ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

ปิดดีล! ยุติมหากาพย์ TikTok สหรัฐฯ ตั้งกิจการใหม่ร่วมทุนอเมริกัน

ต่างประเทศ
06:42
746
ปิดดีล! ยุติมหากาพย์ TikTok สหรัฐฯ ตั้งกิจการใหม่ร่วมทุนอเมริกัน
อ่านให้ฟัง
05:46อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
ข้อตกลงโอนกิจการ TikTok ในสหรัฐฯ สู่กิจการร่วมทุนที่มีนักลงทุนอเมริกันถือหุ้นเสียงข้างมากเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการ ก่อนเส้นตายรัฐบาลทรัมป์ ยุติข้อถกเถียงด้านความมั่นคงที่ยืดเยื้อมาหลายปี

เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2569 ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ CNN รายงาน ข้อตกลงเพื่อกำหนดอนาคตของ TikTok ในสหรัฐอเมริกาได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากกิจการร่วมทุนที่เข้าซื้อสินทรัพย์ของ TikTok ในสหรัฐฯ ได้รับการจัดตั้งขึ้นและประกาศโครงสร้างผู้บริหาร ก่อนถึงเส้นตายที่ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดให้ ByteDance บริษัทแม่ ต้องแยกกิจการในสหรัฐฯ ออกตามกฎหมาย

การปิดดีลครั้งนี้ ถือเป็นบทสรุปของกระบวนการเจรจาที่ยืดเยื้อหลายปี ท่ามกลางความกังวลของฝ่ายนิติบัญญัติและหน่วยงานความมั่นคงสหรัฐฯ ที่มองว่า TikTok อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือแทรกแซงทางข้อมูลจากต่างชาติ โดยเฉพาะในประเด็นการควบคุมอัลกอริทึมและการเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้งานชาวอเมริกัน

กิจการร่วมทุนใหม่ระบุว่า จะดำเนินงานในฐานะกิจการที่มีผู้ถือหุ้นสัญชาติอเมริกันเป็นเสียงข้างมาก พร้อมวางมาตรการคุ้มครองด้านความมั่นคงอย่างรัดกุม ครอบคลุมการจัดเก็บข้อมูล การรักษาความปลอดภัยของอัลกอริทึม การกลั่นกรองเนื้อหา และการรับรองด้านซอฟต์แวร์สำหรับผู้ใช้งานในสหรัฐฯ

โครงสร้างการบริหารนำโดย อดัม เพรสเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ซึ่งมีบทบาทสำคัญเคยเป็นผู้ดูแลข้อมูลผู้ใช้ TikTok ในสหรัฐฯ มาก่อน ขณะที่ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง (Chief Security Officer - CSO) เป็นของ วิล แฟร์เรล ผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล

คณะกรรมการกำกับดูแลประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงจากทั้งฝั่ง TikTok และนักลงทุน เช่น โจว โซ่วจือ CEO TikTok, เคนเนธ กลูค รองประธานบริหาร Oracle รวมถึงตัวแทนจากบริษัทลงทุนชั้นนำอย่าง Susquehanna International Group บริษัทเอกชน Silver Lake และ MGX จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งสะท้อนโครงสร้างความร่วมมือระหว่างทุนอเมริกันและนักลงทุนต่างชาติภายใต้กรอบที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยอมรับได้

เรื่องราวของ TikTok ในสหรัฐฯ เริ่มเดือดตั้งแต่สมัยแรกของทรัมป์ที่ขู่จะแบนแอปพลิเคชันนี้ และยิ่งรุนแรงขึ้นในปี 2567 เมื่อ ปธน.โจ ไบเดน ลงนามกฎหมายบังคับให้แยก TikTok เวอร์ชันสหรัฐฯ ออกจาก ByteDance มิเช่นนั้นจะแบน TikTok ทั้งประเทศ เมื่อทรัมป์กลับมาสมัย 2 ก็เลื่อนบังคับใช้กฎหมายหลายรอบ เพื่อหาทางออกที่โอนกิจการสหรัฐฯ ไปให้นายทุนอเมริกัน จนกระทั่งฤดูใบไม้ร่วงปี 2568 ทรัมป์ให้เวลาถึง 23 ม.ค.2569 ก่อนคำสั่งแบน TikTok ทั่วประเทศจะมีผล คาดว่าดีลนี้อาจเป็นข่าวดีสำหรับผู้ใช้งานในสหรัฐฯ กว่า 200 ล้านคน

สาระสำคัญของข้อตกลงคือการโอนการควบคุมข้อมูลผู้ใช้งานในสหรัฐฯ และการดำเนินงานหลักส่วนใหญ่ไปยังกิจการร่วมทุนใหม่ โดยกลุ่มนักลงทุนที่นำโดย Oracle, Silver Lake และ MGX ถือหุ้นรวมร้อยละ 50 ขณะที่นักลงทุนเดิมที่เกี่ยวข้องกับ ByteDance ถือหุ้นกว่าร้อยละ 30 และ ByteDance ยังคงถือหุ้นร้อยละ 19.9

กิจการใหม่มีแผนฝึกอัลกอริทึมของ TikTok ใหม่โดยใช้ข้อมูลผู้ใช้งานในสหรัฐฯ พร้อมให้ Oracle รับหน้าที่ดูแลการจัดเก็บข้อมูลทั้งหมด ส่วนการกลั่นกรองเนื้อหาสำหรับผู้ใช้งานชาวอเมริกันจะอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกิจการร่วมทุน

อย่างไรก็ตาม TikTok ระดับโลกซึ่งยังอยู่ภายใต้การควบคุมของ ByteDance จะยังคงดูแลธุรกิจอีคอมเมิร์ซ การโฆษณา และการตลาดบนแพลตฟอร์มเดียวกัน ส่งผลให้การใช้งานของผู้ใช้งานในสหรัฐฯ แทบไม่เปลี่ยนแปลง แม้อัลกอริทึมอาจมีการปรับเปลี่ยนในเชิงโครงสร้างตามการกำกับดูแลใหม่ก็ตาม

แม้ ปธน.ทรัมป์ จะรับรองข้อตกลงนี้ในฐานะ "การขายกิจการที่เข้าเกณฑ์ตามกฎหมาย" แต่ยังมีคำถามจากฝ่ายนิติบัญญัติว่า โครงสร้างดังกล่าวสามารถขจัดความเสี่ยงด้านความมั่นคงได้ครบถ้วนหรือไม่ เนื่องจากกฎหมายของสหรัฐฯ ห้ามความร่วมมือด้านอัลกอริทึมระหว่าง ByteDance กับกิจการใหม่ แม้จะยังมีการให้สิทธิ์ใช้อัลกอริทึมเดิมก่อนนำมาฝึกและตรวจสอบใหม่

ขณะเดียวกัน ท่าทีของรัฐบาลจีนต่อข้อตกลงสุดท้ายก็ยังไม่ชัดเจน โดย TikTok เคยถูกใช้เป็นหนึ่งในประเด็นต่อรองทางการค้าในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาในระยะต่อไป

อ่านข่าวอื่น :

กกต.ส่งกลับนโยบาย 5 พรรค ชี้แจงที่มาของเงิน-ความเป็นไปได้

พายุฤดูหนาวรุนแรงจ่อปกคลุมสหรัฐฯ เตือนหนาวจัด-ประกาศภาวะฉุกเฉิน

สภาทนายความ แจงปม "ทนายความ" มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ยันไม่ปกป้องคนผิด