 69,978.56 บาท
ราคาทองรูปพรรณรวมค่ากำเหน็จ 800 บาท มีราคาดังนี้ ทองครึ่งสลึง ราคาขาย 9,675บาท ทอง 1 สลึง ราคาขาย 18,550 บาท ทอง 2 สลึง/50 สตางค์ ราคาขาย 36,300บาท และทอง 1 บาท ราคาขาย 71,800บาท ทองคำหนัก 2 บาท ขายออก 143,600 บาท ทองคำหนัก 5 บาท ขาย 359,000บาท ภาพรวมราคาทองปี 2569 บวก 6,050บาท เดือนม.ค. ทองคำบวก 6,050 บาท
อ่านข่าว:
“ทองคำ” ปี 2568 พุ่งขึ้นกว่า 70% ปี69 ลุ้น “ทองในประทศ”แตะ ขายออก 69,500-72,150 บาท
ทองคำปี69 พุ่งแล้ว 9% ธนาคารกลางทั่วโลกแห่ ตุนทอง YLG เปิด 3 ปัจจัยหนุนราคา
“รูปพรรณ” ทะลุ 70,100 บาท อานิสงส์ ดอลลาร์อ่อน อียู ตอบโต้ สหรัฐฯ ปมกรีนแลนด์











