วันนี้ (3 ก.พ.2569) ตำรวจกองบังคับการปราบปราม จับกุมขบวนการระดมเงินบุญ 1,000 บาท แลกเงิน 1,000,000 บาท พร้อมยึดของกลางรถยนต์หรู 4 คัน สมุดบัญชีธนาคาร 100 เล่ม กระเป๋าแบรนด์เนม โทรศัพท์มือถือ ซึ่งใช้กระทำความผิดจำนวนมาก
หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตัวเองเป็นข้าราชการใน จ.เลย รู้จักกับกลุ่มผู้ก่อเหตุผ่านการบอกต่อจากเพื่อนข้าราชการด้วยกัน ซึ่งทางกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ชักชวนให้ลงทุน ในลักษณะอ้างว่าบุคคลสูงศักดิ์และผู้นำรัฐบาลต้องการระดมเงินทุนเพื่อถอนเงินซึ่งฝากไว้ในต่างประเทศ มูลค่าหลายแสนล้านบาทออกจากธนาคารโลก แต่ไม่สามารถถอนได้ เพราะต้องใช้เงินมูลค่ามหาศาลไปแลกเปลี่ยน
ผู้ก่อเหตุระดมทุนจากกลุ่มผู้เสียหาย อ้างว่าจะให้ค่าตอบแทนหากลงทุน 1,000 บาท ก็จะได้ค่าตอบแทน 1,000,000 ล้านบาท ในระยะเวลา 1 เดือน รวมทั้งอ้างว่าเงินส่วนต่างเป็นเงินปันผลจากการช่วยหน่วยงานของรัฐที่ต้องการเงินเร่งด่วน
ผู้เสียหาย ยังระบุว่า ตัวเองรู้จักกับขบวนการนี้ในช่วงปี 2564 ก่อนจะโอนเงิน 1,000 บาทไปให้มิจฉาชีพ เมื่อครบกำหนดกลุ่มมิจฉาชีพก็บ่ายเบี่ยงไม่โอนเงินให้ พร้อมอ้างว่าหากไม่ลงทุนเพิ่มก็จะเสียเงินที่เคยลงทุนไปก่อนหน้านั้น ซึ่งตลอดระยะเวลา 3 ปี ไม่เคยได้รับผลตอบแทนคืนกลับมาแต่อย่างใด ทำให้รู้ตัวและหยุดโอนในช่วงต้นปี 2566
จากนั้นจึงรวมกลุ่มกับผู้เสียหายคนอื่น ๆ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเข้าแจ้งความ โดยระบุว่าสิ่งที่ทำให้เชื่อถือคือความโลภที่อยากได้เงินส่วนต่าง ประกอบกับกลุ่มผู้ก่อเหตุมีจิตวิทยาในการพูดคุยชักชวนด้วย และกังวลว่าหากไม่ลงทุนเพิ่มก็จะถูกตัดชื่อออกจากระบบ จึงทยอยโอนเงินต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี 2566 รวมมูลค่า 100,000 บาท
ผู้เสียหาย ยังยอมรับว่า ที่ผ่านมาไม่เคยพบกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ โดยโอนเงินและพูดคุยกันผ่านทางไลน์เพียงเท่านั้น รวมถึงไม่เคยพบหลักฐาน เช่น รูปถ่ายหรือโครงการอะไรที่แอบอ้างว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุรู้จักกับบุคคลสูงศักดิ์หรือบุคคลสำคัญของประเทศด้วย
ด้าน พ.ต.ท.พงษ์พิทักษ์ เหล็กชูชาติ รองผู้กำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม เปิดเผยว่า ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อติดตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุรวมทั้งหมด 11 คนในพื้นที่ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ เบื้องต้นตรวจยึดทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก
ขณะที่การขยายผลพบเงินในบัญชีหมุนเวียนของผู้ต้องหาทั้งหมดกว่า 600 ล้านบาท คาดว่ามีผู้เสียหายมากกว่า 1,000 คน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 600 ล้านบาท โดยการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ อ้างว่าเคยตกเป็นผู้เสียหายในลักษณะนี้มาก่อน จึงจดจำรูปแบบแผนประทุษกรรมมาใช้หลอกลวงผู้เสียหายต่อเป็นทอด ๆ
สำหรับกลุ่มเป้าหมายของขบวนการนี้ พบว่า เป็นผู้สูงอายุและข้าราชการที่เกษียณอายุ เนื่องจากมีเงินเก็บเป็นจำนวนมาก เบื้องต้นตำรวจจึงฝากเตือนไปถึงผู้เสียหายคนอื่นที่ถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุขบวนการนี้หลอกลวงว่าโครงการทั้งหมดที่แอบอ้างนั้นไม่มีอยู่จริง จึงขอให้ผู้เสียหายทุกคนที่ยังคิดว่าจะได้เงิน รวบรวมพยานหลักฐานเข้าแจ้งความ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและหาแนวทางชดใช้เยียวยากลุ่มผู้เสียหาย
อ่านข่าว :
“ชนิตา ศรีดาเกษ เครธอร์น” คว้ามงกุฎ Mrs.World 2025 บนเวทีโลก
“ภราดร” เผย ครม.เตรียมมีมติส่ง กกต.ขออนุมัติเงินเยียวยาน้ำท่วมกลุ่มตกหล่น 2,100 ล้าน
วันทหารผ่านศึก จัดพิธีบรรจุอัฐิ 42 วีรชนสละชีพชายแดนไทย-กัมพูชา
แท็กที่เกี่ยวข้อง:










