ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

  “ทหารผ่านศึก” ตำนานมีชีวิต “เราผู้กล้ารบ เพื่อเกียรติศักดิ์”

อาชญากรรม
16:43
650
  “ทหารผ่านศึก” ตำนานมีชีวิต “เราผู้กล้ารบ เพื่อเกียรติศักดิ์”

แม้ดวงตาจะฟ้าฝาง แขนสองข้างพยุงตัวเองจับราวบันใดสะพานลอยฝั่งตรงข้ามอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ค่อยๆ เดินลงมา “ปู่ชิต” วัย 80 ปี ในชุดเครื่องแบบลายพราง ไม่มีชื่อปักที่หน้าอก สวมรองเท้าสีดำเก่าคร่ำคร่า สวมหมวกสีน้ำเงินขลิบสีแดง มีข้อความสั้น ๆ “เราผู้กล้ารบ เพื่อเกียรติศักดิ์” บนเสื้อติดเหรียญกล้าหาญ

เจ้าของเหรียญหยุดคุยพร้อม“ตบอก” และบอกด้วยน้ำเสียงภูมิใจ “ออกรบตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ ผ่านมาหลายสมรภูมิ ไปสงครามลับที่ลาวและเวียดนาม ตั้งแต่เป็นพลทหารหนุ่ม ๆ จึงได้เหรียญนี้มา...มาระลึกถึงทุกปี เพื่อนๆ ร่วมรบไปกันหมดแล้ว ไม่รู้ปีหน้าจะได้มาอีกหรือเปล่า”

เหรียญโลหะดังกล่าวของ “ปู่ชิต” แม้จะดูเก่าเก็บตามสภาพ เมื่อพลิกดูภาพด้านหน้าเป็นพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกำลังทรงกระทำยุทธหัตถีกับราชศัตรู มีอักษรจารึก “สมเด็จพระนเรศวรมหาราชกู้ชาติ” ด้านหลังมีข้อความ “เรากล้ารบเพื่อเกียรติศักดิ์ไทย” ตัวเหรียญห้อยกับแพรแถบสีแดงขาว ข้างบนมีเข็มโลหะรมดำรูปคทาจอมพล ตัวอักษรระบุ “กล้าหาญ”

บริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ชัย ช่วงสายที่ผ่านมา คลาคล่ำด้วยประชาชนที่ใช้บริการจุดต่อรถประจำทาง รถไฟฟ้า แต่แปลกกว่าทุกวัน ด้วยวันนี้ 3 ก.พ.2569 นอกจากจะเป็นวันทหารผ่านศึกแล้ว และยังมีพิธีบรรจุอัฐิทหารที่เสียชีวิตจำนวน 42 นาย จากสงครามไทย-กัมพูชา 2 รอบเมื่อปี 2568 ด้วย

กลุ่มทหารผ่านศึกวัยเก๋าที่ยังเดินทางไหว โดยเฉพาะ “ปู่ชิต” และอีกหลายคนออกจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ บางคนเดินทางมาเอง โดยใช้บริการรถเมล์ หลายๆคนมีญาติพี่น้อง หรือครอบครัวมาส่งที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ซึ่งเป็นจุดนัดพบ เพื่อเข้าร่วมขบวนพาเหรด โดยมีทหารผ่านศึก 7 กรณีสงคราม เช่น กลุ่มทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่ 1, กลุ่มทหารผ่านศึกสงครามเกาหลี , กลุ่มทหารผ่านศึกสงครามเวียดนาม , กลุ่มทหารผ่านศึกปทุมธานี ฯลฯ จำนวน 3,000 คนเข้าร่วม

ปู่ชิต ทหารเก่าวัย 80 ปี ไม่ได้เข้าร่วมริ้วขบวน เนื่องจากแดดร้อน และเดินทางมาคนเดียว กลัวจะเป็นลมจึงทำได้เพียงยืนรอดูขบวนอยู่บริเวณฝั่งตรงข้ามรพ.รสชวิถี และปฏิเสธที่จะให้ถ่ายรูปโดยบอกเพียงว่า “แก่แล้ว สังขารไม่มีอะไรน่าดู

ส่วน “อนุสิษฐ์” อดีตทหารพราน ค่ายปักธงไชย วัย 64 ปี ซึ่งเดินทางเข้าร่วมงาน เล่าว่า มาทุกปีที่มีการจัดการ แม้จะปลดประจำการแล้ว แต่หัวใจยังเป็นทหาร 100 % ในชุดนักรบสีดำ ที่เคยผ่านสมรภูมิช่องบก เมื่อปี 2528-2530 ระหว่างทหารไทย และทหารเวียดนาม ซึ่งทหารพรานในยุคนั้นเป็นหน่วยที่พร้อมออกรบ หลายชื่อ เช่น หน่วยกองร้อยผีดิบ หน่วยผีกองกอย หน่วยค้างคาวดำ หน่วยสมิงพราย ฯลฯ

