วันนี้ (2 ก.พ.2569) นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน ปี 2568 มีมูลค่าการค้ารวม 1,937,629 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% เป็นการส่งออก 1,063,104 ล้านบาท เพิ่ม 1.4% และการนำเข้า 874,525 ล้านบาท เพิ่ม 14.0% ได้ดุลการค้า 188,579 ล้านบาท ซึ่งถือว่าทำได้ดี แม้ว่าในปี 2568 การค้าชายแดนจะเผชิญกับความท้าทาย
จากสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ทำให้ต้องปิดจุดผ่านแดนและการค้าหดตัวลงอย่างมาก และด้านเมียนมา ที่มีปัญหาการออกมาตรการเข้มงวดควบคุมการนำเข้าสินค้าชายแดน ทำให้การค้าชะลอตัวตลอดช่วงครึ่งปีหลัง แต่ก็ได้ การค้าผ่านแดนมาช่วย ทำให้ภาพรวมการค้าชายแดนและผ่านแดนปี 2568 ขยายตัวเพิ่มขึ้น
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
สำหรับรายละเอียดการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ ในปี 2568 มีมูลค่าการค้ารวม 894,193 ล้านบาท ลดลง 8.5% เป็นการส่งออก 522,007 ล้านบาท ลด 13.3% การนำเข้า 372,186 ล้านบาท ลด 0.7% ได้ดุลการค้า 149,822 ล้านบาท โดยในนี้เป็นการค้าชายแดนกับมาเลเซีย สูงสุด 315,095 ล้านบาท เพิ่ม 2.8% รองลงมา คือ สปป.ลาว 293,399 ล้านบาท เพิ่ม 2.4% เมียนมา 193,663 ล้านบาท ลด 7.4% และกัมพูชา 92,037 ล้านบาท ลด 47.3%
โดยสินค้าส่งออกชายแดนสำคัญในปี 2568 ได้แก่ น้ำมันดีเซล 36,155 ล้านบาท ลด 11.9% น้ำมันสำเร็จรูปอื่น ๆ 15,932 ล้านบาท ลด 18.6% และสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรอื่น ๆ เช่น นมผงสำหรับเด็ก กากถั่วเหลือง บุหรี่ 13,750 ล้านบาท ลด 4.6% และสินค้านำเข้าชายแดนสำคัญ ได้แก่ เชื้อเพลิงอื่นๆ เช่น พลังงานไฟฟ้า 78,829 ล้านบาท เพิ่ม 4.7% ก๊าซธรรมชาติ 51,771 ล้านบาท ลด 20.6% และผักและของปรุงแต่งจากผัก เช่น มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง 22,991 ล้านบาท ลด 2.4%
โดยด่านศุลกากรที่มีมูลค่าการค้าชายแดนสูงสุดในปี 2568 ได้แก่ ด่านศุลกากรสะเดา 248,890 ล้านบาท เพิ่ม 3.9% รองลงมา ด่านศุลกากรหนองคาย 98,952 ล้านบาท เพิ่ม 8.2% และด่านศุลกากรแม่สอด 78,284 ล้านบาท เพิ่ม 3.0%
ส่วนการค้าผ่านแดนไปประเทศที่สาม ในปี 2568 มีมูลค่าการค้ารวม 1,043,436 ล้านบาท เพิ่ม 24.4% เป็นการส่งออก 541,097 ล้านบาท เพิ่ม 21.2% การนำเข้า 502,339 ล้านบาท เพิ่ม 28.0% ได้ดุลการค้า 38,757 ล้านบาท โดยการค้าผ่านแดนไปจีน มีมูลค่าสูงสุด 608,165 ล้านบาท เพิ่ม 26.7%
รองลงมา คือ สิงคโปร์ และเวียดนาม มูลค่า 151,988 ล้านบาท เพิ่ม 37.7% และ 88,480 ล้านบาท เพิ่ม 22.8% ตามลำดับ โดยสินค้าส่งออกผ่านแดนสำคัญในปี 2568 ได้แก่ ทุเรียนสด 109,974 ล้านบาท เพิ่ม 11.4% ฮาร์ด ดิสก์ ไดรฟ์ 103,572 ล้านบาท เพิ่ม 18.3% และยางแท่ง TSNR 33,926 ล้านบาท ลด 13.9%และสินค้านำเข้าผ่านแดนสำคัญในปี 2568 ได้แก่ เทปแม่เหล็ก จานแม่เหล็กสำหรับคอมพิวเตอร์ 60,759 ล้านบาท เพิ่ม 29.0% เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ 39,870 ล้านบาท เพิ่ม 2.8% และเครื่องรับวิทยุโทรศัพท์ โทรเลข และโทรทัศน์ 35,972 ล้านบาท เพิ่ม 19.2%
โดยด่านศุลกากรที่มีมูลค่าการค้าผ่านแดนสูงสุดในปี 2568 ได้แก่ ด่านศุลกากรมุกดาหาร 418,605 ล้านบาท เพิ่ม 38.5% รองลงมา คือ ด่านศุลกากรสะเดา 233,412 ล้านบาท เพิ่ม 9.8% และ ด่านศุลกากรนครพนม 128,916 ล้านบาท เพิ่ม 27.6%
ส่วนปี 2569 คาดว่าการค้าผ่านแดนจะยังคงเป็นกำลังสำคัญและขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดโลกยังคงเพิ่มขึ้น และแนวโน้มการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่ม Data Center ที่ยังขยายตัวต่อเนื่องในไทย
ขณะที่การค้าชายแดนไทย–กัมพูชา ยังคงเปราะบางและมีความกังวลว่าอาจเกิดเหตุปะทะกันอีก และคาดว่าการเปิดด่านคงยังไม่เกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้น เช่นเดียวกันด้านเมียนมาที่ยังคงมีความไม่แน่นอนจากเหตุการณ์ปะทะระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับชนกลุ่มน้อย และมาตรการทางการค้าของเมียนมาที่ส่งผลให้มีการปิดด่านชายแดนสะพานมิตรภาพไทย–เมียนมาแห่งที่ 2 (แม่สอด–เมียวดี) มาตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค.2568
อย่างไรก็ตาม กรมจะเดินหน้าผลักดันการค้าชายแดนและผ่านแดนต่อเนื่อง โดยประสานงานกับภาคเอกชนและภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบ เพื่อดำเนินมาตรการและกิจกรรมให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย และมีแผนจัดงานมหกรรมการค้าชายแดนต่อเนื่องในปี 2569 จำนวน 6 ครั้ง ใน 6 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น เชียงราย นครศรีธรรมราช พิษณุโลก จันทบุรี และสระแก้ว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าชายแดน และเสริมสร้างโอกาสทางการค้าทดแทนด้านกัมพูชา
อ่านข่าว:
ประเมินผลกระทบขัดแย้งไทย-กัมพูชา 6 เดือน สูญ 80,000 ล้านบาท
ค้าชายแดน-ผ่านแดน พ.ย. ลบ 4.5% ปิดด่านฉุดการค้าไทย – กัมพูชาโต 0%
ย้ำต้องจัดการเด็ดขาด หอการค้า หนุนเร่งแก้ไขขัดแย้ง ไทย-กัมพูชา










