ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

เลือกตั้ง 2569 : ปชป. ปราศรัยใหญ่ "การดี" ชูมืออาชีพเข้าใจบริบทนำพาประเทศ

การเมือง
18:51
535
เลือกตั้ง 2569 : ปชป. ปราศรัยใหญ่ "การดี" ชูมืออาชีพเข้าใจบริบทนำพาประเทศ
นางการดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกฯ ระบุในการปราศรัยใหญ่เวทีสุดท้ายว่า ประเทศไทยอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ต้องการผู้นำที่ใช้มืออาชีพเข้าใจบริบท ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงแบบทึกทักหรือประชานิยมสุดโต่ง ปชป.พร้อมพาประเทศไปสู่เป้าหมายที่วัดผลได้จริง

วันนี้ (6 ก.พ.2569) นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวในการปราศรัยใหญ่เวทีสุดท้ายว่า การลงสนามเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือก สส. แต่เป็นการเลือกผู้นำที่จะพาประเทศไปสู่อนาคตที่ดีกว่า เพราะประเทศไทยอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญมาก

นางการดี วิจารณ์บางพรรคที่ประกาศจะ "ขุดรากรื้อระบบ" ในช่วงเวลาที่ประเทศเปราะบาง โดยย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงต้องชาญฉลาด เข้าใจบริบท และใช้มืออาชีพ ไม่ใช่การเปลี่ยนแบบทึกทักไปเองหรือพูดแล้วทำทันทีโดยไม่คิดก่อนทำและไม่มีเป้าหมายชัดเจน บางพรรคใช้นโยบายประชานิยมสุดโต่ง หรือทำเสร็จเร็วแต่ไร้ทิศทาง เธอเชื่อว่าประเทศต้องการผู้นำที่เข้าใจปัญหา และพรรคประชาธิปัตย์พร้อมตั้งเป้าหมายที่เชื่อมั่นได้

นางการดี ย้ำว่าหากมองการเลือกตั้งเป็นการเดิมพันอนาคตของลูกหลาน ทุกพรรคควรทำการเมืองโดยยึดอนาคตประเทศเป็นตัวตั้ง ต้องมีเป้าหมายที่วัดผลได้ใน 5-10 ปีข้างหน้า เช่น เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทำให้ตลาดหลักทรัพย์เป็นแหล่งระดมทุนที่ยั่งยืน ไม่ใช่แหล่งฟอกเงิน สร้างเศรษฐกิจสีขาว ลดการทุจริตคอร์รัปชัน และทำให้การลงทุน-ทำธุรกิจสะดวกง่ายขึ้น ยืนยันประชาธิปัตย์มีจริยธรรมสูงกว่ากฎหมาย ทำให้ประเทศไทยไม่ต้องอายใครในสายตาโลก

และยังระบุว่าการเปลี่ยนแปลงไม่น่ากลัว แต่การเปลี่ยนแล้วไม่รู้จะไปไหนต่างหากที่น่ากลัวที่สุด ประเทศไทยต้องการการเปลี่ยนแปลงที่มีคุณภาพ ต้องมีศิลปะและใช้มืออาชีพที่ไว้ใจได้ พรรคประชาธิปัตย์จึงเป็นศูนย์รวมของคนรุ่นใหม่ที่มีใจเดียวกันและฝันเดียวกันในการสร้างสิ่งดี ๆ ให้ลูกหลาน ยอมรับว่าประสบการณ์ของพรรคทั้งการทำงานร่วมกับภาคเอกชนและภาครัฐ จะช่วยให้การเปลี่ยนแปลงมีทิศทางชัดเจน ไม่สร้างปัญหาใหม่ หรือเน้นผลระยะสั้นจนกระทบระยะยาว

ตัวอย่างอดีตที่ประเทศไทยเคยผ่านวิกฤตเศรษฐกิจหนัก ๆ และวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี และนายกรณ์ จาติกวณิช เป็นรัฐมนตรีคลัง ที่พาประเทศก้าวข้ามวิกฤตได้ในเวลาสั้น ด้วยงบประมาณจำกัดแต่มีนโยบายที่ช่วยประชาชนได้จริง วันนี้ประเทศเผชิญวิกฤตซ้ำซ้อน จึงต้องการผู้นำที่เข้าใจบริบทและความซับซ้อนของปัญหาโลก

ด้านนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวขอบคุณนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่ทำให้ตนกลับมาทำการเมืองอีกครั้ง หลังหยุดไปหลายปีเพราะหมดไฟ แต่เมื่อได้คุยกับนายอภิสิทธิ์เพียงวันเดียว ตนตัดสินใจภายใน 5 นาที เพราะเชื่อว่านายอภิสิทธิ์เป็นคนเดียวที่สามารถพาพรรคกลับมาเป็นที่จับตามองได้

พร้อมเล่าว่า 4 เดือนที่แล้ว พรรคประชาธิปัตย์เหลือความนิยมเพียงร้อยละ 1-2 สส.ทยอยลาออก แต่เมื่อนายอภิสิทธิ์กลับมา พรรคฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด ยกให้อภิสิทธิ์คือ "เดอะแบก" ที่ทำงานหนักสุดขีด ตื่นตี 5 ลงพื้นที่ตลาด เช้าประชุม ดีเบต เย็นเดินทางต่อ ติดต่อกัน 2 เดือนโดยไม่เคยบ่น พร้อมทำทุกอย่างที่พรรคต้องการ

นายสกลธี ยังวิจารณ์ปิดท้ายว่า บางพรรคพูดว่า "ไม่เลือกเรา เขามาแน่" ซึ่งน่าจะหมายถึงพรรคประชาชน แต่ย้อนถามว่าพรรคนั้นเคยประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง กทม. หรือไม่ และหากกลัวคะแนนตกน้ำจริง ควรเลือกประชาธิปัตย์มากกว่า

อ่านข่าว :

กกต.เตือน "แฟนกีฬา" ใส่เสื้อติดเบอร์ เสี่ยงผิดกฎหมายเลือกตั้ง

เลือกตั้ง 2569 : "เพื่อไทย" ปราศรัยใหญ่ทิ้งทวน ปลุกกระแสโหวตเตอร์โค้งสุดท้าย

"ทิ้งทวน" สนามกทม. 4 พรรคใหญ่ "พลิกเกม" เจาะสส.เมืองหลวง