“สมัยนั้น ผมอยู่หน่วยผีกองกอย ตอนหนุ่ม ๆ เราไม่กลัว เดินทั้งวันทั้งคืน เปิดหน้าแนวให้กับหมวกแดง รบกันในป่าเข้าไปตี เราก็ตาย แต่ฝ่ายตรงข้ามตายเยอะกว่า พอจบยุทธการช่องบก ก็มาต่อที่สมรภูมิบ้านร่มเกล้าในปี 2530-2531 ก็หน่วยนี้แหละเข้าตี เขาก็ส่งไปช่วยนย.รบกับเขมรที่ชายแดนจันทบุรี-ตราด พอค่ายปักธงชัยถูกยุบในปี 2543 จึงเลือกไปประจำอยู่กอ.รมน.จนกระทั่งเกษียณราชการ”

“เกษียณอายุแล้วก็จริง แต่ถ้าเขมรเปิดรอบ 3 ก็พร้อมเป็นลงไปกองหนุนช่วย ถ้าเปิดมา เราก็พร้อมไปตาย ...ทหาร 42 นายที่เสียชีวิตไป ถูกจารึกชื่ออยู่ที่อนุสาวรีย์ชัย สมควรกับเกียรติยศของเขาแล้ว จะบอกว่า ทหารทุกนาย พออยู่ในสนามรบ มันไม่อะไรจะกลัวอีกแล้ว ตายเป็นตาย อยู่ในหน้าที่มีเกียรติ มีวินัยเราพร้อมทำเพื่อชาติ และประชาชน ขออย่างเดียวอย่ามาด้อยค่าพวกเรา ” อดีตนักรบชุดดำ ย้ำก่อนโบกไม้โบกมือ ขอตัวไปสมทบกับเพื่อนๆ ที่รออยู่อีกด้าน

สำหรับขบวนทหารผ่านศึกในวันนี้ มีทั้งทหารเก่าสูงวัย และทหารที่สู้รบจนพิการ ใส่ขาเทียม แต่ก็ยังใจสู้เข้าร่วม หลายๆ คนไม่ได้แต่งเครื่องแบบทหาร สวมชุดธรรมดา แต่สวมหมวกแสดงสัญลักษณ์ บางครอบครัวที่ทหารผ่านศึกเสียชีวิตไปแล้ว มีตัวแทนจากครอบครัวเข้าร่วมกิจกรรมแทน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวหลังเป็นประธานพิธีบรรจุอัฐิทหารที่สละชีพในเหตุการณ์ชายแดนไทย -กัมพูชา 42 นายว่า ถือเป็นการรำลึกถึงวีรกรรมของทหารผ่านศึก โดยปีนี้ต่างจากปีอื่น ไทยมีการปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ถึง 2 ครั้ง ส่งผลให้ทหารกล้าต้องเสียสละชีวิต เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ ไปถึง 42 นาย

ทั้งนี้ภายในอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีการบรรจุอัฐิทหารผู้เสียชีวิตจากการสู้รบเพื่อชาติจำนวนทั้งหมด 801 นาย ซึ่งรวมทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือนที่เสียชีวิตตั้งแต่สงครามฝรั่งเศส–ไทย (สงครามอินโดจีน)ถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามเกาหลีโดยมีการจารึกชื่อไว้ที่อนุสาวรีย์ฯ ซึ่งบรรจุอัฐิจะเรียงตามตัวอักษรพยัญชนะไทย เช่นเดียวกับทหารอีกจำนวน 41 นาย ส่วนอีกทหารอีก 1 นาย ซึ่งนับถือศาสนาอิสลาม ไม่ได้มีการบรรจุอัฐิ แต่มีการนำป้ายชื่อมาติดไว้ร่วมกับเพื่อนทหารนายอื่น

บรรยากาศงานวันทหารผ่านศึกปี2569 คึกคักกว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีภาคเอกชนได้เข้าร่วมจัดกิจกรรมพิเศษให้เกียรติยศทหารกล้า (Night of Honor) เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมทหาร 3 วัน โดยวันที่ 3 ก.พ.ตั้งแต่ 16.30 น. จะมีการแสดง Light & Sound ประกอบการแสดงดนตรีรวมบทเพลงเพื่อทหารไทย มีศิลปินจำนวนมากเข้าร่วมขับร้องเพลง และในวันที่ 4-5 ก.พ.2569 โดยกิจกรรมจะเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 19.00 น. ประชาชนสามารถเข้าชมการแสดงและเขียนข้อความส่งกำลังใจเพื่อเชิดชูเกียรติวีรชนผู้เสียสละได้ตามวันเวลาที่กำหนด

อ่านข่าว

“ป๊อปปี้สีแดง” สัญลักษณ์ระลึก “ทหารผ่านศึก” วีรชนนักรบไทย