เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2569 เวลาประมาณ 20.00 น.ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด จ.ปัตตานี เข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยภายในห้องน้ำปั๊มน้ำมัน ปตท.บริเวณวงเวียนหอนาฬิกา อ.มืองปัตตานี จ.ปัตตานี โดยระเบิดถูกซุกซ่อนไว้ภายในที่พักน้ำของชักโครก ภายในห้องน้ำชาย
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า เป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในขวดสแตนเลส ขนาดเท่ากับขวดเครื่องดื่มชูกำลัง จุดชนวนด้วยการตั้งเวลาบรรจุไว้ในถุงซิปล็อก เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด จึงใช้เครื่องปืนยิงแรงดันน้ำเพื่อทำลายวงจรระเบิด ก่อนที่จะเข้าไปเก็บกู้ระเบิดไว้ได้
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่า พบวัตถุต้องสงสัยลักษณะเดียวกันในห้องน้ำผู้พิการ ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.ถนนหนองจิก เยื้องโรงแรมซีเอส ปัตตานี ซึ่งเป็นจุดที่ 2 ทางเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดจึงเข้าไปตรวจสอบพบว่า ระเบิดเป็นแบบเดียวกันกับจุดแรก และซุกไว้ภายในที่พักน้ำของชักโครก เจ้าหน้าที่จึงเก็บกู้โดยใช้เครื่องปืนยิงแรงดันน้ำเช่นเดียวกัน และเก็บกู้ระเบิดได้สำเร็จ
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่มีประชาชนเข้าบริการห้องน้ำภายในปั๊มน้ำมัน เมื่อทำธุระเสร็จจึงกดชักโครก แต่น้ำไม่ลงจึงเปิดฝาชักโครกดู พบระเบิดซุกซ่อนอยู่ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ของปั๊ม ก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ หลังจากพบว่าเป็นระเบิด จึงแจ้งไปยังเจ้าของปั๊มต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบสิ่งต้องสงสัยโดยเฉพาะห้องน้ำ ทำให้พบระเบิดซุกซ่อนในปั๊มน้ำมันอีกจุดหนึ่งและเก็บกู้ไว้ได้
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่าง ๆ เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ส่วนระเบิดที่ใช้จากการตรวจสอบพบว่า เป็นระเบิดแสวงเครื่องขนาดเล็ก ไม่มีสะเก็ดระเบิด จุดชนวนด้วยการตั้งเวลา โดยเจ้าหน้าที่พบว่า เวลาที่ผู้ก่อเหตุ ตั้งเวลาไว้ประมาณ 22.00 น. ของวันที่ 14 ก.พ.ซึ่งตรงกับวันวาเลนไทน์ และยังพบว่า เวลาได้เดินมาแล้วเป็นเวลา 10 วัน และเหลือเวลาอีก 11 วัน ซึ่งหมายความว่า ผู้ก่อเหตุได้ลอบระเบิดมาวางไว้ล่วงหน้าเป็นเวลา 10 วันแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เร่งหาภาพวงจรปิดในช่วงวันดังกล่าว เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป
อ่านข่าว :
กสม.ประณามเหตุวางระเบิด 11 จุด 3 จังหวัดชายแดนใต้ ละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง
นราธิวาสประกาศเคอร์ฟิวห้ามออกจากบ้าน 21.00-05.00 น.หลังเหตุวางบึ้มใต้ 11 จุด
ประกอบระเบิดพลาดบึ้มคาบ้านตาย 1 คน กอ.รมน.ภาค 4 สน.พบเชื่อมโยงผู้ก่อเหตุรุนแรง
กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงเหตุเพลิงไหม้รถพ่วง "สุไหงโก-ลก" ยืนยันไม่ใช่เหตุระเบิด
